ดราม่าร้านอาหารที่ภูเก็ต คิดราคาโหด เจ้าของร้านออกมาแจงอีก จริงๆ ขาดทุนไปตั้ง 1500 ด้วยซ้ำ

จากกรณี ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊กว่า Lalita K. Chaiyasit ได้โพสต์ภาพบิลค่าสั่งอาหารอาหาร พร้อมข้อความระบุว่าเตือนภัย คนที่มาเที่ยวภูเก็ต ทั้งนี้ในโพสต์ดังกล่าวยังมีภาพบิลอาหาร 3 ใบ โดยมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่อว่าทางร้านที่ขายในราคาสูงเกินจริง ทำให้ไม่มีใครอยากมาภูเก็ต ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วราคาไม่แพงอย่างที่มีการโพสต์กล่าวหาในโซเซี่ยลแถมเจ้าของร้านยังขาดทุนไปอีก 1500 บาท ความคืบหน้าล่าสุด สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ สภ.กมลา รองนายกอบต.กมลา ปลัดอบต.กมลา สารวัตรกำนันตำบลกมลาและสื่อมวลชนหลายสำนัก ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งได้ข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2563 ลูกค้าได้สั่งอาหารผ่านไกด์ และทางไกด์ได้ทำการตกราคากันเป็นที่เรียบร้อยกับเจ้าของร้าน โดยการทำอาหารมี 2 ส่วนคือ ได้สั่งอาหาร 5 รายการจำนวนเงิน 3,780 บาทส่วนที่ 2 ทางไกด์ได้ซื้อปลามง ประมาณ 2-3 กิโล มา 1 ตัว กุ้งมังกร 4 ตัว ปลาเก๋า จำนวน 2 ตัว นำมาเพื่อให้ทางร้านทำอาหารตามเมนู หลายรายการ โดยทางร้านคิดค่า ปรุงอาหารซึ่งเป็นวัตภุดิบที่นำมาจกภายนอก ในราคา 3,000 บาท ซึ่งทางไกดฺได้ตกลงด้วยดี รวมเป็นเงิน 6,750 บาท และอาหารที่สั่งยังพ่วงอาหารอื่นๆอีกเช่น หมู่คั่วกลิ้ง หมึกผัดกระเทียม ซึ่งทานได้ทั้งหมด 10 คน อาหารทั้งหมดได้นำไปทานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณบ้านนาคาตำบลกมลา แต่ทางผู้สั่งเห็นราคา จึงได้ขอลดไป เหลือ 4,000.-บาท โดยทางร้านยินดีลดให้อีกทั้งๆที่ ขาดทุนไปถึง 1500 บาท นายสิทธิเทพ ปรีชา ผู้จัดการร้านฯ เผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่เกิดกับร้าน เพราะตนเปิดร้านมากว่า 30 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา เพราะไม่เคยหน้าเลือดคิดราคาแพงหรือขูดรีดลูกค้า มีแต่ให้ลูกค้ามาตลอด อย่างเช่น บางรายยังแจกผลไม้เพิ่มให้ ตั้งแต่เปิดมาครั้งนี้นับว่าเป็นเคสแรก และฝากไปถึงผู้โพสต์ว่า อย่าทำเลยพฤติกรรมแบบนี้ มีอะไรขอให้พูดจากันตรงๆ จะทำให้การท่องเที่ยวเสียหาย คนไทยหรือนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวจะไม่กล้ามาเที่ยว ทำให้ภูเก็ตเกิดความเสียหายในแง่ลบและตนต้องขอโทษผู้ประกอบการรายอื่นๆ รวมถึงคนภูเก็ตด้วยที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ขณะเดียวกันในเฟสบุ๊ค Lalita K. Chaiyasit ล่าสุด 9 กรกฎาคม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ตอนนี้ปิดการแจ้งเตือนเกี่ยวกับโพสต์ที่มีประเด็นดราม่าทั้งหมดแล้วนะคะ เราต้องการชีวิตประจำวันของเราคืนแล้วค่ะ ใครที่ให้กำลังใจก็ขอบคุณนะคะ ใครที่ด่า แต่ขอโทษนะคะ แต่คุณพี่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยค่ะ หากมีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านี้โดยที่ผิด และมีข้อมูลเปลี่ยนไปจากความจริง ทางเราจะให้กฏหมายและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนจัดการแล้วค่ะ

