พระนามใหม่ในหลวงรัชกาลที่ 10

ทั้งนี้  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ได้ ขณะพระชนมายุได้หนึ่งพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชทานพระนาม “วชิราลงกรณ”  ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นผู้ตั้งพระนามถวายตามดวงพระชะตา  โดยทรงตั้งถวาย มาจาก “วชิรญาณะ” พระนามฉายาทั้งในพระองค์เองและ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว ขณะผนวช  ผนวกกับ “อลงกรณ์” จากพระนามเดิมใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความหมายว่า “ทรงเครื่องเพชรหรืออสนีบาต”

เรือฟริเกตสมรรถนะสูงหรือเรือพิฆาต จากประเทศเกาหลี ได้รับพระราชทานชื่อว่า เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

เป็นอีกเรื่องที่น่ายินดี เมื่อเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ของวาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร รายงานว่า ในหลวง รัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อใหม่ เรือฟริเกตสมรรถนะสูงหรือเรือพิฆาต ที่ต่อจากอู่ต่อเรือแถวหน้าของ บริษัทแดวู ชิปบิลดิ้ง แอนด์ มารีน เอนจิเนียริ่ง (DSME) ประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้งบประมาณลำละเกือบ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะขึ้นระวางเรือประจำการในวันที่ 7 มกราคม นี้ ว่า “เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช” จากเดิมที่จะใช้ชื่อว่า “เรือหลวงท่าจีน” โดย พล.ร.อ. ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. จะเป็นประธานในพิธีต้อนรับที่ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ ทั้งนี้ การพระราชทานชื่อใหม่ได้สร้างความปลาบปลื้มให้กำลังพลประจำเรือ และกองทัพเรืออย่างยิ่ง เพราะเดิมทีตามธรรมเนียมของกองทัพเรือ การตั้งชื่อเรือฟริเกต จะใช้ชื่อ แม่น้ำ เช่น เรือหลวงเจ้าพระยา เรือฟริเกต ชั้นเจียงหู่ จากจีน เป็นต้น สำหรับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำนี้ เป็นการพัฒนามาจากเรือพิฆาตชั้น Kwanggaeto Class Destroyer (KDX-I) โดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐฯ และกองทัพเรือเกาหลีใต้ในการต่อเรือ มีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล กำลังพล 136 นาย โดยสามารถทนทะเลได้ถึงสภาวะทะเลระดับ 6 ขึ้นไป มีโครงสร้างเรือแข็งแรง โอกาสอยู่รอดสูงในสภาพแวดล้อมของการสู้รบและการปนเปื้อนทางนิวเคลียร์ เคมี ชีวะ และสามารถตรวจการครอบคลุมทุกมิติ ทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและสื่อสารกับเรือ อากาศยาน และหน่วยบนฝั่ง และสามารถปฏิบัติการรบได้ทั้ง 3 มิติ ทั้งผิวน้ำ ใต้น้ำ และทางอากาศ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถปฏิบัติการรบร่วม โดยผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ให้สามารถปฏิบัติการรบร่วมในลักษณะกองเรือ (Battle Group) ได้แก่ ร.ล. จักรีนฤเบศร เรือฟริเกต ชุด เรือหลวงนเรศวร เรือคอร์เวต ชุด เรือหลวงรัตนโกสินทร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถรบร่วมกับ เครื่องบินกองทัพอากาศ ตามบทบาทหน้าที่ที่จะได้รับมอบหมาย ซึ่งเรือฟริเกตสมรรถนะสูง จะทำหน้าที่ควบคุมการปราบเรือดำน้ำเป็นหลัก  อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือมีแผนจะต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเอง อีก 1 ลำ โดยจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี จาก แดวู ชิปบิลดิ้งฯ อู่ต่อเรือของประเทศเกาหลีใต้  

