นายกฯ เจอหน้า “ประวิตร” ทักกันแบบนี้ ?! หลังมีข่าวขัดใจกัน วอนสื่อเลิกถามปมขัดแย้งระหว่างกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 2 / 2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ป. จากกรณีปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ข่าวที่เกี่ยวข้อง “ประวิตร”ยืนยัน พปชร. จบศึก ไร้ปัญหา เผย “ธรรมนัส” ยังแจ่มใส พล.อ.ประวิตร ลั่น ! เสียงแข็ง ปัญหาในพรรคไม่มี ” นายกฯไปผมก็ไป “ ทั้งนี้ ก่อนเริ่มประชุม นายกรัฐมนตรี ได้ยกมือขึ้นไหว้และเดินปรี่มาเข้ามาทักทาย พล.อ.ประวิตร และพูดคุยกันและหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะเดินมานั่งเป็นประธานการประชุม นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุม ว่าเรื่องการจัดที่ดินทำกินตามหลักการใหม่ให้ประชาชนเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วซึ่งได้มีการแก้ไขปัญหามาเป็นระยะที่ได้ทำตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้จนสำเร็จ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความทับซ้อนในเรื่องที่ดินของรัฐกับของประชาชน ทั้งนี้ หลังเลิกประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เดินออกมาส่ง พล.อ.ประวิตร ขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าตึกภักดีบดินทร์ ซึ่งเป็นที่สังเกตว่าก่อนหน้านี้การประชุมในทุกรอบที่มี พล.อ.ประวิตร เข้าร่วม จะไม่มีการเดินมาในลักษณะนี้ โดยระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเดินมาส่งได้เกี่ยวแขนและประคอง พล.อ.ประวิตร ตลอดเวลา ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน โดยเฉพาะประเด็นการนัดประชุมพรรคพลังประชารัฐ ก่อนปิดสมัยประชุมสภาในวันพุธนี้ (15 ก.ย.) ที่รัฐสภาเวลา 09.00 น. โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังส่ง พล.อ.ประวิต ขึ้นรถว่า “ขอให้เลิกสักทีประเด็นความขัดแย้ง ระหว่างตนเองและ พล.อ.ประวิตร” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร เข้าใจในเหตุผลที่ปลด 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มองหน้าและไม่ตอบคำถามก่อนจะเดินกลับไปแถลงข่าวที่ บริเวณทางเชื่อมตึกภักดีบดินทร์และตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

คุณได้ไปต่อ!! ลุงตู่เซ็นต์ต่ออายุ 19 กก.ผช.รมต.ใครบ้าง?เช็คชื่อด่วน !!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (6 กันยายน) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออก ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีกหนึ่งวาระ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ความว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 เห็นชอบให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งครบวาระหนึ่งปี คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีกหนึ่งวาระ จำนวน 19 ราย ข่าวที่เกี่ยวข้อง โฆษกรัฐบาลขอบคุณคนไทยยังสนับสนุนนายกฯ “อนุทิน” ยืนยัน ภูมิใจไทย 61 เสียงไม่ทิ้ง “บิ๊กตู่” เมินกระแสเปลี่ยนนายกฯ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ.2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 นายกรัฐมนตรีจึงให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีกหนึ่งวาระ ดังนี้ 1.นายประสาน หวังรัตนปราณี 2.นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี 3.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ 4.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ 5.นายสากล ม่วงศิริ 6.นายสรรเสริญ สมะลาภา 7.นายนราพัฒน์ แก้วทอง 8.พลตำรวจโท ณัฐพิชย์ สนิทวงศ์ณ อยุธยา 9.นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ 10. นายธีระยุทธ วานิชชัง 11.นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 12.นายทวี สุระบาล 13.นายทศพล เพ็งส้ม 14.นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา 15.นายเสกสกล อัตถาวงศ์ 16.นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ 17.นายอภิวัฒน์ ขันทอง 18.นายชื่นชอบ คงอุดม 19.นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ทั้งนี้ ลำดับที่ 1-3 ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป ลำดับที่ 4-6 ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป ลำดับที่ 7-18 ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป ลำดับที่ 19 ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป

