แจ้ง 3 ข้อหา คู่รักเซ็กซ์ฉาวใต้ต้นยางนา ตระเวนถ่ายมาแล้วกว่า 70 คลิป ทั่วประเทศ

ตำรวจภาค 5 แจ้ง 3 ข้อหาหนัก 2 คู่ชายหญิงถ่ายคลิปโป๊ใต้ต้นยางนายักษ์ถนนประวัติศาสตร์เชียงใหม่-ลำพูน พบทำคลิปหวิวมากกว่า 70 คลิป เพื่อเรียกยอดวิวอ้างทำไว้สำหรับแฟนคลับ ผู้ต้องหาไม่ยอมทำแผน ตร.เตรียมขยายผลผู้ร่วมขบวนการ เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (5 ต.ค.64) เจ้าหน้าที่คุมตัวนายสัชฌุกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดน่าน และ นางสาวพิชชาภัทร์ (ขอสงวนนามสกุล) วัย 37 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ สองชายหญิงในคลิป พร้อมของกลางเป็นชุดคอสเพลย์ ที่ใช้แต่งตัวเพื่อแสดงขณะถ่ายทำคลิปอนาจาร เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ มีทั้งชุดพนักงานธนาคาร ชุดพยาบาล และ ชุดหวาบหวิวอื่นๆ อีก 15 ชุด สมุดบัญชีที่ใช้รับโอนเงิน 15 เล่ม คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์เก็บข้อมูลหรือฮาร์ดดิสแบบพกพา 2 เครื่อง มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หลังถูกจับกุมได้ทีด่านตรวจแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.พะเยา เมื่อช่วงเย็นวานนี้ พลตำรวจโท ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 สอบสวนทั้งสองคน รับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ทำคลิปอนาจารใต้ต้นยางอำเภอสารภีจริง แต่เป็นคลิปเก่าที่ถ่ายทำตั้งแต่เมื่อ 2เดือนที่แล้ว เพื่อให้แฟนคลับในโอนลี่แฟนได้ติดตามเท่านั้น ไม่ได้นำออกเผยแพร่แบบสาธารณะ จากการสอบสวนทราบว่าทั้งคู่ถ่ายทำคลิปอนาจารตั้งแต่ต้นปี 2563 ทั้งหมดมากกว่า 70 คลิป นำลงในโอนลี่แฟนและเว็บไซต์อื่นๆ อีก 4 เว็บไซต์ โดยและมีการเดินทางไปถ่ายทำคลิปอนาจารแบบนี้หลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยที่เชียงใหม่นอกจากที่ต้นยางนา อำเภอสารภี ยังไปถ่ายทำที่อำเภอแม่ออนด้วย เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา ทั้ง กระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล , ผลิตภาพลามกอนาจาร และความผิดตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ผู้บังคับบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 บอกว่า ยันว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการนี้อีก 2-3 คน ซึ่งกำลังขยายผลอยู่ นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัพไว้เพื่อตรวจสอบว่าได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่ รวมทั้งฝากเตือนขบวนการที่ทำคลิปโป๊อนาจารแบบนี้ ซึ่งแต่ละคลิปมีความผิดต่างกรรมต่างวาระ มีโทษหนัก ไม่คุ้มกับรายได้ที่ได้มา ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนกล่าวสั้นๆ ว่ารู้สึกเสียใจและขอโทษกับสิ่งที่ได้ทำลงไป ก่อนถูกคุมตัวส่ง สภ.สารภี ดำเนินคดีตามกฎหมาย  ส่วนการทำแผนนั้นผู้ต้องหาไม่ประสงค์จะทำแผน เชื่ออาเพศ ! หลังมีคลิปเซ็กส์หนุ่มสาวใต้ต้นยาง ทำต้นยางนาอายุ 100 ปี โค่น หลอก ด.ญ.ถ่ายคลิปโป๊!! หนุ่มปลอมโปรไฟล์สุดหล่อ บังคับชำเราต่อเนื่อง