ในหลวง ร.10 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีข้อความระบุว่า เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้ประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า โดยที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย ตามคำกราบทูลเชิญของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลในนามของปวงชนชาวไทยนั้น ทรงพระราชดำริว่า เป็นโอกาสอันควรที่จะได้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศชาติ และราชอาณาจักร ให้เป็นที่ชื่นชมยินดีของประชาชนผู้มีความหวังตั้งใจอยู่ทั่วกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น ดังนี้ วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเสด็จออกมหาสมาคม พระบรมวงศานุวงค์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงค์ จากนั้น เสด็จเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมาคร วันที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เสด็จออก ณ.สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น เสด็จออก ณ.พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท คณะทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล ส่วนการเสด็จเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมาคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีขึ้น ในช่วงการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ปลายปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสอำนวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2562

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสอำนวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2562 แก่ประชาชนชาวไทย ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ความว่า บัดนี้ ถึงวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2562 ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้ ส่งความปรารถนาดี และอำนวยพร แก่ทุกๆ ท่าน ให้มีความสุข ความเจริญ ให้มีกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาที่แจ่มใสเข้มแข็ง ตลอดจนสุขภาพที่แข็งแรง ประสบแต่ความสุข ความเจริญ อันเป็นมงคลยิ่งๆ ขึ้นไป เมื่อเรามีความรัก ความปรารถนาดี มีสติปัญญา และเหตุผล มีความรู้จักความพอเหมาะ พอเพียง มีความอดทนพากเพียร รู้เหตุผล รู้วิธีการแก้ปัญหา ซึ่งจะนำพาซึ่งความสุขที่เกิดขึ้นในตน และนำไปสู่ความสุขต่อครอบครัว ต่อสังคมและประเทศชาติ ทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหา และฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น ให้ผ่านไปได้ด้วยดี ทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าและมั่นคงได้ ขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จงปกป้อง คุ้มครอง รักษา ให้ทุกท่านมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง มีขวัญและกำลังใจ สติปัญญาที่แจ่มใส ในการที่จะเป็นพลังที่เข้มแข็งมั่นคงต่อประเทศชาติ และบ้านเมืองของเราต่อไป

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสนามลู่ปั่นจักรยาน เจริญสุขมงคลจิต

วันที่ 23 พ.ย.61 เวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสนามลู่ปั่นจักรยาน เจริญสุขมงคลจิต ณ สนามลู่ปั่นจักรยานบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และทรงปลูกต้นรวงผึ้งเพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นสิริมงคล จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักรยานตามเส้นทางสนามลู่ปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิตระยะทางรวมทั้งสิ้น 23.5 กิโลเมตร สนามลู่ปั่นจักรยาน “เจริญสุขมงคลจิต” หรือชื่อภาษาอังกฤษ “HAPPY AND HEALTHY BIKE LANE” เป็นชื่อที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อ จัดสร้างและพัฒนาโดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 23.5 กิโลเมตรเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักในความสำคัญของการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ อีกทั้งเป็นการสนับสนุนกิจกรรมที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ภายในสนามประกอบด้วย ลู่ปั่นจักรยานหลักสีฟ้าสำหรับนักปั่นทั่วไปและสีม่วงสำหรับนักปั่นที่มีประสบการณ์ระดับมาตรฐานโลกระยะทาง 23.5 กิโลเมตรสามาถรองรับนักปั่นจักรยานได้มากกว่า 20,000 คนต่อวัน ลู่ปั่นจักรยานระยะสั้นและลู่วิ่งระยะทาง 1.6 กิโลเมตรและลู่ปั่นจักรยานสำหรับเด็ก นอกจากนี้โครงการยังได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ประกอบด้วยระบบจัดการความปลอดภัยระดับมาตรฐาน ที่ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนเข้าและออก ด้วยระบบ SNAPลานจอดรถที่ทันสมัยมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน สะพานเชื่อมลานจอดรถยนต์ระยะยาว ศูนย์พยาบาลฉุกเฉิน บริการร้านจำหน่ายและให้เช่าจักรยานร้านอุปกรณ์จักรยานร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อรองรับความต้องการของนักปั่น และประชาชนทั่วไปอย่างทั่วถึง ซึ่งประชาชนทั่วไปมาสามารถมาใช้บริการได้ทุกวันระหว่างเวลา 06.00 น.-21.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

1 2 3 4 5 6 8