สาวอัดคลิปโวย คนจูงหมามาฉี่หน้าบ้าน แล้วไม่ล้าง ท้อทนมา 17 ปี

วันที่ 17 ม.ค.64 โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปความยาวประมาณ 3 นาที เป็นเหตุการณ์กระทบกระทั่งกัน เกี่ยวกับปัญหาปล่อยสุนัข ไปฉี่ที่หน้าบ้านคนอื่น แล้วไม่ล้าง ปล่อยให้เลอะเทอะ โดยมีการระบุข้อความว่า เจอประจำปล่อยหมามาฉี่ถึงหน้าบ้าน แถมมีอยู่ครั้งหนึ่งมากัดแมวในบ้านด้วย พอเดินไปตามหาเจ้าของหมาก็ไม่มีเจ้าของ โกรธมาก ไม่เข้าใจคนพวกนี้ พยายามให้เหตุผล พยายามมากๆ แต่คนที่ชอบเอาหมาไปฉี่หน้าบ้านคนอื่น เอาหมาไปอุจจาระหน้าบ้านคนอื่น กลับคิดไม่ได้เลย คำถามคือเราควร จัดการคนพวกนี้ยังไง พวกเขาไม่มีจิตใต้สำนึกเลย ฉันเหนื่อย ฉันเบื่อ ฉันท้อมาก ใครมีไอเดียเสนอได้นะท้อ ปล.1 สังเกตหลังน้องผู้หญิง ที่มีถุงพลาสติก นั่นก็คือรอยคราบฉี่หมาที่เพิ่งมาฉี่ ปล.2 เราโดนเค้าด่ากลับมาว่า เฝ้าบ้านเก่งเนอะ น่าเอาไม้ฟาดหน้าซักที ซึ่งมีแต่คำด่าไม่มีคำตอบให้เราเลย ปล.3 แชร์ได้นะคะ เผื่อสังคมเราจะดีขึ้นค่ะ และสังคมช่วยตอบคำถามที นี่เราผิดใช่ไหม เราบ้าใช่ไหม ที่อยากให้ทุกคนเคารพซึ่งกันและกันน่ะ โดยพบว่า เจ้าของคลิปที่ประสบปัญหาดังกล่าว ระบุว่า เจอกับปัญหานี้มานานถึง 17 ปี ชมคลิป

สาวพม่า อัดคลิประบายความในใจ หลังโดนด่า รังเกียจ เผยไม่อยากมีใครติดโควิด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของโควิด-19 ซึ่งพบว่าแหล่งการระบาดของโรคเกิดมาจาก จ.สมุทรสาคร และพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก และมีการตรวจหาเชื้อแล้วและพบผู้ติดเชื้อแล้วนับพันเคสนั้น ทำให้มีการปิดสถานที่บางจุด และห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่เสี่ยง โดยในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปของสาวชาวเมียนมาหลายราย ที่ออกมาถ่ายคลิประบายความในใจ ระบุว่าตัวเองเป็นสาวโรงงาน อาศัยอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร โดยสาวรายนี้ยกมือไหว้ พร้อมระบุว่า “เวลานี้ พี่ๆ ด่าคนพม่าไปก็เท่านั้นเพราะคนพม่าบางคนก็ฟังออกบ้าง อ่านออกบ้าง ตอนนี้ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นคนเอาโรคนี้เข้ามา ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนก็ต้องช่วยกัน ถ้าสมมุติว่าพวกหนูอ่านออก พวกหนูพูดไทยได้ ก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ เป็นภาษาพม่านะคะ ขอร้องค่ะว่า โรคโควิด-19 ไม่มีใครอยากเป็นหรอกค่ะ คนพม่าก็ไม่อยากเป็น ขอให้พี่ๆ หยุดด่าได้แล้วค่ะ คนพม่าก็รักประเทศไทยไม่แพ้คนไทยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ” ชมคลิป                                 ภาพและข้อมูลจาก Khaosod, เรื่องข่าว โซเชียล

