เดือด!! “อนุทิน ชาญวีรกูล”ยอมรับเอกสารหลุด #ฉีดPfizerให้บุคลากรการแพทย์ ติดเทรนด์ข้ามวัน

หลังจากที่คืนวานนี้ ( 4 ก.ค. ) ได้มีเอกสารหลุดจากการประชุมเฉพาะกิจร่วม ระหว่าง คณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และคณะทํางานวิชาการด้านบริหารจัดการและศึกษาการให้บริการวัคซีน เมื่อ 30 มิถุนายน 2564 ณ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยในเอกสารดังกล่าว ในส่วนข้อเสนอแนวทางพิจารณาการให้วัคซีนไฟเซอร์ คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคม จะได้วัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรก 1.5 ล้านโดส และจะได้อีก 20 ล้านโดส ภายในไตรมาส 4 ปี 2564 โดยข้อมูลในหน้า 3 ของเอกสารสรุปการประชุม ได้ระบุถึงกลุ่มที่จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ได้แก่ 1. บุคคลอายุ 12-18 ปี 2. กลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ได้วัคซีน ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ 3. ให้บุคลากรด่านหน้ากระตุ้นภูมิคุ้มกัน เป็นวัคซีนเข็มที่ 3 ข่าวที่เกี่ยวข้อง อนุทิน ออกมาโต้ ทำไมองค์การเภสัชไม่ซื้อ เพราะไม่เชื่อว่าจะมีประชาชนถึง 9 ล้านคน จองซื้อวัคซีนด้วยตัวเอง อนุทิน ยัน ไม่เป็นไร ! ” ฉีดวัคซีนหมดแล้ว ” ดีกว่าไปนั่งอยู่ในร้านอาหาร   ซึ่งมติที่ประชุมออกมา มีข้อสรุปว่า วัคซีน ไฟเซอร์ ระยะแรก จำนวน 1.5 ล้านโดส เป็นวัคซีนเข็มที่ 1 ทั้งหมดแก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง คือ กทม. และปริมณฑลแต่สิ่งที่ทำให้โลกออนไลน์ต้องลุกเป็นไฟอีกครั้ง ก็เพราะวะว่า จากข้อมูลในส่วนของข้อความคิดเห้น ในข้อที่ 8 ที่ระบุว่า “ขอให้กลุ่ม 2 ไม่ควรให้กลุ่ม 3” และในข้อที่ 10 ที่ระบุว่า “ในขณะนี้ ถ้าเอามาฉีดกลุ่ม 3 แสดงยอมรับว่า Sinovac ไม่มีผลในการป้องกัน แล้วจะแก้ตัวยากมากขึ้น”ทำให้หลังจากที่มีเอกสารดังกล่าวหลุดออกมานั้น ทำให้ชาวเน็ตได้ผุดแฮชแท็ก #ฉีดPfizerให้บุคลากรการแพทย์ ตั้งแต่เมื่อค่ำวาน จนถึงขณะนี้แฮชแท็กดังกล่าวก็ยังเป็นที่พูดถึงกันอยู่ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ คนดัง สส. หรือประชาชนทั่วไป ก็ไม่เห็นด้วยที่เหล่าบุคคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ต้องรับมือกับโควิด-19 จะไม่ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์นี้ก่อน เพราะพวกเขานั้นเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับโรคร้ายนี้พร้อมทั้งยังมีการเชิญชวนให้ประชาชนมาลงชื่อในแคมเปญ #ต้องการmRNAvaccine เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรวมถึงองค์การเภสัชกรรม นำเข้าวัคซีนประเภท mRNA (ไฟเซอร์และโมเดอร์นา)โดยเร่งด่วน โดยเป็นความร่วมมือกันของ ภาคีบุคลากรสาธารณสุข ร่วมกับหมอไม่ทนอย่างไรก็ตามด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาชี้แจงถึงเอกสารดังกล่าวว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเรื่องจริง และเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุม หารือ ทางวิชาการ ไม่ควรที่จะไปพิพากษ์ วิจารณ์เพราะเป็นเรื่องของวิชาการ ตราบใดที่ยังไม่ได้มาเป็นขั้นตอนปฏิบัติ ก็ยังไม่มีผลอะไร “เรื่องนี้ อย่าไปซีเรียส ลืมไปได้เลย” นายอนุทิน กล่าว

เพราะ! ฉีดวัคซีนหรือโรคประประจำตัว? (มีคลิป)

