เศร้า! ‘น้องปลื้ม’ เด็กนักเรียนชั้น ม.5 วิ่งหนีตายก่อนถูกคู่อริยิงสาหัส

วันที่ 3 เม.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนักเรียนทะเลาะวิวาทก่อเหตุไล่ยิงกัน โดยนายพันยศ หรือ น้องปลื้ม อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนชายประจำจังหวัดพิษณุโลก ถูกกลุ่มวัยรุ่นคู่อริซึ่งเป็นรุ่นพี่ของนักเรียนระดับชั้นเดียวกัน หลังก่อนหน้านี้ได้มีเรื่องกันในโรงเรียน จนอาจารย์ฝ่ายปกครองต้องเชิญผู้ปกครองมาพูดคุยและไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน แต่เรื่องกลับบานปลายไม่จบ เนื่องจากคู่กรณีได้ให้รุ่นพี่ซึ่งเป็นคนนอกโรงเรียนมาดักเคลียร์หลักเลิกเรียน แต่พูดคุยตกลงกันไม่ได้ จนถูกรุมทำร้ายจนต้องยกมือไหว้วิ่งหนีตายเอาชีวิตรอด แต่กลับถูกวัยรุ่นคู่อริชักอาวุธยิงใส่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง สุดเหี้ยม…!! คนร้าย ยิงหัววัยรุ่น 3 ศพ เสียชีวิตในสภาพกอดกันในป่า พบผู้ตายมีประวัติเป็นแก๊งลักสายไฟ โหดเหี้ยมจริง! เหตุการณ์วัยรุ่นไล่ตีกัน ขับกระบะไล่ชนจนล้ม ก่อนจะเหยียบซ้ำดับอนาถแล้วหลบหนี น้องปลื้มถูกกลุ่มวัยรุ่นนับ 10 คน รุมทำร้ายร่างกาย แต่น้องปลื้มก็ยกมือไหว้ร้องขอชีวิต และพยายามหนีฝ่าวงล้อมกระโดดออกมาจากศาลารอรถ แต่วิ่งหนีไปได้ไม่ถึง 10 ก้าว ก็ถูกวัยรุ่นชักอาวุธปืนยิงใส่จนล้มฟุบกองกับพื้น สร้างความแตกตื่นให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมป่าเถื่อนโหดเหี้ยมขนาดนี้ ซึ่งหลังก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนีไปคนละทิศละทาง ส่วนน้องปลื้ม ผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือนำตัวส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร อาการล่าสุดยังไม่พ้นขีดอันตราย น.ส.กุ๊ก พี่สาวของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า […]

รุ่นพี่ออกมาแฉซ้ำ! มีนร.หญิงหลายคนถูกครูคณิตฯคนนี้ลวนลาม เพื่อนครูจี้ลงโทษถึงที่สุด ทำให้เสื่อมเสียวิชาชีพ

ศิษย์รุ่นพี่โรงเรียนมัธยมชื่อดัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ แฉซ้ำมีนักเรียนหญิงหลายคนถูกครูคณิตหื่นลวนลามส่งแชตคุกคามทางเพศ ทาง ร.ร.เรียกไปตักเตือนแต่ยังไม่หยุดพฤติกรรม กระทั่งทำเรื่องอื้อฉาว ด้านเพื่อนครูจี้ต้นสังกัดลงโทษทั้งวินัยและ กม.ถึงที่สุด ไร้จรรยาบรรณสร้างความเสื่อมเสียแก่วิชาชีพครู วันนี้ (9 มี.ค.) จากกรณีที่ผู้ปกครองชาวอำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ นำหลักฐานคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ และข้อความแชตสนทนาที่ไม่เหมาะสมระหว่างครูประจำชั้นกับลูกสาวของตัวเองเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.กระสัง ให้ดำเนินคดีต่อนายโอ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นครูประจำชั้นและครูสอนวิชาคณิตศาสตร์โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอกระสัง ที่หลอกล่อกระทำชำเรา ด.ญ.บี (นามสมมติ) ลูกสาวของตัวเองซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.1 ทั้งยังมีการแอบถ่ายคลิปขณะครูมีสัมพันธ์กับลูกสาวในห้องน้ำของโรงเรียน นำไปแชร์ในโซเชียลมีเดียอีกด้วย ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ลูกสาวของตัวเอง ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น ล่าสุด น.ส.เอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.5 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของน้อง ม.1 ที่ถูกครูคณิตกระทำชำเรา ก็ออกมาแฉซ้ำถึงพฤติกรรมของครูคนดังกล่าว ว่าตอนที่ตนเองเรียนอยู่ ม.2 ก็เคยถูกครูคนนี้พยายามลวนลามส่งแชตทางเฟซบุ๊กมาหาในลักษณะชู้สาวและคุกคามทางเพศ แต่ตนไม่เล่นด้วยทั้งได้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกผู้ปกครอง และแจ้งครูที่โรงเรียนรับทราบเพราะรู้สึกกลัว ซึ่งที่ผ่านมาทางผู้อำนวยการโรงเรียนเคยเรียกครูไปตักเตือนแล้ว แต่ครูก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ยังพยายามลวนลามแตะเนื้อต้องตัวนักเรียนหญิงในโรงเรียนอีกหลายคน แต่โชคดีที่ไม่มีใครหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อของครูคนนี้ ส่วนน้อง ม.1 ที่มีการแชร์คลิปว่อนโซเชียลฯ ขณะมีความสัมพันธ์กับครูคณิตนั้นอาจเพราะความใกล้ชิดเนื่องจากเป็นครูประจำชั้นจึงอาจถูกครูหลอกล่อได้ง่าย […]

ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี 9 เดือน กับรุ่นพี่โหดเตะซ่อมรุ่นน้องจนเสียชีวิต อ้างทำไปเพราะรัก

วันที่ 17 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ศาลอาญามีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทื่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีนบุรี เป็นโจทก์ และญาติผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายศิริพันธ์ สิงห์พันธ์ อายุ 20 ปี อดีตนักศึกษา ปวส.ปี 1 สาขาช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี เป็นจำเลย ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมให้กระทำหรือไม่กระทำ โดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังหรือใช้กำลังประทุษร้าย ตาม ป.อาญา มาตรา 290, 309 วรรคแรก คำฟ้องอัยการระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2562 เวลากลางคืน จำเลยเป็นนักศึกษารุ่นพี่ของ นายพันธดนย์ บุญครอง อายุ 16 ปี ผู้ตาย ซึ่งเป็นนักศึกษา ปวช.ปี 2 สาขาเดียวกับจำเลย ได้บังคับข่มขืนใจให้ผู้ตายนอนคว่ำหน้าและนอนหงาย ไถตัวไปข้างหน้าแล้วไถตัวกลับมาบนพื้นกรวด เป็นระยะทางประมาณ 10 เมตร ในลักษณะขู่เข็ญตะคอกโดยทำให้กลัว จนผู้ตายจำยอมกระทำตามที่จำเลยข่มขืนใจ แล้วจำเลยใช้เท้าเตะที่หน้าอกผู้ตายหลายครั้ง […]

ตำรวจแจ้งข้อหาสั่งปรับ รุ่นพี่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่รับน้องด้วยการซ้อมรุ่นน้อง

จากกรณี น้องโฟล์ค อดีตนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ พร้อมกับผู้ปกครองเข้าแจ้งความที่ สภ.แม่โจ้ ให้เอาผิดกับรุ่นพี่หลายคนที่จัดกิจกรรมรับน้องนอกมหาวิทยาลัย ที่เรียกกันว่า “7 วันอันตราย” หลังถูกรุ่นพี่ใช้ชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฟกช้ำในขณะทำกิจกรรม ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้ว ล่าสุด ดร.สุดเขต สกุลทอง ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พากลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ 6 คน เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยตำรวจใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่ พ.ต.อ.ณฐภณ แก้วกำเนิด ผกก.สภ.แม่โจ้ ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังสอบปากคำรุ่นพี่แล้วทั้งหมดประมาณ 10 คน ในที่สุดรุ่นพี่รายหนึ่ง ได้ยอมรับสารภาพแล้วว่าลงมือทำร้ายรุ่นน้อง แต่ที่ผ่านมายังไม่ยอมรับเพราะกลัวส่งผลกระทบกับการเรียน และชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย หลังรับสารภาพ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ พร้อมสั่งปรับที่โรงพัก แต่ตำรวจยังไม่เปิดเผยอัตราเปรียบเทียบปรับ พ.ต.อ.ณฐภณ กล่าวว่า หลังจากผู้กระทำยอมรับผิดและมีการเปรียบเทียบปรับ ถือว่าเรื่องนี้จบลงด้วยดี ซึ่งทางผู้ปกครองก็พอใจ ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยก็ได้ขอโทษครอบครัวของน้องโฟล์ค รับปากว่าจะควบคุมการรับน้องให้ดีกว่านี้ ด้าน ดร.สุดเขต กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยมีการรับน้องสืบทอดมานานกว่า 85 ปี เพื่อเสริมสร้างความรักและความสามัคคีระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้น […]

รุ่นพี่ ม. 6 สุดโหด กระทืบรุ่นน้องนอนโคม่า หลังมาขอแลกเลสข้อมือ อาการน่าห่วง ยังอยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจ

จากกรณีผู้ใช้ เฟซบุ๊กเหน่อ หนองกระโดน ลงเรื่องราวพร้อมภาพประกอบระบุว่า น้องเข้าไปรับเลสข้อมือรุ่นจากรุ่นพี่ ม.6 ไปประมาณ 10 คน โดนทำร้ายประมาณสามคน น้องคนนี้โดนเตะหน้าอกจนหายใจไม่ออก ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ทำให้นอกจากปอดช้ำแล้วสมองบวมไปด้วย ได้รับแจ้งว่า น้องหัวใจหยุดเต้นไปแล้วสามรอบ ซึ่งพฤติการณ์แบบนี้ไม่เคยปรากฏพบที่โรงเรียนมาก่อนเป็นการคิดอยากทำและสืบทอดกันเอง รับแจ้งว่า ตอนนี้รุ่นพี่ที่ทำร้ายร่างกายไม่ได้อยู่ออกมารับผิดชอบแล้วหนีไปกบดานทางภาคตะวันออก เกี่ยวกับเรื่องนี้วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 มีรายงานว่า นางสาวอิน (นามสมมติ) อายุ 25 ปี พี่สาวนักเรียนที่บาดเจ็บเผยว่า สาเหตุที่น้องถูกทำร้ายเกิดมาจากการรับเลสข้อมือซึ่งเป็นธรรมเนียมที่รุ่นพี่กับรุ่นน้องทำกันมาทุกปี หากรุ่นน้องต้องการเลสข้อมือของรุ่นพี่คนไหนก็จะต้องถูกรุ่นพี่คนดังกล่าวเตะจำนวน 3 ครั้ง ปกติก็จะเป็นการเตะเพื่อสานมิตรหรือสานสัมพันธ์ แต่เหตุการณ์ของน้องตนเชื่อว่าเป็นการทำร้ายร่างกายมากกว่า เพราะอาการค่อนข้างแย่และยังเชื่อว่ามีการร่วมกันทำร้ายร่างกายไม่ได้ลงมือทำเพียงแค่คนเดียว นางสาวอินเล่าว่า ในวันเกิดเหตุมีการนัดหมายให้ไปเจอกันนอกวิทยาลัย เพื่อส่งมอบเลสข้อมือจากรุ่นพี่คนหนึ่งน้องก็เดินทางออกไปตามนัดพร้อมเพื่อนอีก 2 คน แต่เพื่อนอีก2 คนกลับมาถึงบ้านกินยาก็อาการดีขึ้น ส่วนน้องชายตนอาการโคม่าต้องยื้อชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจถึง 3 ครั้ง และตอนนี้อยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจ หากมีการถอดเครื่องช่วยหายใจก็อาจจะจากไปโดยทันที แต่ครอบครัวยังหวังว่าจะหายเป็นปกติ ตนเองอยากให้ตำรวจจับกุมตัวคนกระทำผิดมาลงโทษให้ได้เพราะเป็นการทำเกินกว่าเหตุ และร่วมกันกระทำผิด ส่วนวิทยาลัยทราบเรื่องแล้ว แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนอกวิทยาลัย แต่ก็รับปากกับครอบครัวว่าจะช่วยเหลือส่วนตัวอยากฝากถึงคนกระทำผิดให้เข้ามอบตัวและบอกความจริงที่เกิดขึ้น และอยากให้การรับน้องด้วยการรับเลสข้อมือแบบนี้ยกเลิกไปเสียที ทั้งนี้ เลสข้อมือดังกล่าวที่คนเจ็บได้มาจากรุ่นพี่พบมีข้อความระบุว่า “23 มกราสถาปนาพระปฐมวิทยาลัย รุ่น105″ โดยพี่สาวให้ข้อมูลว่าน้องชายเข้าเรียนรุ่นที่ 108 ต้องการรับเลสของรุ่น 105 ซึ่งด้านหลังระบุข้อความเป็นชื่อของเจ้าของเลสข้อมือว่า “ศิริศักดิ์“ เลสข้อมือดังกล่าวในวันที่ถูกทำร้ายร่างกายรุ่นพี่ยังไม่ได้มอบให้กับคนเจ็บแต่หลังจากที่มีอาการโคม่านอนอยู่ที่โรงพยาบาลรุ่นพี่ได้ฝากให้เพื่อนคนหนึ่งเอามาให้ ขณะที่ล่าสุด มีรายงานว่า รุ่นพี่คนดังกล่าวเตรียมจะเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว       ภาพและข้อมูลจาก อมรินทร์ทีวี, เฟซบุ๊ก เหน่อ หนองกระโดน

1 2 3