นายก ลั่นไม่ปรับ ครม. ปัดยุบสภา ยันรัฐบาลยังเหนียวแน่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยยืนยัน ไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี ไม่ลาออก ไม่ยุบสภา แม้มีการปล่อยข่าวออกมาตลอด เกี่ยวกับการโหวตล่ม ที่อยู่ให้ครบเทอมเพราะยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการ ใครที่ออกมาพูดลักษณะนี้ ขอให้ระวังตัวไว้ด้วย ถ้ามีคนทำเช่นนั้นจริง ตนคิดว่า เป็นคนใช้ไม่ได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกฯ เข้าสภา พร้อมซักฟอก ส.ส.กดดันให้โหวตไม่ไว้วางใจ ปัดตอบนักข่าว แต่ทำแบบนี้? นายกฯ ถก ศบค.ชุดใหญ่ บ่ายนี้รู้คำตอบ จะเคาะขยายหรือผ่อนคลายล็อกดาวน์? นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงคนที่ปล่อยข่าวและเดินเกมเรื่องนี้ว่า ขออย่าทำในสิ่งที่ไม่ดี มันจะเป็นเรื่องของกรรมและยังพบว่าการปล่อยข่าวในช่วงนี้ที่การแอบอ้างเบื้องสูง จึงเตือนขอให้ระวัง เพราะมีความผิดร้ายแรง โดยในรัฐบาลตนเป็นคนเดียวที่ได้มีโอกาสถวายข้อราชการ ดังนั้นขออย่าไปเชื่อ เพราะใครเชื่อก็โง่แล้ว ทั้งนี้ ตนได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แล้ว โดยพล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาอะไรคุยกันภายในพรรคเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีการปล่อยข่าวเหล่านี้ออกมา ตนและพลเอกประวิตร ก็ไม่สบายใจ แต่ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นให้ความสำคัญกับทุกพรรคร่วม ส่วนแรงกระเพื่อมในพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นแกนนำรัฐบาล จะเป็นปัญหาอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่าพรรคใดจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแต่ตนคิดว่าสมาชิกทุกคนต้องเข้มแข็ง ยึดมั่นในข้อเท็จจริง  

“เสรีพิศุทธ์” ยัน ไม่ไว้วางใจ “บิ๊กตู่” มีพฤติการณ์ 6 ประเด็นไม่เหมาะสม

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าตนไม่ไว้วางใจตั้งแต่วันนี้โดยไม่รอลงคะแนน เนื่องจาก บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่อง ไร้ประสิทธิภาพ และไร้ความสามารถที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้นำประเทศ โดยมีพฤติการณ์ 6 ประเด็น คือ ข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกฯ เข้าสภา พร้อมซักฟอก ส.ส.กดดันให้โหวตไม่ไว้วางใจ ปัดตอบนักข่าว แต่ทำแบบนี้? เตรียมแผนอพยพ หากมีการชุมนุมปิดเส้นทางเข้าออกอาคารรัฐสภา 1.กู้เงินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจ ตั้งงบประมาณเกินดุลทุกปี ตั้งแต่ 58-65 ตั้งแต่เป็นนายกฯ กู้เงินทั้งหมด 5,308,000 ล้านล้านบาท เป็นการกู้เงินมาใช้ในโครงการต่างๆ เพื่อซื้อเสียงล่วงหน้า ถึงเวลาเลือกตั้งจะได้ชนะ หวังสืบทอดเป็นนายกฯ อีกต่อไป ตนขอถามว่า 7 ปีไม่พอหรือ พล.อ.ประยุทธ์ จะเอาอะไรอีก ต้องรู้จักพอบ้าง ที่สำคัญโครงการทั้งหมดตรวจสอบไม่ได้ 2.จัดทำงบประมาณโดยไม่เข้าใจปัญหาของประเทศและประชาชน เป็นการตั้งงบประมาณไว้เผื่อโจรด้วย แต่ใครจะเป็นโจรบ้างนั้นตนไม่รู้ ในช่วงสถานการณ์แบบนี้งบประมาณควรไปที่กระทรวงสาธารณสุข แต่งบประมาณกลับไปที่กลาโหมที่ฟาดเรียบ 3.ปรนเปรอแต่กองทัพเพื่อใช้เป็นฐานคุ้มจุนอำนาจของตน เพราะงบกลาโหมอยู่อันดับที่ 3-4 มาโดยตลอด ตนอยากจะถามว่ามีผลงานอะไรชี้วัดได้ เพราะเอาเงินไปก็ไม่มีผลงาน 4.ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่และความทุกข์ยากของประชาชน รัฐธรรมนูญมาตรา 47 5. ใช้กฎหมายและอาวุธที่ซื้อมาจากภาษีประชาชน เป็นเครื่องมือข่มขู่ปราบปรามประชาชน โดยเฉพาะการจับกุมดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ให้เด็กที่เป็นนักเรียนไปอยู่ในคุกและติดโควิด 6.ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนโดยที่ไม่เคยมีนายกฯ คนใดปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน ในวันนี้ตนก็จะพูดว่า ผมมาไล่ท่านแล้ว ให้พ้นจากตำแหน่งไป พฤติกรรมต่างๆ ของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม และผิดกฎหมาย จึงไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ อีกต่อไป