เช็คด่วน! จังหวัดไหนที่ไม่สวมหน้ากากปรับ 20,000 บาท

วันที่ 23 เม.ย. 2564 ได้มีประกาศว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ” จังหวัดไหนที่ไม่สวมหน้ากากปรับ 20,000 บาท” การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ เป็นการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว แล้วดูท่าทีจะไม่ลดน้อยลงเลย มีแต่แนวโน้มที่จะขึ้นสูงและแพร่กระขายมากขึ้นพฤติกรรมของประช่าชนบางส่วน ที่การ์ดตก จนทำให้หลายๆ จังหวัด นั่นได้ออกคำสั่ง เกี่ยวกับข้อบังคับให้ทุกคนนั้นสวมหน้ากากอนามัย แมสก์ หรือ หน้ากากผ้า ทุกครั้งเวลาออกจากที่พักของตนโดยพระราชบัญญิตโรคติดต่อ พศ.2558 ในความผิดมาตรา 51 งานมีผู้ใดฝ่าฝืน พร้อมทั้งไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ผู้นั้นจะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้กำลังใจ!! คุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ เหนื่อยหนักรับมือโควิด พนักงานขับรถเมล์ สาย 142 ติดเชื้อโควิด พบรับเชื้อมาจากหลาน เผยไทมไลน์อย่างละเอียด ส่วนจังหวัดไหนบ้าง ที่ได้ออกคำสั่ง จาก สื่อฐานเศรษกิจ ที่ได้ทำการรวบรวมข้อมูลมานำเสนอ ดังต่อไปนี้ อัพเดทล่าสุด ด้วย 13 จังหวัด ที่มีคำสั่ง ณ ตอนนี้ 1. จังหวัดสุราษฏร์ธานี 2. จังหวัดกาญจนบุรี 3. จังหวัดยะลา 4. จังหวัดตรัง 5. จังหวัดนราธิวาส 6. จังหวัดปัตตานี 7. จังหวัดสงขลา 8. จังหวัดชัยภูมิ 9. จังหวัดลำพูน 10. จังหวัดตาก 11. จังหวัดอุดรธานี 12. จังหวัดปราจีนบุรี 13. จังหวัดหนองคาย ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง ก่อนจะออกจากบ้านใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ

พายุลูกเห็บพัดถล่มโรงเรียน จ.ลำพูน (มีคลิป)

โลกออนไลน์แชร์คลิปพายุลูกเห็บพัดถล่มโรงเรียนหนองช้างคืน ตำบลหนองช้างคืน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน  ทำให้โต๊ะ เก้าอี้และสิ่งของที่อยู่ใต้อาคารโรงเรียน ปลิวไปตามแรงลม ผู้ที่ถ่ายคลิปบอกขณะเกิดเหตุว่า พายุกำลังถล่มที่โรงเรียนบ้านหนองช้างคืน โต๊ะไหลเอง ไม่ใช่ผีผลัก แต่เกิดจากแรงของลม เหตุการณ์นี้เกิดเหตุตอนบ่าย 3 ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   ปภ.จังหวัดลำพูน รายงานว่า  ช่วงดังกล่าวในพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตก บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลัง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลอุโมงค์ ตำบลเหมืองง่า ตำบลเหมืองจี้ และตำบลหนองช้างคืน  อำเภอเมืองลำพูน  เบื้องต้นทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ระหว่างสำรวจและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ Cr. ขอบคุณภาพ กรมอุตุนิยมวิทยา

