รัฐบาล ยืนยัน ดูแลคนไทย หากได้รับความเสียหาย หลังฉีด “วัคซีนโควิด”

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยสปสช.ช่วยเหลือดูแลคนไทยทุกสิทธิ์ทั้งสิทธิประกันสังคม บัตรทอง และสิทธิราชการ รวมทั้งบุคลากรสาธารณสุข หากได้รับความเสียหายจากการรับการฉีด “วัคซีนโควิด-19” โดยรัฐ โดยเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วัคซีนเข็มแรกที่ฉีดให้คนไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ มาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ย้ำหลักการไม่ใช่พิสูจน์ถูกผิด โดยประชาชนสามารถยื่นเรื่องได้ทั้งที่โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด และเขต สปสช. ซึ่งจะมีคณะกรรมการพิจารณาอัตราช่วยเหลือเยียวยา ภายใน 5 วัน หลังจากที่อนุกรรมการได้รับเรื่อง ซึ่งจะเป็นใช้จ่ายงบประมาณจากงบใช้จ่ายเงิน (กู้) เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลดูแลความมั่นคงด้านสุขภาพของคนไทยทุกคน อย่างดีที่สุดรวมทั้งในช่วงวิกฤต โควิด-19 ทั้งประชาชนบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ด่านหน้า หากท่านได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขหรือกรณีของการรับวัคซีนโควิด-19 ของภาครัฐ ที่บางรายเท่านั้นที่เกิดอาการหรือผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ จะได้รับการดูแลช่วยเหลือจากรัฐบาล สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สะสมแล้ว 285,735 โดส ในส่วนจังหวัดภูเก็ตมีรายงานว่า มีประชาชนที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้วราว 1 แสนคน โดยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตร่วมกับภาคเอกชน กระจายจุดฉีดวัคซีน 5 จุด ใน 3 อำเภอ ที่ รร.อังสนา ลากูนา , สะพานหิน , ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท ,ห้างจังซีลอน อ่านข่าวอื่ๆเพิ่มเติม เดนมาร์กชาติแรก ห้ามใช้! วัคซีนโควิดจอห์นสัน&จอห์นสัน เปิดอาการ กัปตันสาว แพ้วัคซีนโควิด เผยถ้าเลือกได้ขอยี่ห้ออื่น

