เด็กหญิง วัย13 ปี รุมกระทืบคนร้าย สลบคาเท้า

ตำรวจ สน.คันนายาว เข้าตรวจสอบเหตุหน้าอาคารพานิชย์แห่งหนึ่ง ภายในซอย สุเหร่าคลองหนึ่งซอย 5 เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 คน นอนหงาย สวมเสื้อยืดสีเขียว กางเกงยีนส์ขายาว ที่บริเวณหน้าอก มีรอยพกช้ำ ต่อมาทราบชื่อผู้ตาย  คือนายจีด ขุนสันเทียะ อายุ 49 ปี ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม แชร์ว่อนเน็ต! รร.ดังศรีราชา รุมกระทืบเพื่อน20 รุม 1 เข้า ICU ครูแค้นจำฝังใจ…!! ฉุนเด็กให้ของลับ ใช้ลูกศิษย์รุมกระทืบ-บังคับกราบเท้า จากการสอบถามผู้เหตุการณ์บอกว่า ขณะที่ตนเองกำลังเดินไปร้านสะดวกซื้อเห็น ผู้ชายและผู้หญิงคู่หนึ่ง กำลังใช้เท้ากระทืบผู้เสียชีวิตบริเวณที่หน้าอก จึงได้ตะโกนถามว่า ทำร้ายเขาทำไม ทั้งคู่ก็หันมาบอกว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนร้ายที่แอบเข้ามาขโมยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจชุดสืบสวน สน.คันนายาว โดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้คือนายศร สิระวันดี อายุ 35 -40 ปี สัญชาติลาว และเด็กหญิงอายุ 13 ปี ได้ที่ซอยการ เคหะรามอินทราซึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ  เบื้องต้นเด็กหญิงอายุ13 ให้การว่า นายจีด ผู้เสียชีวิต แอบปีนเข้ามาในห้องพัก รื้อข้าวของแล้วขโมยโทรศัพท์มือถือไป จนเองจึงออกตามหา จนเวลาผ่านมา 1 อาทิตย์ ก็มาพบตัว ตนเองจึงลงมือทำร้ายกระทืบเตะจนสลบไป จากนั้นนายศร จึงลากนายจีดเข้ามาแอบที่ด้านหน้าอาคารพาณิชย์ แล้วลงมือซ้อมอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยทิ้งไว้ แล้วเดินหนีออกไป  เบื้องต้น ตำรวจยังไม่ปักใจเชื้อคำให้การของทั้งคู่ เตรียมเรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาสอบปากคำเพิ่ม รวมถึงกล้องสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ เพื่อหาหลักฐานมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ ไป ส่วนร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่นำส่งสถาบันิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ครูแค้นจำฝังใจ…!! ฉุนเด็กให้ของลับ ใช้ลูกศิษย์รุมกระทืบ-บังคับกราบเท้า

#ครูแค้นจำฝังใจ…!! #ฉุนเด็กให้ของลับ #ใช้ลูกศิษย์รุมกระทืบ-บังคับกราบเท้า นายสมโพธิ์ นะมะอะอุ สมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี เขต อ.เมืองชลบุรี ได้รับการร้องเรียนจาก นายชาคริต ชลสุนทร อายุ 45 ปี ว่า #ลูกชาย อายุ 16 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นและมีผู้อ้างว่าเป็นทหาร ประมาณ 20 กว่าคน #รุมกระทืบ เหตุเกิดบริเวณพื้นที่สาธารณะ #หมู่บ้านกรุงไทย ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จนลูกสลบเหมือดและยังได้ตบหน้าแฟนสาวของลูกชายหลายครั้ง ต่อมากลุ่มคนทำร้ายได้อุ้มลูกชายพร้อมแฟนสาวไปที่บ้านครูหลังหนึ่งในซอยสังกะสี หมู่ 1 ต.นาป่า หลังจากนั้นได้ทำร้ายอีกและหลอกให้ลูกชายเรียกเพื่อนมารับตัวก่อนกระทืบเพื้อนลูกชายอีกและใช้ไม้หน้าสามตีจนศีรษะแตก ก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้านได้ขู่ห้ามแจ้งตำรวจ หากฝ่าฝืนจะดักยิงให้ตาย สาเหตุที่ถูกทำร้ายในครั้งนี้ อาจจะมาจากปี พ.ศ.2563 #ลูกชายได้ให้ของลับกับครูคนหนึ่ง ขณะที่เรียนโรงเรียนวัดท้องคุ้ง “ไพโรจน์ประชาสรรค์” ครู จึงให้ลูกศิษย์มาสั่งสอนลูกชายของตนเอง จึงอยากขอความเป็นธรรม