ย่าไม่เชื่อลูกจะทำ ข่มขืนลูก-ฉีดยาทำแท้ง ขอศพเด็กทำพิธีสะกดวิญญาณ

ย่าไม่เชื่อพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูก-บังคับทำแท้ง ขอศพเด็กทำพิธีสะกดวิญญาณ เผยหลานมีแฟนชอบคุยโทรศัพท์กับผู้ชายดึกๆ คาดแค้นโดนพ่อดุคุยเสียงดังเลยไปแจ้งความ จากกรณี เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มูลนิธิสายเด็ก นำตัว น.ส.มะลิ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ชาวจังหวัดลำพูน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูนว่า ถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนตั้งแต่ที่สมัยยังเรียนอยู่ชั้นป.4 จนปัจจุบันอายุ 18 ปี กระทั่งตั้งท้อง 4 เดือน และพ่อบังคับให้ทำแท้ง ทั้งให้เหน็บยากินยาและฉีดแอลกอฮอล์เข้าช่องคลอดถึง 6 ครั้ง และบังคับให้ใช้ยาคุมกำเนิดด้วยรวมกระทำมาแล้ว 8 ปี นั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวนายอภิชาติ พ่อของน.ส.มะลิ อายุ 39 ปี มาส่งให้พนักงานสอบสวน หลังจากที่ได้ประสานเข้ามามอบตัว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเคยมีคดีเกี่ยวกับทำร้ายร่างกายผู้อื่น 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าห้องขังทันที ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพักของผู้ต้องหาที่ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน เป็นบ้านปูนยกสูง ชั้นเดียว ทางเข้าบ้านเป็นซอยแคบ ภายในบ้านแบ่งเป็น 3 ห้อง ได้แก่ ห้องโถงกลาง ห้องของย่า และห้องของผู้ต้องหากับลูกสาววัย 18 ปี โดยผู้ต้องหากับผู้เสียหายอาศัยอยู่ห้องเดียวกัน โดยมีตู้เสื้อผ้ากั้นระหว่างห้องไว้ นางไก่ (นามสมมุติ) อายุ 67 ปี ย่าของผู้เสียหาย เปิดใจว่า หลานอยู่กับตนมาตั้งแต่อายุ 3 ปี เพราะพ่อกับแม่แยกทางกัน ปกติน.ส.มะลิกับนายอภิชาติลูกชายของตน จะนอนด้วยกัน 2 คน แต่นอนแยกเตียงกัน โดยมีตู้เสื้อผ้ากั้นระหว่างห้องไว้ ส่วนตนนอนอยู่อีกห้อง และไม่เคยได้ยินเสียงแปลกๆ หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือมาก่อน ทั้งนี้ หลานเป็นเด็กเงียบๆ ไม่ค่อยช่วยงานบ้าน และดื่มกินเหล้าอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีเรื่องยาเสพติด มักจะคุยโทรศัพท์กับผู้ชายดึกๆ เท่าที่ตนทราบหลานก็มีแฟน ซึ่งตนไม่ทราบเรื่องที่หลานตั้งครรภ์ แต่ช่วงหลังสังเกตเห็นว่าใส่เสื้อตัวใหญ่ และรูปร่างอ้วนท้วมกว่าปกติ เพิ่งจะมาทราบหลังจากที่ถูกจับว่าเคยทะเลาะกับพ่อ แล้วบอกว่า “ถ้าพ่อไม่พาไปทำแท้ง จะไปทำคนเดียว” แต่เมื่อ 2 วันก่อน นายอภิชาติมาเล่าให้ตนฟังว่า ตอนนี้ลูกสาวไม่อยู่ ออกไปรักษาอาการที่อื่น แต่ตนไม่ทราบว่าไปรักษาเกี่ยวกับอะไร อย่างไรก็ตาม ตนไม่เชื่อว่าลูกชายจะข่มขืนลูกในไส้ของตัวเอง เพราะนายอภิชาติเป็นคนเงียบขรึม ไม่ได้มีพฤติกรรมเช่นนี้ ส่วนตัวไม่ทราบว่า ทำไมหลานต้องแจ้งความจับพ่อของตัวเอง และหากลูกในท้องเป็นลูกของพ่อเขาจริง ทำไม่ไม่เก็บไว้เป็นหลักฐาน อีกทั้งก่อนหน้านี้ นายอภิชาติมักจะต่อว่าที่น.ส.มะลิชอบคุยโทรศัพท์เสียงดัง จนทำให้น.ส.มะลิโกรธ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ไปแจ้งความก็เป็นได้ นอกจากนี้ ลูกชายของตนเคยทำท่าว่าจะตีน.ส.มะลิ 1 ครั้ง ตนจึงบอกว่าถ้ามีอะไรให้บอก หรือไปแจ้งความเลย แต่น.ส.มะลิกล่าวเพียงว่า “ย่าไม่รู้อะไร หนูจะทนเรียนให้จบ ม.6” และหากนายอภิชาติทำผิดจริง ตนก็ไม่เข้าข้าง ปล่อยให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาที่สภ.เมืองลำพูน นายอภิชาติ ผู้ต้องหา กำลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาพยายามบ่ายเบี่ยง และไม่ยอมรับว่าข่มขืนจริงหรือไม่ และจะสู้คดี พูดเพียงว่า ตนรู้สึกสงสัยว่าผู้เสียหายเป็นลูกของตนจริงหรือไม่ เนื่องจากตนจำคุกประมาณ 4 ปี และก่อนที่ตนจะจำคุก แม่ของลูกสาวตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน แต่พอตนออกมาจากเรือนจำ ลูกสาวของตนอายุเพียง 2 ปีเท่านั้น ทั้งนี้ ตนกับแม่ของผู้เสียหายมีเลือดกรุ๊ปโอ แต่เด็กมีเลือดกรุ๊ปบี และจากการที่ตนไปสอบถามหมอ หมอยืนยันว่า ลูกไม่มีทางออกมาเป็นเลือดกรุ๊ปบีได้ ด้าน พ.ต.อ.พัฒนพงษ์ ขำแก้ว ผู้กำกับการ สภ.เมืองลำพูน เปิดเผยว่า ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า พ่อกระทำชำเราสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยแบ่งเป็นสองช่วง คือ ช่วงที่ อายุ 11-13 ปี จากนั้นผู้ต้องหาเข้าคุกไปประมาณ 4 ปีกว่า และหลังจากที่ออกมา […]

ต้นไม้ล้มทับรถกระบะ คนขับรอดปาฎิหาริย์

เกิดเหตุต้นไม้ขนาดล้มลงทับรถยนต์กระบะของชาวบ้านที่เข้าป่าไปหาเก็บเห็ด ที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า ป้ายทะเบียน 9479 ลำพูน เป็นของชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ ที่จอดรถไว้ บริเวณปากทางเข้าทุ่งกิ๊ก ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จังหวัดลำพูน เพื่อพากัน เข้าป่าไปหาเก็บเห็ด ในเขตอุทยานฯ ได้ถูกลมพัดต้นไม้เต็ง ขนาดใหญ่โคนทับรถ จนเสียหายขณะที่จอดทิ้งเอาไว้ ข้างทางสายดังกล่าว โดยช่วงเวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา บริเวณเขตอุทยานแห่ชาติแม่ปิง มีลมพัดและมีฝนตกลงมาเล็กน้อยส่วนใหญ่จะมีลมพัดเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เกิดต้นไม้หักโคน ล้มทับรถชาวบ้านที่จอดทิ้งไว้ได้รับความเสียหาย ล่าสุด นายวิวัฒน์ จันทร์โอภาส นายอำเภอ สั่งการและประสานไปยังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิงตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่ามีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 2 คัน เป็นรถของชาวบ้าน ตำบลลี้ 1 คัน ตำบลป่าไผ่ 1 คัน เจ้าของยังหาเห็ดอยู่ที่ทุ่งกิ๊ก เดชะบุญจึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

1 2