สาวสุดช้ำ จะโดนยึดบ้าน ค้ำประกันซื้อรถ1.8 ล้าน ให้เพื่อนสนิท

วันที่ 3 พ.ค.2564 นางพรพรรณ สัตย์รัมย์ อายุ 36 ปี ชาวบ้านนาใหม่ ต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ประกอบอาชีพขายของชำ ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากไปค้ำประกันรถยนต์ มูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาทให้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วถูกบริษัทฟ้องร้อง ล่าสุด นางพรพรรณ เปิดเผยว่า ได้รับหมายจากสำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง จะยึดที่ดินและบ้านที่อยู่อาศัยกับครอบครัวในปัจจุบัน เพราะเพื่อนคนที่ซื้อรถคันดังกล่าวยังค้างเงินส่วนต่างกับทางบริษัทอยู่กว่า 5 หมื่นบาท แล้วก็ไม่รับผิดชอบหนีหายไป ทำให้ตนเองตกเป็นจำเลยที่ 2 ในฐานะคนค้ำประกัน และถูกฟ้องยึดทรัพย์แทน นางพรพรรณ เล่าว่า เมื่อก่อนตนทำงานเป็นพนักงานต้อนรับอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ จ.ชลบุรี จึงรู้จักสนิทสนมกับ น.ส.สุกัญญา อายุ 36 ปี ซึ่งทำงานที่ชลบุรีเหมือนกัน รู้จักกันประมาณ 10 ปี มีอะไรก็จะพึ่งพาอาศัยกันตลอด แต่เมื่อประมาณ 5 ปีก่อนตนกลับมาทำงานที่อ.นางรอง น.ส.สุกัญญา เพื่อนคนดังกล่าวก็โทรศัพท์มาขอให้ตนไปช่วยค้ำประกันรถให้ นางพรพรรณ เล่าต่อว่า ด้วยความที่คิดว่าเป็นเพื่อนสนิทไว้ใจกันและตอนนั้นก็ดูเพื่อนมีการงานทำที่มั่นคงค่อนข้างฐานะดี และเพื่อนก็ยังรับปากว่าจะไม่ทำให้เดือดร้อนแน่นอน จึงได้ตอบตกลง จากนั้นเพื่อนก็ขับรถมารับตนเองที่ อ.นางรอง เพื่อไปค้ำประกันซื้อรถยนต์เอนกประสงค์มูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาทที่จ.ชลบุรี พอเสร็จเรียบร้อยเพื่อนก็กลับมาส่งที่ อ.นางรอง แต่จู่ๆ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2563 ก็มีหมายศาลจังหวัดสีคิ้ว ส่งมาที่บ้านว่าตนเองตกเป็นจำเลยที่ 2 กรณีที่ค้ำประกันซื้อรถให้กับเพื่อนและถูกบริษัทฟ้องร้อง พอติดต่อสอบถามไปยังเพื่อนก็บอกว่าได้คืนรถให้กับบริษัทไปแล้ว แต่ถูกทางบริษัทเรียกเงินส่วนต่างเพิ่มอีกประมาณ 5 หมื่นบาท แต่เพื่อนก็รับปากว่าไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวจะหาเงินไปจ่ายเอง ก็ด้วยความเชื่อใจเพื่อนอีกจึงไม่ได้ไปติดต่อสอบถามหรือเดินเรื่องอะไรด้วยตัวเอง นางพรพรรณ เล่าต่ออีกว่า กระทั่งล่าสุดวันที่ 18 ม.ค. 2564 ตนได้รับหมายจากสำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง โดยในหมายระบุว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือบ้านที่ตนอาศัยอยู่กับครอบครัวในปัจจุบันหากไม่ไปติดต่อภายใน 15 วัน หรือชำระหนี้ที่ยังค้างอยู่จะทำการยึดขายทอดตลาด ก็ตกใจมาก เพราะบ้านหลังดังกล่าวตนสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงจากที่ไปทำงานแล้วส่งเงินมาให้พ่อแม่ที่บ้าน แถมยังมีภาระเลี้ยงลูกอีก 3 คน ส่วนแม่ก็ป่วยเป็นเนื้องอกที่ปากเพิ่งจะผ่าตัดและต้องรักษาต่อเนื่อง ส่วนพ่อก็พิการทางสมองมีอาการหลงๆ ลืมๆ แต่ทุกวันนี้มีรายได้เพียงจากการขายของชำวันละ 100 -200 บาทเท่านั้น เพราะไม่สามารถไปทำงานต่างจังหวัด หรือหารายได้เสริมจากการทำบางศรีได้เหมือนเดิม ที่ผ่านมาตนพยายามติดต่อเพื่อนที่ตนไปค้ำประกันรถให้ ก็ติดต่อไม่ได้ปิดมือถือบล็อกเฟซบุ๊กหนี ตนก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงได้ติดต่อไปทางบริษัทเพื่อขอผ่อนชำระเงินที่เพื่อนค้างกว่า 5 หมื่น เพราะไม่อยากถูกยึดที่ดินและบ้าน ซึ่งทางบริษัทก็ให้โอกาสผ่อนชำระไม่เกินเดือน มิ.ย.2564 นี้ หากหาเงินมาชำระให้ไม่ครบตามกำหนด ก็จะถูกยึดบ้านขายทอดตลอด ตนก็ไม่รู้จะพาลูกทั้ง 3 คน แม่ที่กำลังป่วย และพ่อพิการไปอยู่ที่ไหน ก็อยากฝากถึง น.ส.สุกัญญา เพื่อนที่ตนเองไปค้ำรถให้หากยังมีสำนึกและสงสารตนกับครอบครัว ให้มารับผิดชอบชำระเงินที่ค้างอยู่ด้วย เพราะตอนนี้ทุกข์ใจมากหากเพื่อนไม่ติดต่อมาไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายทั้งที่ไม่ใช่ภาระของตนเองด้วยซ้ำ แต่หากผู้รู้กฎหมายหรือใครที่สงสารจะแนะนำหาทางออกให้ ก็จะขอบคุณมากเพราะตอนนี้ไร้หนทางจริงๆ ยิ่งช่วงโควิดแบบนี้หากินก็ลำบากอยู่แล้ว อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม หนุ่มโรงงานเครียดจัด รมควันฆ่าตัวตายคารถ คาดโดนโกงเงิน “หนุ่ม” หิวโซโดนโกงค่าแรง เดินขอข้าวกินถูกปฏิเสธทุกร้าน จนมาเจอร้านป้า    

บก.สส.ภ.5 เตรียมความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ถปภ.และต่อต้านการก่อร้ายในพื้นที่รับผิดชอบ

ผบก.สส.ภ.5 ตรวจ RECALL หน่วย SWAT ของ บก.สส.ภ.5 เตรียมความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ถปภ.และต่อต้านการก่อร้ายในพื้นที่รับผิดชอบ 1 มี.ค.64 ที่บริเวณหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 มอบหมายให้ พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 ตรวจ RECALL กำลังพล, ชุดอาวุธพิเศษ (SWAT) ของหน่วย บก.สส.ภ.5 และยุทโธปกรณ์ของข้าราชการตำรวจในสังกัด กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 เพื่อรองรับภารกิจถวายความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว , พระบาทสมเด็จ พระบรมราชินีฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ตลอดจนการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทั้งนี้การ recall หรือ การเรียกกำลังกลับที่ตั้ง หรือ การระดมพลเป็นการเรียกกำลังพล เมื่อเกิดเหตุ ตามระดับการใช้กำลัง เพื่อตรวจเช็คความพร้อมของกำลังพล และตรวจเช็คอุปกรณ์ โดยแบ่งอุปกรณ์ดังนี้ 1.อุปกรณ์บุคคล เช่น ปืนประจำกาย เสื้อเกราะ ไฟฉาย วิทยุสื่อสาร 2.อุปกรณ์ทีม เช่น โล่ ฮูลิแกน 3.อุปกรณ์หน่วย เช่น รถยนต์ รถบันได รถส่องสว่างฯ โดยมี พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ ยอดคำ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.5 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ดนุพันธ์ ขว้างไชย รอง ผกก.ปพ.ฯ, พ.ต.ท.สุรชัย ท่างาม รอง ผกก.ปพ.ฯ, พ.ต.ต.สันติชัย สีใหม่ สว.กก.ปพ.ฯ พร้อมข้าราชการตำรวจสังกัด กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 รอรับการตรวจ    

