‘อนุทิน’ เผย ซิโนแวคถึงไทยอีก 2 ล้านโดส จะจัดหาจนกว่าจะครบ 100 ล้านโดสภายในปีนี้

เพจเฟซบุ๊ก “Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย” โพสต์ข้อความระบุว่าเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน วัคซีน ซิโนแวค ชุดใหม่จำนวน 2 ล้านโดสส่งถึงกรุงเทพฯ แล้ว ปัจจุบัน จีนได้จัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ประเทศไทยแล้วจำนวน 12 ชุด รวมทั้งสิ้น 10.5 ล้านโดส วัคซีนจีนจะช่วยชาวไทยต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยสู้ ๆ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม สุดฉาว…!! “แพทย์ทหารไทย” แหกตาฉีด “วัคซีน” โควิดกำลังพล ในเซาท์ซูดาน กระทรวงสาธารณสุข แถลงผลการพิจารณากรณีผู้เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีน 68 ราย ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า การจัดหาและกระจายวัคซีนนั้น รัฐบาลจะจัดหาวัคซีนมาเพิ่มเติม จนกว่าจะครบ 100 ล้านโดสในปีนี้ เป็นไปตามแผน เพื่อฉีดให้ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน หรือร้อยละ 70 ของประชากรในประเทศ ส่วนการกระจายจะพิจารณาอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม รวมทั้งบริบทพื้นที่ และปัจจัยเสี่ยง ซึ่งเมื่อวานนี้ (23 มิถุนายน) ได้รับวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติม อีก 2 ล้านโดส จะทำการเร่งกระจายไปตามแผนที่วางไว้

ลงรายชื่อไล่อนุทินทะลุ 2แสนแล้ว!!

ลงรายชื่อไล่อนุทินทะลุ 2แสนแล้ว!! วันนี้ (24 เม.ย. 64) เคมเปญรณรงค์ เรียกร้องให้อนุทิน รัฐมนตรีสธ​.​ลาออก จากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาด COVID19 ของกลุ่มแพทย์ “หมอไม่ทน” ผ่านเว็บไซต์ change.org เรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ​ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ ทะลุแสน ล่ารายชื่อ จี้ อนุทิน ลาออก ทองแท้ไม่กลัวไฟ หมอ จวก อนุทิน ไม่มีคุณสมบัติคุมสธ. โดยวันนี้มีผู้ลงชื่อถอดถอน นายอนุทินอยู่ที่ 202,001 รายชื่อแล้ว  

ทะลุแสน ล่ารายชื่อ จี้ อนุทิน ลาออก

ทะลุแสน ล่ารายชื่อ จี้ อนุทิน ลาออก ประชาชนกลุ่ม ‘หมอไม่ทน’ สร้างเคมเปญรณรงค์ เรียกร้องให้อนุทิน รัฐมนตรีสธ​.​ลาออก จากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาด COVID19 ผ่านเว็บไซต์ change.org เรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ​ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ โดยกลุ่มดังกล่าวให้เหตุผลว่า “กว่า 1 ปีเต็มที่ผ่านมาของการระบาด COVID-19 เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่มีความสามารถมากพอในการควบคุมดูแลการแพร่ระบาดของ COVID19 ทั้งเรื่องการวางนโยบาย การจัดการทรัพยากร การจัดหาวัคซีน และการสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์ นอกเหนือไปกว่านั้น หลายครั้งบทสัมภาษณ์จากนายอนุทิน ยังทำให้เห็นชัดเจนว่าไม่มีวิสัยทัศน์ที่เหมาะสมในการทำงานควบคุมกระทรวงที่เป็นกระทรวงหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การระบาดไม่สามารถควบคุมได้ เริ่มต้นตั้งแต่ที่พูดว่า “เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา” เมื่อบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อก็แจ้งว่า “หมอไม่ระวังตัวเองจนติดโควิด-19 ไม่ได้ติดจากงาน แบบนี้ต้องหวดกัน” และบทสัมภาษณ์อีกมากมาย ที่ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน จากความล้มเหลวทั้งหมดนี่ เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเราไม่อาจจะให้เวลาอันมีค่าของเรา หมดสิ้นไปกับการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพไม่มากพอได้ ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูลลาออก และให้ผู้ที่มีความสามารถ มีความเหมาะสมมากกว่าเข้ารับตำแหน่ง ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังตกอยู่ในความวิกฤตนี้” เช็คเลย!! 47 จังหวัดต้องสวมแมสก์ พยาบาล ร่ำไห้ หลังผู้ป่วยปกปิดข้อมูล ไม่ยอมบอก โดยล่าสุดเมื่อเวลา 18.50 น. วันนี้ (25 เม.ย.64) แคมเปญดังกล่าว มีประชาชนร่วมลงชื่อจำนวน 118,298  คนแล้ว  