เลวมาก! 2 วัยรุ่นสวมไอ้โม่ง จะมาขโมยจักรยานยนต์ จับยายวัย 74 ปี ยัดใต้ถุนบ้าน พร้อมรุมกระทืบจนสลบ

ชั่วเกินคน 2 วัยรุ่นสวมไอ้โม่ง จะมาขโมยรถจักรยานยนต์ จับยายวัย 74 ปี ยัดใต้ถุนบ้าน พร้อมรุมกระทืบจนสลบ พ.ต.อ.วิชิต  บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.รักศักดิ์  เมฆจินดา ผกก.สภ.คลองด่าน พร้อมกำลังได้เดินทางเข้า เยี่ยมดูอาการของนางสำเนียง พ่วงพูล อายุ 74 ปี ผู้บาดเจ็บที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นที่จะมาขโมยรถจักรยานยนต์รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสใบหน้าและตามลำตัวเขียวช้ำ แถมถูกจับยัดใต้ถุนบ้าน เหตุเกิดเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยอยู่ที่บ้านไม่มีภายในชุมชนหลังโรงเรียนไทยรัฐวิทยา หมู่ 5 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เพื่อมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยนางสำเนียง ผู้บาดเจ็บได้เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุเป็นช่วงหัวค่ำของวันที่ 8 มกราคม 2564 ระหว่างที่ตนออกมานั่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านนายสมศักดิ์  ไหมสีทอง อายุ 56 ปี ที่อยู่ติดกัน ซึ่งในวันที่เกิดเหตุนายสมศักดิ์ ได้พาครอบครัวและแม่ยายไปกินข้าวนอกบ้าน ระหว่างที่ตนนั่งอยู่ได้มีวัยรุ่นเป็นชายจำนวน 2 คน คนแรกรูปร่างผอมสูงสวมหมวกกันน็อก ส่วนคนที่สองสวมใส่หมวกไอ้โม่งคุมหัวอำพรางใบหน้าตัวเตี้ย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนสีน้ำเงินเทา เข้ามาทำทีสอบถามทางกับตน แต่ตนยังไม่ทันตอบหนึ่งในนั้นก็ได้ตะคอกใส่ตนว่ามีเงินหรือเปล่า ตนบอกว่าไม่มี ผู้ก่อเหตุทั้งสองจึงบอกให้ตนเปิดประตูบ้าน ตนบอกว่าไม่ใช่บ้านของตนเพียงแต่มานั่งให้เฉย ๆ แต่ผู้ก่อเหตุไม่เชื่อได้เอามือมาค้ำคอตนจนหายใจแทบไม่ออกก่อนที่ตนจึงใช้เท้าถีบผู้ก่อเหตุจนกระเด็น จึงทำให้ผู้ก่อเหตุโมโหและตรงเข้ามาใช้กำปั้นชกต่อยที่ใบหน้าตน 2-3 ครั้งจนตนมีอาการมึน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุทั้งสองจะช่วยกันอุ้มร่างของตนยัดเข้าไปที่ใต้ถุนบ้านที่มีความสูงจากพื้นประมาณ 80 เซนติเมตรและใช้เท้ากระทืบที่ลำตัวตนอีกหลายครั้งจนตนหมดสติ ตนมารู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่นายสมศักดิ์ กลับมาจากกินข้าว มาพบตนนอนหมดสติอยู่ใต้ถุนบ้านจึงได้ช่วยเหลือออกมาและพาไปรักษาที่โรงพยาบาล

น่วมคาเท้า! คลิปนาทีกลุ่มม็อบราษฎร รุมกระทืบผู้ก่อเหตุปาบึ้ม-ยิงปืน ใส่ม็อบราษฎร

จากการชุมนุมของม็อบราษฎร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ที่บริเวณหน้าอาคาร SCB สำนักงานใหญ่รัชโยนธิน เกิดเหตุชุลมุนในตอนที่การชุมนุมยุติและทุกคนกำลังจะเดินทางกลับ มีเสียงระเบิดเสียงดัง จากนั้นก็มีเสียง ปังๆๆ ตามมาอีกหลายครั้ง บริเวณด้านหน้า Avenue ทำให้ผู้คนต่างแตกตื่น มีการตะโกนให้หมอบตัวลงต่ำ เพราะมีคนใช้อาวุธปืนยิง มีหลายคนที่พยายามก้มเดินและรีบหนีออกจากพื้นที่ จากการตรวจสอบคลิปของเพจเฟซบุ๊ก The Standard ระหว่างกำลังไลฟ์สอบถามผู้ที่มาร่วมชุมนุม ได้เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้น จากนั้นกล้องก็หันไปทางต้นเสียง สามารถจับภาพชายต้องสงสัย ที่กำลังปาวัตถุบางอย่างเข้าไปทางกลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนจะมีเสียงดังตูมขึ้น จนผู้คนหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง และผู้ก่อเหตุอีกคนที่ได้ใช้อาวุธปืนยิงไปอีกหลายนัด จนไปถูกการ์ดของทางม็อบราษฎร ต่อมากลุ่มการ์ดจึงช่วยกันจับผู้ก่อเหตุได้หนึ่งคน พร้อมกับเข้ามารุมประชาทัณฑ์ จนอาการสาหัสและนำส่งโรงพยาบาลต่อไป  