วันที่ 29 มิ.ย. 64 นายสุระชัยเอี่ยมวชิรสกุลผู้อำนวยการองค์การขนส่งน้ำท่วมกรุงเทพ (ขสมก.) ไม่ถึงกรณีที่สื่อมีการนำเสนอข่าวและคลิปพนักงานขสมก. ล้มลงกับพื้นก่อนเข้ารับการเตือนที่ศูนย์คอมโควิดกลางบางซื่อว่าคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 64 นาที ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ที่ปรึกษา ศบค. แจ้ง ยืนยันยังไม่พบโควิดสายพันธุ์ไทย วงการฯ มันไม่แน่นอน! หนูเล็ก ก่าก๊า กลัวลูกชาย อดอยาก ขอจับธุรกิจหลายมือ สวนกระแสพิษโควิด 19 เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 64 ที่ผ่านมานายอาดูรรัตน์ 33 ปีซึ่งเป็นพนักงงานเก็บค่าโดยสารสาย 62 ของขสมก. ได้เดินทางมาหาปัญหาที่บางซื่อนั่งพิจารณาและนั่งพักคอยดูอาการ 30 นาทีเดินออกจากอาคารเพื่อขึ้นรถกลับมาเกิดว่าเกิดเป็นลมล้มลงนำตัวส่งสถาบันโรควิทยา รีจากการตรวจสอบประวัติหลังว่าเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมานายอาทรเคยเข้ารักษาอาการหายใจชักที่โรงพยาบาลเลิดสินจนอาการดีขึ้นแล้วกลับมาทำงานโดยที่ไม่ได้มีการกินยา“ นายอาทรมีลมชักเป็นโรคลมล้มเหลวที่เป็นผลมา จากโรคลมหายใจกไม่ใช่ผลข้างเคียงจากการโจมตีด้วยขณะนี้เราส่งนายอาทรไปรักษาที่โรงพยาบาลเลิดสินที่เคยรักษาอาการดีขึ้นตามลำดับ” (29.พ.ค.) คุณนายอาทร เข้าโรงฝึก ฝึกอบรม ไม่ได้เกิร์ล ฝึกอบรม ไม่ใช่แค่เกิร์ล ลอบ ล่ำล่ำลึงปึก… เดือนรวมทั้งยังขอบคุณหัวหน้างานและทุกคนที่แสดงความเป็นห่วงด้วย

บิ๊กป้อม โยนเจ้าหน้าที่เอาผิด ผู้ประกอบการ ย่านทองหล่อ ปล่อยคนแออัด ทำ โควิด ระบาดหนัก ระบุ อันไหนผิดกฎหมายก็ทำตามขั้นตอน

บิ๊กป้อม โยนเจ้าหน้าที่เอาผิด ผู้ประกอบการ ย่านทองหล่อ ปล่อยคนแออัด ทำ โควิด ระบาดหนัก ระบุ อันไหนผิดกฎหมายก็ทำตามขั้นตอน เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 เม.ย.2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนเรียกร้องให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดผับผิดกฎหมายย่านทองหล่อ รวมทั้งเอาผิดกับประกอบการด้วย ว่า ต้องให้เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ว่าทำผิดหรือทำถูกอย่างไร ข่าวที่เกี่ยวข้อง  หมอจุฬาฯ เผย โควิดระลอกนี้ “เชื้อดุกว่าเดิม” เชื้ออยู่ในร่างกายได้นานขึ้น ตำรวจนครบาลติดโควิด 139 นาย บิ๊กป้อม โยนเจ้าหน้าที่เอาผิด ผู้ประกอบการ ย่านทองหล่อ ปล่อยคนแออัด ทำ โควิด ระบาดหนัก พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการเอาผิดผู้ประกอบการที่ปล่อยให้มีคนเข้าไปอยู่อย่างแออัดนั้นเจ้าหน้าที่ต้องดูแล และดูว่าอันไหนผิดกฎหมายก็ทำตามขั้นตอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนการดูแลเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่ ก็มีการดูแลอยู่แล้ว

กทม.เตรียม 4 โรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยโควิด-19 1250 เตียง 

