ตาวัย 82 ดัดแปลง “รถตุ๊กตุ๊ก” เป็น “ร้านอาหารตามสั่งเคลื่อนที่”

เป็นเรื่องราวสุดเก๋า ของคุณตาวัย 82 ที่สู้ชีวิต เปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กที่ใช้รับ-ส่งผู้โดยสาร มาเป็นร้านอาหารเคลื่อนที่ คุณตาเล่าว่า สมัยก่อนตนเป็นกุ๊กร้านอาหารดังในจังหวัดปราจีนบุรี เเละเมื่อ ปี 2519 เคยประกอบอาหารถวาย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งเสด็จฯมายัง จ.ปราจีนบุรี กระทั่งช่วงปี 2536 ออกจากพ่อครัวแล้วมาประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป หรือก่อสร้างทั่วไป เพราะต้องดูแลภรรยาที่ป่วย และภรรยาเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่เนื่องด้วยสภาพร่างกายและพิษโควิด-19 ทำให้ไม่มีงานเข้ามา ประกอบกับที่ผ่านมาเคยรับจ้างขับรถตุ๊กตุ๊ก จึงใช้ความรู้ความสามารถรดัดแปลงรถตุ๊กตุ๊กกลายเป็นร้านอาหารเคลื่อนที่ เพราะคิดว่ากลุ่มเดลิเวอรียังสามารถสั่งอาหารมาทานได้อยู่ จึงอยากไปทำอาหารสดๆร้อนๆ หน้าบ้านของผู้บริโภค ส่วนราคาอาหารของคุณลุง ลุงขายในราคา 30 บาท เพิ่มไข่ดาวบวก 5 บาท ซึ่งจะขายอยู่บริเวณตัวเมืองปราจีนบุรี ตั้งแต่ 08.00 – 14.00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์ สามารถโทรสั่งจองได้ที่ 08-6842-4168   เห็นใจ! หนูน้อยสู้ชีวิต ลงทุนซื้อลอตเตอรี่ขาย หาเงินมาเรียนหนังสือ พระเอกลิเกสุดสู้ชีวิต ! แต่งชุดลิเกไลฟ์สด เผยคนรู้จักต้องผูกคอตายเพราะ “พิษโควิด” งั้นตัวเราต้องสู้ให้ถึงที่สุด !    

สาวโวย! ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง สั่งกับข้าวแต่ต้องตกใจอย่างแรงกับเมนูหมูกรอบผัดพริกเผา

เมื่อวันที่ผ่านมา ได้สาวคนหนึ่งอาภรณ์ ทูปแป้นได้โพสต์แชร์เรื่องราวผ่านเฟสบุ๊คระบายว่า “ได้ไปส่งยายหาหมอที่คลีนิคหมอประเสริฐ เชียงราย ข้างๆ คลีนิคมีร้านขายอาหารตามสั่ง หันไปถามยายว่ายายมีกับข้าวเย็นยัง ยายบอกว่ายัง ก็เลยสั่งกับข้าวให้ยาย ปรากฏออกมาตามภาพที่เห็น ลืมบอกไปสั่งกับข้าว 5 อย่าง โดยจ่ายโครงการคนละครึ่งของยาย1.ยำวุ้นเส้น 50 บาท 2.ยำมาม่า 50 บาท 3.ผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้า 70 บาท 4.ผัดคะน้าหมูกรอบ 70 บาท 5.หมูกรอบผัดพริกเผา 70บาท รวมจ่าย 310 บาท แต่ที่คาใจคือรายการที่ 5 ตามภาพที่ให้ดู (ไม่ทราบว่าถ้าสั่งอาหารรายการเดียวคือรายการที่ 5 ลูกค้าจะคุ้มค่าเงิน 70 บาทไหม แล้วจะอิ่มท้องหรือเปล่า)อยากทราบว่าเป็นเพราะโครงการหรือว่าเป็นปกติของร้านค้า ตอนอยู่ที่ร้านก็ไม่ได้ดูกับข้าวที่อยู่ในถุงพอมาเห็นที่บ้านโอ้โหตกใจเลยค่ะ(สั่งเฉพาะกับข้าวไม่ได้ราดข้าว) #กับข้าวยุคโควิด-19” เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ชาวเน็ตด่ายับ! หนุ่มกดน้ำอัดลมไร้จิตสำนึก ลั่น “ชีวิตกูมายุ่งไร” ชาวเน็ตเห็นใจ! เมื่อแม่โพสต์เห็นกระดาษที่ลูกเขียนถึงตัวเอง ไม่คิดว่าจะเขียนขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นกันว่าราคา 70 มันแพงเกินไป บ้างก็บอกว่า ยุคโควิดของแพงมากจ่ายสดก็ยังได้น้อยไม่ค่อยสมราคา เป็นประเด็นที่ตอนนี้กำลังถกเถียงกันว่ามันแพงเกินไป สามารถร้องเรียนร้องเรียนศ.ค.บ ได้เลย