เตรียมแผนอพยพ หากมีการชุมนุมปิดเส้นทางเข้าออกอาคารรัฐสภา

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าในวันที่ 1 ก.ย. นี้พบมีการนัดหมายชุมนุมเบื้องต้น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มราษฎรตาลีบัน มีการนัดหมายเวลา 14.00 น. บริเวณแยกลาดพร้าว, กลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นัดหมายเวลา 15.00 น. บริเวณหน้าสภารัฐสภา แยกเกียกกาย และ กลุ่มทะลุแก๊ส บริเวณแยกดินแดง จึงย้ำเตือนว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การรวมกลุ่มชุมนุม ยังไม่สามารถทำได้ โดยจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกฯ เข้าสภา พร้อมซักฟอก ส.ส.กดดันให้โหวตไม่ไว้วางใจ ปัดตอบนักข่าว แต่ทำแบบนี้? น้ำตาจิไหล…!! ส่วนที่จะมีการชุมนุมบริเวณอาคารรัฐสภาในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันว่า หากพบมีการละเมิดกฎหมาย หรือ ความพยายามฝ่าฝืนเข้าไปในสถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย พร้อมย้ำว่า ตำรวจจะใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนตามหลักสากล ดังที่เคยใช้ เช่น แก๊สน้ำตา น้ำสีม่วงผสมแก๊สน้ำตา กระสุนยาง ส่วนการตั้งเครื่องกีดขวาง และปิดเส้นทาง จะพิจารณาตามสถานการณ์ โดยต้องจะคำนึงถึงการเปิดทางเข้าออกสถานที่ การรักษาความปลอดภัยสถานที่ และการลดผลกระทบกับประชาชนทั่วไป แต่กรณีที่ไม่สามารถเข้าออกได้ตามเส้นทางปกติ ก็มีการเตรียมแผนอพยพ และเส้นทางสำรองไว้แล้ว ส่วนแกนนำหรือผู้ชุมนุมที่มีหมายจับ หากตำรวจพบก็จำเป็นต้องจับกุม เว้นแต่การจับกุม อาจทำให้เกิดความวุ่นวาย ก็อาจมีการติดตามไปจับกุมภายหลัง ส่วนการตรวจสอบบุคคลที่ถือปืนในพื้นที่การชุมนุม บริเวณแยกดินแดง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้วพบว่าเป็นอาชีวะกลุ่มหนึ่ง อย่างน้อย 2 คน ส่วนผู้ที่ร่วมทำร้ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่การชุมนุม พบมีผู้ร่วมก่อเหตุประมาณ 6 คน สามารถจับได้แล้ว 2 คน พร้อมยอมรับว่าการชุมนุมวันดังกล่าว มีรถตำรวจ ถูกวัตถุคล้ายกระสุนปืน ยิงเข้าใส่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบขีปนวิธี หาทิศทางยิง เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุต่อไป

1 2 3