“อนุทิน” หวังเร่ง “ไฟเซอร์” กี่บาทก็จะจ่าย กราบได้ก็จะทำ ความปลอดภัย ปชช. มาก่อน

วันนี้ (22 เม.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต่อสายให้สัมภาษณ์กับรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” เมื่อเวลา 9.00 น. ที่ผ่านมาถึงการหาวัคซีนเพิ่มเติมให้กับประชาชน โดยระบุว่าจะมีการหารือกับบริษัทไฟเซอร์ในวันนี้ เพื่อหาข้อสรุปว่าจะส่งวัคซีนให้ได้เมื่อใด โดยไม่ได้กังวลเรื่องราคา โดยนายอนุทิน ระบุว่า วันนี้จะพบกับไฟเซอร์โดยก่อนหน้านี้ได้คุยกันมาโดยตลอด แต่เวลานั้นไฟเซอร์ระบุว่า จะส่งได้เร็วที่สุดปลายปี โดยตอนนั้นยังไม่ได้มีการระบาดเยอะขนาดนี้ และเราคิดว่าวัคซีนหลักจะทยอยส่งออกมาในช่วงกลางปี พอปลายปีก็ไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากสำรองไว้ ตอนปลายปี เวลาผ่านไปเราก็คุยกับเค้าต่อไม่เคยหยุดกับผู้ผลิตวัคซีน พยายามขอร่นระยะเวลาการส่งวัคซีนให้เร็วที่สุด วันนี้เค้าเลยมาคุยกับเรา ไฟเซอร์ มีสิ่งที่ต้องคุยกับเค้าเพิ่มมากขึ้นก็คือ เรื่องสรรพคุณที่ทำที่ต้องคุยกันมากขึ้นคือเรื่องสรรพคุณที่ทำให้เราสามารถบริหารจัดการได้มากขึ้น ก็คือไฟเซอร์ระบุว่า ไม่ต้องเก็บในอุณหภูมิ-70 องศาฯ แล้วถ้าใช้ในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่เก็บเป็นปีๆ โดยถ้าเก็บในระยะเวลาหนึ่งเก็บได้ที่ -20 องศาฯ แต่ถ้านำมาใช้เลย เก็บได้ที่ +2 ถึง 8 องศาฯ นั่นจึงทำให้เราคุยกันรู้เรื่อง เพราะเราไม่ต้องไปเปลี่ยนระบบขนส่ง การจัดเก็บ ที่สำคัญที่สุดก็คือ วัคซีนไฟเซอร์ เป็นวัคซีนที่ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ขึ้นมาไม่มีข้อจำกัดอื่น เราจึงให้ความสนใจมากขึ้น ปัจจุบัน วัคซีนในโลกได้ตั้งแต่อายุ 16-18 ปี เราจึงต้องนำมาพิจารณา เพราะเราก็ต้องการฉีดให้ครอบคลุมกลุ่มอายุให้มากที่สุด เหลือเรื่องเดียวคือส่งได้เมื่อไหร่ ราคาไม่ใช่เรื่องที่กังวล เพราะความปลอดภัยของประชาชนสำคัญกว่า วันนี้จะมีการพูดคุยกันจะให้กราบเพื่อให้มีการส่งวัคซีนให้เร็วที่สุดก็จะทำ   ” หมอยง ” ย้ำชัดๆ โควิดเป็นเเล้วเป็นอีกได้ – อาจต้องให้วัคซีนเป็นระยะๆ ภูเก็ต ยกระดับมาตรการคุม โควิด-19 ใครเข้าต้องฉีดวัคซีนครบ 2 โดส

” อนุทิน ” วอนชุมนุมสันติ-ชี้สถาบันไม่เคยทำให้เดือดร้อน อยู่ได้เพราะพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อเวลาประมาณ 9.10 น. วันที่ 22 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มรีเดม เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม จนมีผู้บาดเจ็บหลายคน   โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ” เสียใจที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น และเราเคารพทุกการชุมนุม สิ่งที่พี่น้องประชาชนทุกฝ่ายให้ความเห็น ได้พูดออกมานั้น เราฟังหมด เห็นทำเป็นหน้าเฉย ๆ เราฟังหมด อันไหนที่เป็นประโยชน์ก็นำไปใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ไม่ใช้ เอาไปทำตาม ไม่ใช่ว่าเราไปดื้อแพ่งเสียเมื่อไหร่ แต่อย่าใช้ความรุนแรงกันเลย คนไทยด้วยกัน ถามว่าทำแล้วใครเจ็บ ก็พวกเรากันทั้งนั้น ตำรวจ ทหาร ประชาชนที่มาก็ญาติพวกท่านทั้งหลาย เราชุมนุมด้วยความสงบและสันติได้ เราเห็นต่างได้ แต่ไม่ใช่เอากำลังมาต่อสู้กัน และไม่มีใครกล้าต่อสู้กับประชาชน ” นอกจากนี้ยังตอบคำถามจากสื่อในเรื่อง การชุมนุมที่พุ่งเป้าไปที่สถาบัน ว่า ต้องดูที่เจตนารมย์ สถาบันไม่เคยทำความเดือดร้อนอะไรให้กับประชาชนคนไทย ทุกวันนี้ที่มีประเทศแบบนี้มาได้ตั้งเเต่โบราณนานกาล ไม่ใช่เพราะพระมหากรุณาธิคุณหรือ นี่คือความคิดของตนเอง

1 2