ระทึก! ยืมกระบะหวังช่วยงานศพ พลาดพุ่งชนร้านตามสั่งเจ็บ4ราย

อุบัติเหตุ พื้นที่ สน.ราษฎร์บูรณะ กระบะ ขับชนร้านของชำ อาหารตามสั่ง ลูกค้านั่งกินโดนลูกหลง บาดเจ็บ พบเป็นรถที่ยืมมาช่วยขนน้ำในงานศพ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ร.ต.ต.อัครเดช แก้วเกียรติยศ รอง สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนร้านอาหารตามสั่งจนส่งผลให้มีผู้ได้รับอาการบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านเลขที่ 166 ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนโรจนนิมิตวิทยา ซอยสุขสวัสดิ์ 27 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ถท 5070 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน โดยกระจกหน้ารถรวมไปถึงฝั่งคนขับและผู้โดยสารแตกร้าวทั้งบาน และยางล้อหน้าขวาแตกทั้งเส้น เสียหลักพุ่งชนคาร้านค้าดังกล่าว ส่วนสภาพร้านพบกระจกแตกร้าวหลายบานและข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนเต็มพื้น   โดยมีผู้ได้รับอาการบาดเจ็บรวม 4 ราย ประกอบด้วยนายเอกนรินทร์ หูสวัสดิ์ อายุ 46 ปี ผู้ก่อเหตุ อาสาสมัครเร่งนำตัวส่งรพ.บางปะกอก 1 นายเสกสรร มีเบ้า อายุ 22 ปี ส่งรพ.สุขสวัสดิ์ นายอธิป บุตรพรหม อายุ 23 ปี ส่ง รพ.ราษฎร์บูรณะ และนายอภิสิทธิ์ บุญไตรย์ อายุ 22 ปี ส่ง รพ.ราษฎร์บูรณะ ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนนายธนสร จันทร์จวง อายุ 37 ปี กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว โดยประกอบกิจการขายของชำและอาหารตามสั่งควบคู่กันไป ซึ่งก่อนเกิดเหตุมีลูกค้ารวม 3 ราย เข้ามาใช้บริการนั่งรับประทานอาหารกันตามปกติ จู่ๆตนได้ยินเสียงดังโครมก่อนพบรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนร้านตนและลูกค้าเข้าอย่างจัง โดย 1 ในนั้นมีอาการสาหัส ส่วนอีก 3 ราย รวมถึงคนขับได้รับอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนมูลนิธิจะเร่งช่วยกันนำตัวส่งรพ.ต่างๆ เพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ด้านนายธันวา เดิมสมบูรณ์ อายุ 58 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังนั่งเล่นอยู่ที่ร้านขายของชำซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้า-ออกของวัดประเสริฐสุทธาวาส จู่ๆตนพบรถยนต์กระบะคันก่อเหตุขับเลี้ยวออกจากวัด พร้อมเหยียบคันเร่งและเบิ้ลเครื่องยนต์จนเกิดควันดำก่อนออกตัวไปอย่างรวดเร็ว เมื่อพ้นขอบประตูไปได้สักระยะตนได้ยินเสียงดังโครมจึงรีบวิ่งออกไปดูจนกระทั่งพบว่าเกิดอุบัติเหตุเหตุพุ่งชนร้านค้าดังกล่าวซึ่งอยู่ห่างจากตนประมาณ 100 เมตร โดยไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดจากสาเหตุใด จากนั้นตนมาทราบภายหลังว่า ผู้ขับรถคันก่อเหตุนั้นไม่ใช่เจ้าของรถที่แท้จริงเพียงแค่ยืมรถไปขนน้ำเพื่อมาช่วยงานศพเท่านั้น จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานก่อนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งสอบปากคำพยานแวดล้อม ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ชาวเน็ตโพสต์เตือน ร้านตามสั่งตายายโหด เจอกระเพราหมูกรอบจานละ 75 บ้าน

กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “นายเบิกบานหวานชื่น” โพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัยตามสั่งตา-ยายโหด เป็นร้านอาหารตามสั่งธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา สั่งคะน้าหมูกรอบ 3 จาน กะเพราหมูกรอบ 1 จาน ข้าวผัด 1 กล่อง เพราะเต็มที่ก็คงไม่เกินจานละ 50 บาท ที่ไหนได้กินเสร็จเกือบ 400 บาท เจ้าของโพสต์ยัง ระบุว่า “เพิ่งจะเคยกินคะน้าหมูกรอบธรรมดา 75 บาท กะเพราธรรมดา 75 บาท ข้าวผัด 65 บาท โชคดีที่ไม่สั่งพิเศษ 85 บาท จึงฝากถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องราคาด้วย” ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านอาหารตามดังกล่าว ตั้งอยู่เลขที่ 6/2 หมู่ 13 บ้านเทื่อม ริมถนนอุดรธานี-บ้านผือ ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นห้องเช่าปูนชั้นเดียว พบนายศักดิ์ชัย เชี่ยวขจร อายุ 71 ปี และนางแดง จันทร์พิรักษ์ อายุ 66 ปี สามีภรรยาเจ้าของร้าน โดยจากการสังเกตบริเวณหน้าร้านมีตู้กระจกใส่วัตถุดิบทำอาหาร และติดสติกเกอร์สีแดงและเหลือง ตัดเป็นข้อความ “ตามสั่งรสเด็ด ข้าวผัดคะน้าหมูกรอบ กระเพราทะเล” นายศักดิ์ชัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนกับภรรยาขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด แต่มาเปิดร้านขายอาหารตามสั่งตรงนี้ 7-8 ปีแล้ว โดยเช่าร้าน 2,000 บาท จะเขียนราคาอาหาร และน้ำดื่ม ติดไว้ฝาผนังร้าน ซึ่งสามารถขายได้วันละ 10-20 จาน แต่มาทุกวันนี้ขายได้ 3-5 จาน นายศักดิ์ชัย กล่าวต่อไปว่า เมื่อบ่ายวานนี้มีลูกค้าขาจร เป็นผู้ชายมาสั่งอาหารใส่กล่อง 5 กล่อง คะน้าหมูกรอบ 3 กล่อง ๆ ละ 75 บาท กระเพราหมูกรอบ 1 กล่อง ๆ ละ 75 บาท ข้าวผัด 1 กล่อง 65 บาท ลูกค้านั่งรอที่โต๊ะเสร็จแล้วตนคิดเงิน 385 บาท ลูกค้าจึงโวยวายต่อว่าตนขายแพง ตนก็อธิบายว่าราคาไม่แพง เพราะต้นทุนมาแพง แต่อธิบายเท่าไรก็ไม่ยอมรับโกรธและด่าตนเสีย ๆ หาย ๆ ว่า ขายวันเดียวก็รวยแล้ว ตนอยากจะบอกบอกไปว่า ถ้าเช่นนั้นก็ให้ลูกหลานคุณมาขาย ถ้า 1 วันขายแล้วรวย ตนติดราคาไว้ทำไมไม่ดู ทำไมไม่ถามราคา ถ้าคิดว่าราคาแพงก็ไม่ต้องกิน ไม่ต้องซื้อ พร้อมกับเดินไปชี้สติกเกอร์ราคาอาหารที่ติดอยู่ฝาผนังร้านให้ผู้สื่อข่าวดู “เมื่อเช้านี้ มีตำรวจมา 2 คน ถามว่าทราบไหมมีคนไปโพสต์เฟซบุ๊ก ว่าผมขายอาหารแพง ผมก็บอกว่าตอนโต้แย้งกัน ผมก็อธิบายว่ายังไง เขาก็ไม่ยอมรับราคา ผมก็ติดให้ดู สมมติว่าคนตาบอดจะไปซื้อน้ำปลาซักขวด แล้วมาบอกว่าตาบอด มองไม่เห็น ผมถามว่าคนซื้อกับคนขายต้องถามราคากัน ถ้าไม่ถามจะซื้อกันได้อย่างไร” นายศักดิ์ชัย กล่าว นายศักดิ์ชัย เผยต่ออีกว่า จะไม่ปรับราคาขาย จะขายในราคาเดิม เพราะปรับไม่ได้ ทุกวันนี้ของแพงขึ้นมาเรื่อย ๆ จะให้ขายอยู่ในราคาเดิมได้อย่างไร ขายไม่ได้กำไร ตนลงทุนมากแต่ขายได้น้อยก็เจ๊ง อยู่ไม่ได้ ต้องปรับราคาตามต้นทุน ทุกวันนี้ก็ขายอาหารไม่ได้เงินอยู่แล้ว ขาดทุน ได้แค่ค่าเช่า บางวันก็ได้แค่ค่ากิน ตนขายราคา 75 บาทมานานแล้ว อาหารตนอร่อยได้เยอะไม่มีใครเทียบได้ ร้านตนดังอยู่แล้ว เคยมีคนมาเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง 20-30 เจ้าแล้วก็เจ๊งหมด เขาคงคิดว่าขายอาหารตามบ้านนอกต้องราคา 20-30 บาท แต่เขาไม่คิดว่าต้นทุนแพง ตนเลยต้องขายแพง ทั้งที่ตนไม่ได้คิดค่าแรงด้วยซ้ำไป ซึ่งตนกำลังสั่งทำป้ายใหม่ด้วย