พชร อนันตศิลป์ เล็งลดราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล จากปัญหาสลากขายไม่หมด

เป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับผู้ที่ชอบซื้อหวย จากการที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าล็อตเตอรี่ล้นตลาด เนื่องจากมีคนซื้อน้อยลง อาจเป็นผลมาจากการได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ co vid19 ทำให้ทางกองสลากจึงคิดหาแนวทางในการจัดการไม่ให้มีล็อตเตอรี่เหลือหรือขายออกไปให้ได้มากที่สุด โดย นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต และประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า จะมีการนำปัญหาสลากขายไม่หมด จนลดราคาเหลือใบ 50 ถึง 60 บาท เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสลาก ช่วงปลายเดือน มิถุนายนนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และพิจารณาหาสาเหตุ โดยส่วนตัวเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องอุปสงค์อุปทาน เมื่อสั่งจองมากกว่าความต้องการของตลาด ก็ทำให้ขายไม่หมดและต้องลดราคาลงมา ซึ่งไม่น่าเกี่ยวข้องกับความไม่เชื่อมั่นของสลาก แต่อย่างใด และการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลรอบวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ได้พบปัญหามีสลากเหลือค้างแผงจำนวนมาก จนพ่อค้าแม่ค้าต้องยอมเลหลังขายขาดทุน เหลือราคาต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เพียงใบละ 50 ถึง 60 บาท โดยสาเหตุเนื่องจากมีการพิมพ์สลากออกมาขายมากถึง 97 ล้านฉบับ ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจหลัง co vid19 ยังไม่ดีขึ้น ส่วนสถานการณ์ลอตเตอรี่รอบวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ คาดว่าผู้ค้าจะประสบปัญหาลอตเตอรี่ขายไม่หมดอีกเช่นเคย เนื่องจากยังมีสลากพิมพ์ออกมาถึง 98 ล้านฉบับ อีกทั้ง ยังช่วงเปิดเทอมจะมีการซื้อลดลงเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม รอบนี้บรรดานายทุน ต่างระมัดระวังตัวด้วยการตั้งราคารับซื้อลดลง หลังจากรอบที่แล้วต้องขาดทุนอย่างหนัก โดยรับซื้อสูงถึงใบ 82 ถึง 85 บาท แต่ขายได้เพียง 50 ถึง 60 บาท อย่างไรก็ตามขอให้พ่อค้าแม่ค้าสลาก ประเมินสถานการณ์การจำหน่ายลอตเตอรี่ให้ดีก่อน เพราะกำลังการซื้อของประชาชนก็ยังไม่ปกติ รวมถึงอาจจะมีค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมทำให้มีภาระพิ่มมากขึ้น

พิษโควิด-19 ทำเอาแม่ค้าหวยบ่นกันยกใหญ่ ขายหวยไม่ได้ ต้องลดราคาหวยเหลือใบละ 60 บาท

