นักเรียน ม.5 ยื่นมือช่วยเพื่อนนักเรียนหญิงอาศัยอยู่กับปู่ย่าวัยชรา ระดมหาทุนพร้อมเสียสละแรงกายสร้างห้องนอน ซ่อมแซมบ้าน

วันที่ 6 ส.ค. ที่ จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สัญญา ศรีวิเชียร ผจก.โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ นายประเวช ไกรเทพ ผอ.โรงเรียนฯ ได้จัดทำ “โครงการคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ ส่งรักแลกความสุข” ให้นักเรียนทุกระดับชั้นคิดโครงการคุณธรรม โดย นายธชกร รอดเพ็ง อาจารย์ที่ปรึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4 ครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ พร้อมนักเรียนชายหญิง 43 คน ได้เดินทางมายังบ้านของ น.ส.เมธาวดี หรือ น้องพลอย ชูเล็ก อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/2 ม.5 ต.ควนปริง อ.เมืองตรัง พักอาศัยอยู่กับปู่และย่าอายุกว่า 80 ปีแล้ว หลังทราบว่าเพื่อนมีความเป็นอยู่ยากลำบาก พ่อแม่แยกทางกัน พักอาศัยอยู่กับปู่ย่าที่อายุมาก พบว่า สภาพบ้านของเพื่อนชำรุดทรุดโทรม ฝาผนังอิฐผุพัง หลังคารั่ว และปัญหาของเพื่อนคือ ยังไม่มีห้องนอนส่วนตัว ทั้งที่โตเป็นสาวแล้ว จึงมีความรู้สึกห่วงใยและสงสาร  จึงหารือกับทางโรงเรียนเพื่อหาทางระดมทุนเข้ามาช่วยเหลือ อีกทั้งเป็นห้วงระยะเวลาที่ทางโรงเรียนมี โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ให้นักเรียนคิดโครงงาน 1 ห้อง 1 โครงงาน ทั้งหมด 28 โครงงาน ซึ่งโครงงานช่วยเหลือสร้างห้องนอนให้เพื่อนนักเรียนหญิง ได้รับความเห็นชอบ ภารกิจในวันนี้ กลุ่มนักเรียนชายหญิงได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือในการทำหน้าที่ช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านให้กับน้องพลอย แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ นักเรียนชายบางคนถอดเสื้อท่ามกลางเปลวแดดที่ร้อนจ้า คลุกเคล้าปูน ขนอิฐ ขนทราย ช่วยกันก่อเรียงอิฐบล็อก ขณะที่นักเรียนหญิงช่วยกันหิ้วถังปูน บางคนช่วยทำกับข้าว ขณะเดียวกัน มีเหล่าบรรดาศิษย์เก่าฯ ที่ทราบข่าว และชาวบ้านในพื้นที่เดินทางมาช่วยระดมทุน ช่วยซ่อมแซมบ้านด้วย และในสัปดาห์หน้าวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จะมาช่วยกันซ่อมแซมหลังคาบ้านที่รั่ว “ต้องขอชื่นชมนักเรียนทุกคุณที่เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจและมีน้ำใจในการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อน โดยวันนี้นักเรียนชายหญิงทั้งหมด 43 คน ได้มาลงมือลงแรงช่วยกันก่อสร้างห้องนอนใกล้เสร็จแล้ว โดยไม่มีค่าจ้างแรงงานใดๆ แต่ได้พบเจอปัญหาอีกอย่างคือหลังคาของตัวบ้านผุพังใกล้จะถล่มลงมา สำหรับผู้ใจบุญ สามารถติดต่อผ่านมาได้ทาง เพจเฟซบุ๊ก โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ ส่งรักแลกความสุข” นายธชกร  กล่าว.

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรากูร เหล่ากองทัพได้ทำการยิงสลุตหลวง

วันที่ 28 ก.ค. กองทัพบก โดย กรมทหารปืนใหญ่ที่1 รักษาพระองค์ (ป1 รอ.)ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรากูร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ที่ท้องสนามหลวง กองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรากูร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด พร้อมกับกองทัพบก และกองทัพเรือ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช สำหรับหลักเกณฑ์การยิงสลุตในปัจจุบัน หากเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินีหรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์ หรือประมุขแห่งรัฐ ยิงสลุตจำนวน 21 นัด ถ้าเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต ยิงสลุต 19 นัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(ที่เป็นพลเรือน) พลเรือเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ ยิงสลุต 17 นัด พลเรือโท และอัครราชทูต ยิงสลุต 15 นัด พลเรือตรี และราชทูต ยิงสลุต 13 นัด (สามเหล่าทัพยศเท่ากัน ยิงสลุตเท่ากัน) อุปทูตยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ ยิงสลุต 9 นัด  

1 3 4 5 6 7 8