ในหลวง ร.10 โปรดเกล้าฯ เจ้าคุณพระสินีนาฏ เป็นรองประธานที่ปรึกษาโครงการราชทัณฑ์ปันสุข

เมื่อ 11 ม.ค. ศกนี้ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชหัตถเลขา เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งมี องค์ประธานที่ปรึกษา คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รองประธานที่ปรึกษา คือ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี และ องค์ประธานกรรมการ คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา คณะกรรมการอีก 41 คน ประกอบด้วย องคมนตรี ข้าราชบริพารในพระองค์ ปลัดกระทรวงสำคัญ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ อธิบดีกรมที่เกี่ยวข้อง และข้าราชการเกษียณ

ราชกิจจาฯ ช่วยนายจ้าง-ลูกจ้าง หยุดหรือเลื่อนส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา และเงื่อนไขให้ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อน การส่งเงินสะสม หรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในท้องที่ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ประกาศฉบับนี้ เป็นมาตรการเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีใจความว่า ตามที่ได้มีประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา และเงื่อนไขให้ลูกจ้าง หรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสม หรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในท้องที่ที่เกิด วิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563 เพื่อให้ลูกจ้างหรือนายจ้างที่ได้รับผลกระทบด้านฐานะการเงิน จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19 ) สามารถหยุดหรือเลื่อน การส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เป็นการชั่วคราวถึงงวดนำส่งเงินของ เดือนธันวาคม 2563 นั้น เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด -19 ยังคง ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ลูกจ้างหรือนายจ้างที่ได้รับผลกระทบด้านฐานะการเงินจากสถานการณ์การระบาด ของโควิด-19 สามารถหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบ เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เป็นการชั่วคราว […]

ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับ 17 ยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุด-เข้มงวด เอาผิดจนท.รู้เห็นให้มีบ่อนพนัน

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 17) มีใจความว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นคราวๆออกไปอย่างต่อเนื่องนั้น เพื่อกำหนดมาตรการต่างๆที่จำเป็นในการระงับยับยั้ง สำหรับประกาศฉบับดังกล่าว มีสาระสำคัญ 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.ยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค ให้ประชาชนในพื้นที่ติดตั้งแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” ควบคู่การใช้แอปพลิเคชั่นไทยชนะ 2.ยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่จำเป็นต้องมีมาตรการเข้มงวดอย่างยิ่ง โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางคมนาคมและยานพาหนะของประชาชนเดินทางเข้าออกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง และสมุทรสาคร เพื่อสกัดคัดกรองคนเข้าออกพื้นที่ โดยบุคคลที่จะออกนอกพื้นที่ ต้องแสดงเหตุผลความจำเป็น บัตรประชาชน บัตรแสดงตนอื่นๆ ควบคู่กับเอกสารรับรอง ต่อเจ้าหน้าที่ 3.ปราบปรามลงโทษผู้กระทำผิดเด็ดขาด จัดการเจ้าหน้าที่ที่รู้เห็นให้มีบ่อนพนันในพื้นที่อันเป็นต้นตอของการระบาด รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างประเทศโดยไม่ได้มีการตรวจสอบ คัดกรองโรคตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข 4.โทษของผู้ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและควบคุมโรคเป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไป อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน การฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ.2558 ด้วย   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564 […]

คำสั่งนายกฯ…!! เปิด 8 ข้อ กำหนดพื้นที่ควบคุมในสถานที่ตามกำหนด มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

คำสั่งนายกฯ…!! เปิด 8 ข้อห้าม กำหนดพื้นที่ควบคุมในสถานที่ตามกำหนด มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เนื่องสถานการณ์ CV-19 ในไทยยังคงน่าเป็นห่วง และมีจำนวนผู้ติดต่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน ส่งผลให้เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งและข้อกำหนด 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การ CV-19 โดยคำสั่งแรกมีเนื้อหาสำคัญคือการกำหนดพื้นที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด รวมทั้งสิ้น 28 จังหวัด ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 8 ข้อ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2564 เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป โดยทั้ง 8 ข้อมีรายละเอียดดังนี้ 1. การห้ามใช้อาคาร หรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ CV-19 ห้ามการใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภทที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ (1) เป็นการเรียนการสอน […]

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ห้ามมั่วสุม-ชุมนุม รวมคนทำกิจกรรม เสี่ยงแพร่โควิด-19

ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตามที่ปรากฏว่ามีการติดเชื้อและแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดระยอง ซึ่งได้มีการแพร่ระบาดออกไปยังหลายจังหวัดในประเทศ รวมทั้งมีแนวโน้ม จะแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการระบาดของการติดเชื้อโรคโควิด-19 มิให้ขยายไปในวงกว้าง รวมทั้งก่อให้เกิดความเสียหายอื่นๆ โดยดำเนินมาตรการป้องกันควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ อาศัยอำนาจตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3 และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2563 ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ 3 (6) และคำสั่งประกาศที่เกี่ยวข้อง จึงให้ปฏิบัติ ดังนี้ 1. ห้ามมิให้มีการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรค ณ ที่ใดๆ ทั่วราชอาณาจักร 2. ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีความแออัดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ในพื้นที่ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศหรือมีคำสั่งให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่ควบคุม เว้นแต่การทำกิจกรรมของทางราชการ หน่วยงานของรัฐ […]

1 2 3 11