แม่ค้าหวยวังสะพุงบ่นอุบ งวดนี้ขายลอตเตอรี่ไม่ดี เหตุเจอพิษโควิด-19 ไม่มีคนซื้อ เศรษฐกิจไม่ดี คนไม่ออกนอกบ้าน ไม่จ่ายเงิน ทั้งที่ขายขอแค่ทุนคืนมาเพื่อมาจุนเจือ ใบละ 60 บาท ขอให้มีคนมาซื้อ เพราะใกล้วันหวยออกแล้ว ส่วนหวยชุด 15 ใบ จาก 1,900 เหลือแค่ 1,400 บาท ยอมเจ็บตัวขายราคาถูก ขายขาดทุนก็ยอม ขอให้ได้เงินคืนมาบ้าง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ถนนภูมิวิถี อ.วังสะพุง จ.เลย ที่มีพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยมาตั้งแผงขายหลายสิบรายที่หน้าธนาคาร พบแต่ละแผงเหลือลอตเตอรี่จำนวนมาก ขายในราคา 80 บาท ทั้งหวยชุด หวยใบเดียว ส่วนหวยชุดใหญ่ 10 และ 15 ใบ ขายถูกกว่าถูกงวด บางร้านตัดใจยอมขายขาดทุน 60 บาท เพื่อขอทุนคืน ทั้งที่ต้นทุนที่รับมาอยู่ที่ 77-78 บาท นางกิติพา โพธิ์แก้ว อายุ 44 ปี แม่ค้าลอตเตอรี่มานานกว่า 23 ปี เล่าว่า ลงทุนซื้อลอตเตอรี่มากว่า 200,000 บาท ลอตเตอรี่งวดนี้ขายแย่มากๆ คนไม่มีเงินซื้อ เศรษฐกิจไม่ดี คนไม่ใช้จ่าย คนไม่ออกจากบ้าน สาเหตุมาจากการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 แผงที่ร้านขายในราคาใบละ 80 บาท ขายได้ก็ไม่มีกำไร เพราะลอตเตอรี่เลื่อนการออกรางวัลมานาน 1 เดือน ไม่เหมือนทุกงวดที่เคยออกตามปกติ ขายออกไปก็ยังพอเห็นกำไร และเชื่อว่าวันที่ 16 พ.ค.นี้ เป็นวันหวยออกก็ไม่น่าขายหมด จะเทขายเท่าไรก็จะขายถ้ามีคนซื้อ 60 บาท หรือ 50 บาทก็จะขาย เพื่อจะขอทุนคืนมาบ้าง เพื่อมาจุนเจือเลี้ยงครอบครัว ขอขายได้ดีกว่าไม่ได้ขายเลย ขาดทุนก็ยอม ส่วนงวดหน้าจะซื้อลอตเตอรี่มาขายหรือไม่นั้น ก็ต้องดูก่อน อาจจะซื้อมาขายน้อยลง หรือไม่ขาย ส่วนหวยชุดใหญ่ 15 ใบ 90 ล้าน ขายชุดละ 1,400 บาท ถูกมากๆ ก็ยังหาคนซื้อไม่มีเลย แต่เมื่อวานมีลูกค้ามาซื้อลอตเตอรี่ 50-60 ใบ ก็ขายในราคาใบละ 60 บาท ด้านนายกฤตฐาณะ ศรีทอง อายุ 27 ปี ลูกค้า เล่าว่า วันนี้มาหาซื้อลอตเตอรี่ เลขที่ชอบ เพระราคาถูกในช่วงโควิดระบาด วันนี้ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาซื้อลอตเตอรี่ชุดใหญ่ 15 ใบ พอดีมาเจอเลขถูกใจที่ชอบ และราคาถูก แม่ค้าขาย 1,400 บาท ซึ่งตนเองเคยซื้อชุด 15 ใบ ราคา 1,800-1,900 บาท แต่แม่ค้าแผงนี้ขาย 1,400 บาท ถือว่าถูกมาก ส่วนซื้อเลขอะไรไม่ขอบอก.

