เตรียมตัว !! เปิดให้ลงทะเบียน ‘คนละครึ่งเฟส3’

วันที่ 4 มิ.ย. 64 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ว่า เตรียมตัวให้พร้อมกับการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ คนละครึ่ง เฟส 3 ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 31 ล้านคน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายในลักษณะร่วมจ่าย โดยรัฐจะสนับสนับสนุนให้ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่าย หรือไม่เกิน 150 บาท/คน/วัน วงเงินรวม 3,000 บาท ตลอดโครงการ ระยะเวลาใช้จ่ายตั้งแต่เดือนก.ค. – ธ.ค. 64 โดยแบ่งวิธีรับสิทธิ ลงทะเบียน ดังนี้สำหรับผู้ที่รับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 1 และ 2 ไปแล้ว จำนวน 15 ล้านคน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงกดยืนยันรับสิทธิ ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม สรุปมาตรการ เยียวยาโควิด ครม.เคาะแจกแหลก คนละครึ่ง-เราชนะ-เรารักกัน เพิ่มเงินใช้กันยาวๆ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟให้ด้วย บัตรสวัสดิการขยายวงเงิน ครม.มีมติเห็นชอบ ไฟเขียว คนละครึ่งเฟส 3 ม33เรารักกัน รวมถึงเราชนะ ในการเยียวยาโควิดระลอก 3 ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ “คนละครึ่ง” ทางกระทรวงการคลังจะเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มอีก 16 ล้านสิทธิ ภายในวันที่ 14 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป โดยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง .com ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. มาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ สามารถเลือกรับสิทธิได้เพียงมาตรการเดียว โดยคุณสมบัติผู้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย ที่มีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป และไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีผู้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 3 แล้ว หากต้องการจะเปลี่ยนไปรับสิทธิโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 28 มิ.ย. 64 ซึ่งถือเป็นการสละสิทธิโครงการที่ได้รับสิทธิเดิมทันที

ดูเงื่อนไข “คนละครึ่ง” ก่อนลงทะเบียนจริง 20 ม.ค.นี้ ลุ้นอีก 1.3 ล้านสิทธิ์

หลังจากที่กระทรวงการคลังสรุปตัวเลขผู้ใช้สิทธิในมาตรการ คนละครึ่ง เฟส 2 จำนวน 5 ล้านคน ที่ครบกำหนดต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันที่ 14 ม.ค.2564 มียอดใช้จ่ายรวม 4.12 ล้านคน คงเหลือผู้ไม่ใช้สิทธิ ประมาณ 8.8 แสนคน เมื่อรวมกับโครงการระยะที่ 1 จำนวน 10 ล้านคน มีผู้ใช้สิทธิรวม 13.66 ล้านคน คงเหลือผู้ไม่ใช้สิทธิประมาณ 1.34 ล้านคน กระทรวงการคลังจะนำตัวเลขผู้ไม่ใช้สิทธิ คนละครึ่งที่เหลือทั้งหมด เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 19 ม.ค. เพื่ออนุมัติให้นำมาเปิดลงทะเบียนใหม่ รอบเก็บตกในวันที่ 20 ม.ค. และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.64 ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ซึ่งรัฐบาลสมทบให้คนละ 3,500 บาท สามารถใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 31 มี.ค.2564 สำหรับผู้ที่สนใจลงทะเบียน เพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามวันและเวลา รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ มีดังนี้ รัฐช่วยจ่าย 50% หรือ ครึ่งหนึ่งของจำนวนสินค้า โดยอีก 50% ผู้ได้รับสิทธิจะต้องเป็นผู้จ่ายเอง โดยใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง จำกัดสินธิไม่เกิน 150 บาทต่อวัน โดยที่ยอดรวมการใช้สิทธิ “คนละครึ่ง” ไม่เกิน 3,500 บาท ตลอดโครงการ จะไม่มีการหักสิทธิ หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน โดยระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ที่ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน ใช้สิทธิได้ที่ร้านค้าที่ร่วมโครงการคนละครึ่งเท่านั้น โดยสามารถค้นหาร้านค้าได้ที่ ร้านค้าเข้าร่วม “คนละครึ่ง” สามารถใช้สิทธิได้เวลา 06.00 – 23.00 น. ไม่สามารถใช้สิทธิ “คนละครึ่ง” นอกเวลาดังกล่าวได้ จะถูกตัดสิทธิ หากไม่ใช้สิทธิภายใน 14 วัน โดยระบบจะทำการตัดสิทธิ “คนละครึ่ง” ของผู้ได้รับสิทธิตลอดโครงการ วัน–เวลา ลงทะเบียน วันที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 06.00 – 23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่ง” รับเงิน 3,500 บาท เข้าไปที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com เลือก ลงทะเบียน (ปุ่มสีเหลือง) กดปุ่ม ลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชน (สีแดง) กดยอมรับ หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และความยินยอมสำหรับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง กรอกข้อมูลชื่อ–สกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน รหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน วัน เดือน ปีเกิด หากมีเฉพาะเดือน / ปีเกิด หรือปีเกิดอย่างเดียว ให้คลิกตามนั้น กรอกเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กรอกอีเมล (ถ้ามี) จะได้รับ OTP ผ่าน SMS หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียน ซึ่งผู้ลงทะเบียนจะต้องกรอกตัวเลขที่ได้รับลงไป รอรับ SMS แจ้งผลการลงทะเบียน ยืนยันภายใน 3 วัน ติดตั้งแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” และยืนยันตัวตน โดยหากไม่ใช้สิทธิภายใน 14 วันจะถูกตัดสิทธิและเปิดสิทธิให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเพิ่ม                  

ยอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ โครงการ “คนละครึ่ง” ไม่คึกคัก เหลืออีกกว่า 4.4 ล้านสิทธิ์

ยอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ โครงการ “คนละครึ่ง” ไม่คึกคัก เหลืออีกกว่า 4.4 ล้านสิทธิ์ การลงทะเบียนรับสิทธิโครงการคนละครึ่งของประชาชน ที่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา โดยเงื่อนไขของประชาชนที่สามารถร่วมลงทะเบียนได้จะต้องมีสัญชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งได้รับสิทธิจากโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนที่สนใจยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ต่อเนื่องทุกวันในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. จนกว่าจะครบ 10 ล้านคน ผ่านทางเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com สำหรับวิธีใช้สิทธิ์ คนละครึ่ง ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รับสิทธิ์ คนละครึ่ง ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com สามารถลงทะเบียนได้ ซึ่งล่าสุดนั้น ณ วันที่ 18 ต.ค.63  ตอนนี้เหลือสิทธิ์อยู่ 4.4 ล้านสิทธิ ส่วนใครลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งแล้วได้รับเอสเอ็มเอสแล้ว ให้ผู้ที่ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนสำเร็จแล้วจะเริ่มใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 ระหว่างเวลา 06.00 น. – 23.00 น.  โดยต้องเริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ หรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก เช่น ได้รับ SMS ระหว่างวันที่ 16 – 23 ตุลาคม 2563 ต้องใช้สิทธิภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้น สำหรับวิธีการใช้จ่ายกับร้านค้า ท่านสามารถเติมเงินโดยการโอนเงินของท่านไปยังแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตามต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องโอนครั้งเดียว 3,000 บาท เช่น หากท่านต้องการจ่ายค่าอาหาร 200 บาท ท่านต้องมีเงินใน “เป๋าตัง” อย่างน้อย 100 บาท เพื่อสแกนจ่ายเงินกับร้านค้า “ถุงเงิน” โดยรัฐจะช่วยจ่ายให้ร้านค้าอีก 100 บาท หรือหากท่านจะใช้จ่ายค่าสินค้าจำนวน 400 บาท รัฐจะร่วมจ่ายให้ร้านค้า 150 บาท และท่านต้องมีเงินใน “เป๋าตัง” เพื่อสแกนจ่ายเงินอีกอย่างน้อย 250 บาท ทั้งนี้ ภาครัฐจะร่วมจ่ายไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านค้าทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 240,000 ร้านค้า  ผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจโดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย รีบมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือสมัครโดยตรง ณ สาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อเตรียมรองรับการใช้จ่ายของประชาชนที่จะเริ่มการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ถึง31 ธ.ค.63

บ้านล้านหลัง!! ผู้มีรายได้น้อย-ติดบูโร ยังมีสิทธิ์ครอบครองบ้านกับโครงการหรือไม่?

รู้ก่อนรับสิทธิ์  ประธานธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส. ) เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง โดยมอบหมายให้ ธอส. ช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการจะมีที่อยู่อาศัยให้ได้มากที่สุด เนื่องจากในการเปิดรับจองสิทธิโครงการ บ้านล้านหลัง รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา มีประชาชนจากทั่วประเทศยื่นขอสินเชื่อมารวมกันกว่า 1.3 แสนล้านบาท สูงกว่ากรอบวงเงินที่ตั้งไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท “รมว.คลัง สั่งให้ ธอส. สรุปยอดผู้ขอสินเชื่อและให้เสนอแผนขยายวงเงินและระยะเวลาโครงการออกไป เพื่อเสนอให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณา ก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี ( ครม. ) เห็นชอบโครงการในส่วนที่ขยายเพิ่มต่อไป”นายสุรชัย กล่าว นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า หลังจากนี้ธนาคารเริ่มตรวจคุณสมบัติผู้ยื่นเอกสารเรียงตามลำดับ และประกาศรายชื่อทาง www.ghbank.co.th รวมถึงการส่งข้อความอัตโนมัติ หรือ SMS เริ่มวันที่ 25 ธ.ค. 2561 เพื่อให้ผู้ที่มีรายชื่อได้เตรียมยื่นเอกสารประกอบในการขอสินเชื่อซึ่งจะเริ่มให้นำเอกสารเข้ามายื่นขอสินเชื่อที่สาขาได้ตั้งแต่ 2 ม.ค.2561หรือต้องติดต่อยื่นคำขอกู้กับธนาคารภายใน 90 วันโดยกำหนดวงเงินปล่อยกู้รอบแรกที่ 3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้จองสิทธิที่มีรายชื่อติด บัญชีเครดิตบูโร ยังมีสิทธิเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังได้ เพราะธนาคารจะผ่อนปรนโดยพิจารณาจากความสามารถการชำระหนี้และประวัติการกู้เป็นรายบุคคลไป นอกจากนี้ ธอส.ยังเปิดโอกาสให้ ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีเอกสารไม่เพียงพอหรือขาดเอกสารการเงินที่ชัดเจน ให้นำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้านหรือผ่อนชำระเงินดาวน์บ้านไม่น้อยกว่า 12 เดือน มาประกอบการพิจารณาเพื่อคำนวณรายได้เพิ่มได้ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุด ที่ได้ปรับประมาณการภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 4.2% และปี 2562 อยู่ที่ 4.0% เนื่องจากประเมินว่าในปีหน้ามีปัจจัยที่ไม่แน่นอนและเป็นความเสี่ยงหลายด้านต่อเศรษฐกิจไทย