กลุ่มคนร้าย 5 คน ที่รุมกระทืบผู้กองปูเค็มซะยับ เข้ามอบตัวแล้ว

มอบตัวแล้วแก๊งตื้บผู้กองปูเค็มหลังไลฟ์สดแฉตู้สล็อตที่แปดริ้ว เจ้าตัวเผยประโยคแรกหลังฟื้น เผยเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เหตุการณ์ยิ่งกว่าในหนัง กรณีที่ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ถูกทำร้ายขณะลงพื้นที่ตรวจจับตู้สล็อต-ตู้ม้าที่คิวท่ารถแห่งหนึ่งในตลาดศูนย์เก่า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หลังได้รับแจ้งว่ามีตู้สล็อตมาตั้งให้ประชาชนเล่น หลังจากผู้กองปูเค็มไลฟ์เสร็จแล้ว ก็ถูกรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บและสลบ โดยนอนอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง มีชาวบ้านคอยดูแล ซึ่งสาเหตุยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร ตามที่นำเสนอข่าวไปนั้น ล่าสุดวันนี้(17 ก.ย.) ตำรวจฉะเชิงเทรา แถลงข่าว ความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมผู้ก่อเหตุจำนวน 5 คนคือ นายโสภณวิชญ์  อนันต์ อายุ 25 ปี  อยู่บ้านเลขที่ ๑๗๐ ถนนหลักเมือง ต.บางพระ อ.เมืองตราด จ.ตราด, นายนิรันดร์ บุญชัยยะ อายุ  37  ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒๔/๑ หมู่ ๑๑ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ จ.ราชบุรี,นายชาตรี ชมชื่น อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒๑๑ ถนนเทศบาลพัฒนา ๑  ต.เหมือง อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี,นายพีรวัส โรจนฤทัยพงศ์ อายุ  20 ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๙/๕๐  หมู่ ๖ ต.ห้วยกะปิ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี และนายพีระเดช วิริยะประเสริฐ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๙/๓ หมู่ ๒ ต.หนองข้างคอก อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี พร้อมของกลางไม้ยูคาลิปตัสเปื้อนเลือด จากการสอบสวนเบื้องจากกลุ่มผู้ต้องหาให้การว่า ได้ร่วมกันขับรถยนต์มาจากจังหวัดชลบุรี จะไปเที่ยวที่อำเภอวังน้ำเขียว จว.นครราชสีมา และเมื่อถึงเขตอำเภอพนมสารคาม ได้แวะซื้ออาหารทานที่ตลาดศูนย์การค้าศิริพนม ปรากฏว่ามีรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า สีเทาถอยออกปาดหน้ารถยนต์กระบะปิคอัพ ซึ่งมีนายโสภณวิชญ์ อนันต์ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับขี่ และมีการขับรถปาดหน้ากันไปปาดหน้ากันมา ผู้ต้องหาเห็นว่าจะมีเรื่องกันรุนแรงเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน จึงโทรเรียกพวกผู้ต้องหาคนอื่นมาช่วยและขับรถไล่กันมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นซอยตัน กลุ่มผู้ต้องหาปาดหน้ารถของผู้กองปูเค็ม ก่อนที่ผู้กองปูเค็มจะเปิดประตูรถยนต์เก๋งที่ขับมาแล้ววิ่งหลบหนี ฝ่ายผู้ต้องหาจึงวิ่งไล่ตามและคว้าไม้ในบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณที่เป็นบ้านพักคนงานก่อสร้างไล่ตี จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ต่อมาสำนึกผิดจึงได้ช่วยกันนำตัวผู้กองปูเค็มขึ้นรถเพื่อที่จะไปส่งโรงพยาบาล แต่ภายหลังเกรงกลัวความผิด จึงเปลี่ยนใจทิ้งไว้กลางทางแล้วพากันหลบหนีไป ก่อนจะทราบจากข่าวโทรทัศน์ว่าผู้ที่พวกตนทำร้ายเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเกรงกลัวความผิด จึงได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.พนมสารคาม    

1 2 3 5