กทม.เตรียม 4 โรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยโควิด-19 1250 เตียง  เมื่อวันที่ 10 เมษายน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมของการเตรียมสถานที่เพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลสนามรองรับการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ณ บริเวณศูนย์แพทย์ศาสตร์และการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ ซอยโรงเรียนโชติการ (ฝั่งตรงข้ามวัดศาลาแดง) ถนนเลียบคลองปทุม เขตทวีวัฒนา โดยมี นายชวินทร์ ศิรินาค รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมคณะฯ และผู้บริหารสถานพยาบาล กทม. ร่วมให้ข้อมูลให้ข้อมูลการดำเนินงาน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเบื้องต้น กรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน รองรับได้ 500 เตียง 2.โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา รองรับได้ 200 เตียง 3.สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน เขตบางบอน รองรับได้ 200 เตียง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้วันที่ 13 เม.ย.64 และ 4.ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา เขตหนองจอก รองรับได้ 350 เตียง (อยู่ระหว่างปรับปรุงสถานที่) นอกจากนี้จากได้จัดเตรียมสถานที่ต่างๆ ที่จะสามารถเป็นโรงพยาบาลสนามได้เพิ่มเติมด้วยหากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น   ส่วนกรณีมีข่าวว่าผู้ป่วยไม่มีเตียงนั้น ในส่วนของกรุงเทพมหานครยังมีเตียงที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ หากมีการประสานมากรุงเทพมหานครก็ยินดีรองรับผู้ป่วยมาดูแล ซึ่งกรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมสถานที่เป็นโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมกรณีมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น อาทิ อาคารกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง รวมถึงมีการประสานกับบางโรงแรมเพื่อทำเป็น Hospitel ไว้บ้างแล้วบริเวณย่านฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนคร รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้มีการออกสอบสวนโรคเชิงรุกและวางแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีอยู่ 2 ที่ ได้แก่ บริเวณลานกีฬาแสงทิพย์ และวัดนิมมานรดี โดยกรุงเทพมหานครได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มข้น ประกอบกับมีประกาศสั่งจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครสั่งปิดสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงหากประชาชนใช้ปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A ได้แก่ D – Distancing เว้นระยะระหว่างบุคคล หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น M – Mask wearing สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา H – Hand washing ล้างมือบ่อย ๆ จัดให้มีจุดบริการเจลล้างมืออย่างทั่วถึงเพียงพอ T – Temperature ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ เพื่อคัดกรองผู้ใช้บริการที่อาจไม่สบาย T – Testing ตรวจหาเชื้อโควิด-19 และ A ติดตั้งและใช้แอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ” ก่อนเข้า-ออกสถานที่ทุกครั้ง และละเว้นการสาดน้ำหรือเล่นน้ำสงกรานต์จะสามารถช่วยควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดได้   ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวเสริมว่า กรุงเทพมหานครโดยสำนักการแพทย์ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย กรมการแพทย์ กลุ่มสถาบันแพทย์ศาสตร์ และโรงพยาบาลเอกชน จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ 3,000 กว่าเตียง รวมกับของกรุงเทพมหานครแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 เตียง และมีการประสานกับภาคีเครือข่ายจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมเป็นระยะ รวมถึงแนวทางการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่บริเวณแจ้งวัฒนะด้วย คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 10,000 เตียง สำหรับโรงพยายาลราชพิพัฒน์จะรองรับผู้ป่วยสีเหลือง ที่มีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก ไม่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ส่วนผู้ป่วยสีแดง จะทำการดูแลรักษาที่โรงบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และโรงพยาบาลสิรินธร ถ้ารวมเตียงทั้งหมดสำหรับผู้ป่วยสีแดงและสีเหลือง มีเกือบ 900 เตียง   สำหรับโรงพยาบาลสนามของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการสำหรับผู้ป่วย COVID-19 ที่ไม่มีอาการ จำนวน 200 เตียง เมื่อผู้ป่วยมีอาการมากขึ้นระดับปานกลางถึงหนักจะส่งตัวรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ซึ่งเปิด […]

เดือด…!! สาวโพสต์เงิน 5 พันเข้าแค่เศษเงิน ตั้งคำถามรัฐบาลตรวจสอบจริงหรือสุ่มแจก

โซเชียลเดือด สาวโพสต์เงิน 5 พันเข้าแค่เศษเงิน ส่องเฟซบุ๊กใช้ของแบรนด์เนม นาฬิกาหรู ตั้งคำถามรัฐบาลตรวจสอบจริงหรือสุ่มแจก กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนฉ่าในโลกออนไลน์ หลังจากที่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา รัฐบาลเริ่มที่จะทยอยโอนเงินมาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน) ที่เปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com (คลิกที่นี่) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ให้กับ ปชช. ไปบ้างแล้ว ทว่ามีหญิงสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งคาดว่าเธอเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้า โพสต์ข้อความแจ้งว่าเธอได้รับเงิน 5,000 บาทแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตเข้าไปถล่มเธออย่างหนักหน่วงคือข้อความที่เธอโพสต์นั้น บอกว่า 5 พันบาทก็แค่เศษเงิน ซึ่งหญิงสาวคนนี้เขียนข้อความระบุว่า “5 พันเข้าบัญชีแล้วค่ะ ก็แค่เศษเงินหลังตู้เย็น เหอะ!!” งานนี้ทำเอาทัวร์ลงจนสาวรายนี้ต้องรีบลบโพสต์ดังกล่าวออกไปแทบไม่ทัน   และเมื่อเข้าไปส่งเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอนั้น พบว่า เธอใช้ของแบรนด์เนม กระเป๋า นาฬิกา และแต่งตัวดีมาก ๆ ค่อนข้างมีฐานะเลยก็ว่าได้ ซึ่งย้อนแย้งกับโครงการเยียวยาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง ทำเอาโลกออนไลน์ตั้งคำถามว่ารัฐบาลตรวจสอบข้อมูลผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินมาตรการเยียวยา 5,000 บาท อย่างละเอียดแล้วจริงๆ หรือว่า เป็นการสุ่มแจก และคนที่เดือดร้อนจริงๆ กลับไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือนี้ ทำให้ ณ ขณะนี้ #เราไม่ทิ้งกัน ขึ้นมาติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 และถูกพูดถึงกันอย่างมาก ความเห็นบางส่วนจากชาวเน็ต       ******************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก คม ชัด ลึก)