มื้อชวนสยอง เมื่อไปกินอาหารแล้วเจอกองทัพแมลงวันบุกแบบนี้

เป็นดราม่าในโลกโซเชียล หลังมีการแชร์ภาพชวนขนลุกจากเฟซบุ๊ก สุวิน เสือเจริญ ที่ได้มีการไปรับประทานที่ร้านอาหารแห่งนึง และเจอกับกองทัพแมลงวันฝูงใหญ่ ทำให้ไม่เป็นสุขในการรับประทานอาหาร แถมยังได้รับคำตอบที่ไม่น่าพอใจจากทางร้านอีก โดยเรื่องมีอยู่ว่า “วันนี้เวลาเวลา 17:00 ได้จองโต๊ะไปนั่งทานอาหารที่ ครก….แถวรามอินทรา จองไว้ 40ท่าน พอมาถึงร้าน พนักงานก็บอกแจ้งโต๊ะให้ทราบ สักพักอาหารมาเสิร์ฟ แมลงวันก็เริ่มมา แล้วก็มาหนักขึ้นหนักขึ้น เป็นการกินอาหารที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยกินมา เป็นร้านที่ห่วยเกินความบรรยาย แมลงวันโคตรเยอะ มีที่ไหนบ้าง เอาที่ดักแมลงวันมาไว้บนโต๊ะอาหาร ถามหาความรับผิดชอบจากพนักงาน แม้งไม่มีคำขอโทษสักคำ เรียก ผจก มาคุย รอ เกือบชั่วโมง ไม่ได้คุย จนผมต้องเดินเอาที่ดักแมลงวันเข้าไปคุยกับแคชเชียร์ ว่ามันคืออะไร คุณแก้ปัญหาแบบนี้หรอ จากนั้น ผจก ก็มา แล้วแจ้งว่า แมลงวันมันก็ปกติครับ โดยปกติแล้ว เราจะให้ลูกค้าเข้าห้องแอร์ อ่าวเห้ย แต่มีงไม่บอกกูป่ะว่าแมลงวันมันเยอะตอกูจองไง แล้ว ผจก ก็บอก งั้นผมลดให้ 10% ห๊ะ ลด 10% แดกอาหารไม่ได้ครึ่งหนึ่ง โคตรรับผิดชอบเลย ผมเลยบอก ผมไม่ต้องการส่วนลด แต่ผมต้องการความรับผิดชอบมากกว่านี้ คำขอโทษแม้งไม่มีเลยเอาจริงๆ สุดยอด ครก…..ลาว“

“ศรีสุวรรณ” จี้ ศบค. รับผิดชอบ ทหารอียิปต์ติดโคโรนาไวรัส ซัดเลือกปฏิบัติ

“ศรีสุวรรณ” จี้ ศบค. รับผิดชอบกรณี “ทหารอียิปต์” ติดเชื้อโควิด-19 หลังเข้าพักที่ระยอง ทำเกิดความเสี่ยง ซัดหละหลวม เลือกปฏิบัติ วันที่ 13 ก.ค. 2563 จากกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผู้ติดเชื้อ 3 รายใหม่ในวันนี้ โดยหนึ่งในนั้นเป็น ทหารอียิปต์ อายุ 43 ปี มีประวัติเดินทางเข้าออกประเทศไทยที่สนามบินอู่ตะเภา เข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง แต่พบว่ามีการเดินทางออกจากโรงแรมที่พักไปยังสถานที่ต่างๆ รวมถึงห้างสรรพสินค้า รวมถึงกรณีเด็กหญิงสัญชาติซูดานอายุ 9 ขวบ ที่เดินทางมากับครอบครัวที่เป็นคณะทูต พบการติดเชื้อ แต่สมาชิกในครอบครัวไม่ได้กักตัว 14 วัน ในสถานที่ขององค์กร กลับไปพักอาศัยในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใน กทม. แทน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนถึงมาตรการของรัฐ ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กเตรียมดำเนินการในเรื่องนี้ว่า “กรณีทหารอียิปต์อมเชื้อโควิด สร้างความเสี่ยงที่ระยอง ศบค. ต้องรับผิดชอบ ชี้ให้เห็นถึงมาตรการที่หละหลวม เลือกปฏิบัติ เดี๋ยวเจอกัน”.

1 2 3