นิสสัน ประกาศผ่านเว็บไซต์ ลดถล่มราคายอมขายขาดทุน แถมมีราคาพิเศษ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และข้าราชการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิสสัน จีที ออโต (บางนา-ตราด กม.43) อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ของโชว์รูม ถล่มราคาต่ำกว่าทุน อาทิ นิสสันเอ็กซ์เทรล รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ราคาเต็ม 1.53 ล้านบาท ลดราคาลงมากกว่า 6 แสนบาท และยังมีรุ่นอื่นถล่มราคาตั้งแต่ 3 แสน ไปจนถึง 5.5 แสนบาทโดยผู้บริหารโชว์รูมระบุว่า ตลาดช่วงนี้ย่ำแย่มาก เชื่อว่าทุกดีลเลอร์ได้รับผลกระทบจากยอดขายที่หดตัวแทบไม่มีความเคลื่อนไหว และที่สำคัญ ไม่มีใครอยากแบกสต๊อกไว้นานเพราะส่วนใหญ่ซื้อรถด้วยเงินสด เก็บไว้นานก็เป็นภาระดอกเบี้ย บางครั้งต้องยอมขายขาดทุนเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนและรักษาสภาพคล่อง โดย ผู้บริหารนิสสันได้รับข้อมูลว่า ปกตินิสสันก็จะมีแคมเปญเพื่อคืนกำไรลูกค้าอยู่ตลอดทุกเดือน และถ้าช่วงไหนบริษัทกำลังจะมีรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด ก็จะมีแคมเปญพิเศษเพื่อระบายสต๊อกที่ค้างอยู่ ส่วนลดที่เพิ่มขึ้นนั่นก็เป็นเพราะดีลเลอร์เอาไปทำดับเบิลแคมเปญ หรือที่ทั่วไปเรียกว่า ออนท็อป เสนอให้ผู้บริโภค เพื่อให้ขายได้มากขึ้น แต่บริษัทแม่ก็จะพยายามดูแลไม่ให้มากเกินไป เพราะจะเป็นการตัดราคาและเสียตลาดในที่สุด แหล่งข่าวจากบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตอนนี้นิสสันจัดแคมเปญ Care for You สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และข้าราชการ ด้วยการนำรถยนต์ 3 รุ่น ได้แก่ นิสสันเอ็กซ์เทรล, เทอร์ร่าและเทียน่ามอบส่วนลดพิเศษ เอ็กซ์เทรล 2.0 V 4WD ไฮบริด ราคา 1,537,000 บาท ขาย 899,000 บาท, รุ่น 2.0VL4WD ไฮบริด ราคา 1,617,000 บาท ขาย 999,000 บาท, รุ่น 2.5S 2WD ราคา 1,350,000 บาท ขาย 1,090,000 บาท, รุ่น 2.5V 2WD ราคา 1,460,000 บาทขาย 1,190,000 บาท, รุ่น 2.5VL4WD ราคา 1,660,000 บาท ขาย 1,290,000 บาท, เทอร์ร่า และเทียน่า 2.0XL ราคา 1,426,000 บาท ลดเหลือ 999,000 บาท, รุ่น 2.0 XL Navi ราคา 1,476,000 บาท ลดเหลือ 1,039,000 และรุ่น 2.0XV Navi ราคา 1,674,000 บาท ลดเหลือ 1,179,000 บาท ส่วนรถพีพีวี นิสสัน เทอร์ร่า รุ่น 2WD V7AT ราคา 1,316,000 บาท เหลือ 999,000 บาท, รุ่น 2WD VL7AT ราคา 1,349,000 บาท เหลือ 1,099,000 บาท และรุ่น 4WD VL7AT 1,457,000 บาท เหลือ 1,199,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1-15 พ.ค.นี้ “รถที่นิสสันได้นำมาร่วมแคมเปญดังกล่าวนั้นมีจำนวนไม่มากนัก และหลังจากเปิดแคมเปญดังกล่าวออกไปได้ไม่กี่วัน ปรากฏว่าได้รับการตอบรับและความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก” ก่อนหน้านี้ นิสสันได้จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย Care for You ช่วยเพิ่มความสบายใจให้ลูกค้านิสสันนานถึง 12 […]

กระทรวงพาณิชย์จับมือผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ 14 บริษัท ปรับลดราคาสินค้าจำเป็น 6 หมวด

กระทรวงพาณิชย์จับมือผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ 14 บริษัทและห้างสรรพสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐลดราคาสินค้าจำเป็น 72 รายการ ตั้งแต่ 5-58%  ถึง 30 มิถุนายน 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับผู้ผลิต ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ว่า เป็นการหารือเพื่อหาแนวทางจัดลดราคาจำหน่ายสินค้าตาม “โครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน” ในภาวะวิกฤติที่กำลังเผชิญการระบาดของโควิด-19 ทำให้รายได้ลดลง ซึ่งผู้ผลิตสินค้า รวมทั้งห้างค้าปลีกพร้อมให้ความร่วมมือลดราคาสินค้า 5-58% ในสินค้าจำเป็น 6 หมวด จำนวน 72 รายการ สำหรับสินค้าจำเป็น 6 หมวด จำนวน 72 รายการ ประกอบด้วย – หมวดอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ข้าวสาร น้ำมันปาล์ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และนม – หมวดอาหารปรุงสำเร็จแช่แข็ง ลดราคาผ่านเซเว่น-อีเลฟเว่น และซีพีเฟรชมาร์ท – หมวดซอสปรุงรส เช่น ซีอิ้วขาว-ซีอิ๋วดำตราเด็กสมบูรณ์ ซอสหอยนางรม เต้าเจี้ยว – หมวดของใช้ประจำวัน เช่น กระดาษชำระ แป้งเด็ก ยาสีฟัน แปรงสีฟัน และผ้าอนามัย – หมวดผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย เช่น สบู่ แชมพู โฟมล้างหน้า – หมวดผลิตภัณฑ์ซัก-ล้าง เช่น น้ำยาทำความสะอาดผ้า น้ำยาล้างขวดนม และน้ำยาทำความสะอาดพื้น

1 2 3 4