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ ร้านข้าวกะเพราแพง เปรียบเทียบปรับแม่ค้า 1000 บาท

จากกรณีที่เฟสบุ๊คที่ชื่อ Muay Pattamaporn ได้โพสต์ลงกลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง กรณีได้ไปซื้อข้าวร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งระบุข้อความว่าได้ไปซื้อข้าวร้านแห่งหนึ่งไม่บอกชื่อร้าน โดยตนเองได้ไปสั่งข้าวเป็นผัดกะเพรารวมบวกไข่ดาว ป้าเจ้าของร้านคิดราคา 120 บาท ทำให้ตนเองถึงกับงง และสงสัยว่าทำไมราคาถึงแพงเกินจริงพอเปิดกล่องกับข้าวมาก็ปกติเหมือนร้านอื่น วันนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา ออกตรวจสอบกรณีเรื่องร้องเรียนการจำหน่ายอาหารกะเพรา(ทะเล) ไข่ดาวจานละ 120 บาท โดยไม่ปิดป้ายแสดงราคา โดยได้สรุปผลการตรวจสอบ คือ ร้านอาหารดังกล่าว เปิดจำหน่ายอาหารตามสั่ง ชื่อร้าน “นานาอาหารตามสั่ง” มีนางจำเนียร ขอเพิ่มกลาง เป็นเจ้าของโดยนางจำเนียร รับสารภาพตามข้อร้องเรียน และแจ้งว่าสาเหตุที่ขายราคาสูงกว่าปกติ เพราะใช้วัตถุดิบคุณภาพดี แต่ไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคา ล่าสุดพนักงานเจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ข้อหาฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 50 เรื่องการแสดงราคาสินค้าค่าบริการ และได้กำชับให้มีการปิดป้ายแสดงราคาอาหารให้ชัดเจน และราคาเป็นธรรม ซึ่งทางร้านยินยอมให้ความร่วมมือในการปิดป้ายแสดงราคาเพิ่มเติม ทั้งนี้สำนักงานพาณิชย์ยังกำชับให้ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ยุติธรรม และให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง  

1 2