หนุ่มรอดตาย คดีแพรวา ชนบนทางด่วน เล่า 9 ปี คู่กรณีไม่สนใจ ประวิงเวลาจ่ายค่าชดเชย 

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เมื่อ น.ส.แพรวา หรือ อรชร (นามสมมุติ) เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต–อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต9 ศพ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้าช่วงด้านหน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค. 2553 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ เวลาผ่านมา 9 ปีแล้ว ล่าสุด มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ tintin ที่ระบุว่า เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าวได้เขียนข้อความระบุว่า เป็นคนที่อยู่ในรถตู้คันที่เกิดเหตุ แต่ยังโชคดีที่ไม่ได้เสียชีวิต โดยตอนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสไหปลาหัก 3 ท่อน เข่าซ้ายแตก แขนขวาหัก ต้องนอนรักษาตัวบนเตียงขยับไปไหนไม่ได้ถึง 2 เดือน และต้องฝึกเดินอีก 2 ปี ซึ่งที่ผ่านมาในแง่ของคดีความนั้น สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดตลอดระยะเวลา 9 ปี คือ ไม่ได้รับความสนใจจากครอบครัวของคู่กรณี ทั้งที่ความจริงเรื่องนี้ควรจบได้แล้ว เมื่อคำพิพากษาสิ้นสุดแต่เหมือนเขานิ่งเฉยประวิงเวลาอยู่ตลอดเลย โดยในส่วนคดีความนั้น สรุปว่าไกล่เกลี่ยก็ไม่จบครับ ตอนนี้คดีสิ้นสุดที่ศาลฎีกาแล้ว ทั้งอาญาและแพ่ง เหลือแค่ทางแพรวายอมชำระค่าเสียหายที่ศาล อย่าให้ต้องฟ้องบังคับคดีต่ออีกเลย ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนดังกล่าว ระบุด้วยว่า เรารู้ว่าไม่มีใครอยากให้เกิด เธอไม่ได้ตั้งใจ คนเราผิดพลาดกันได้ เราเข้าใจทุกคนเข้าใจแต่หลังจากนั้นต่างหากสิ่งที่เพื่อนมนุษย์เขาปฏิบัติต่อกันคืออะไร ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ ก็ควรมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เสมอ   ภาพและข้อมูลจาก Khaosod

ลุงขอระบายสักหน่อย โดนตำรวจไถจนไม่เงินซื้อนมให้หลาน

เป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อดูลย์ พรรณา ซึ่งเป็นคลิปของคุณลุงท่านหนึ่งออกมาอัดคลิประบายเกี่ยวกับการตั้งด่านของตำรวจ โดยระบุข้อความว่า ระบายความในใจ พวกตั้งด่านเมื่อไหลจะหมดไปคับ โดยทางคุณลุงนั้นเล่าว่า วันนี้ได้เดินทางไปที่กำแพงเพชร มีเงินติดตัวมา 3,500 บาท ก่อนจะออกจากบ้านเติมน้ำมันมา 1,000 บาท มาถึงกลาวงทางที่กรุงเทพฯก็ได้เติมน้ำมันไปอีก 1,000 บาท ก็เหลืออยู่ 1,500 บาท พอไปถึงกำแพงเพชรก็ทำภารกิจเสร็จเราก็เลยเดินทางกลับมา กะว่าเงินเหลืออยู่ 1,500 บาท ก็จะเติมน้ำมันอีก 500 แล้วก็อีก 1,000 บาทก็จะซื้อนมให้หลานไว้ได้กิน ซื้อข้าวให้ลูกสะใภ้ให้หลานได้กินนมแล้วก็เหลืออีกห้าร้อย ก็จะได้เติมน้ำมันกลับ เพราะฉนั้นพอเดินทางกลับมาได้ก่อนจะถึงนครสวรรค์ออกจากกำแพงเพชรมาจะถึงนครสวรรค์ก็มาเจอด่านตำรวจตั้งด่านจับควันดำ แล้วลุงก็ให้ตรวจเพราะว่ารถเราซื้อมาเดิมๆ รถมือสองก็ไม่ใช่คนมีเงินคนจนนะครับ ไม่ได้มีเงินมีทองมากมายมันหากินยากเดี๋ยวนี้ครับค้าขายอะไรก็ยาก ก็บอกกับทางตำรวจว่า ผมก็ไม่มีเงินนะครับผมมาเยี่ยมคนป่วยเพราะว่าคนป่วยอยู่โรงพยาบาลเลยพาลูกสะใภ้มาเยี่ยม แล้วพี่จะปรับ 1,000 บาทผมก็ไม่มีเงินเยอะมีแค่อีก 500 ไหนจะเติมน้ำมันกลับอีกกว่าจะถึงโคราช ทั้งนี้ทางคุณลุงยังพูดระบายอีกมากมายจะเป็นอย่างไรตามไปฟังคลิปพร้อมๆกันเลยดีกว่าจ้า คุณตาขอระบายเจอตำรวจไทยแบบนี้ ไปเยี่ยมคนป่วย เงินก็เตรียมไว้ซื้อข้าวซื้อนมให้ลูกให้หลาน เจอไถเป็นพันคนจนจะอยู่ยังไง โพสต์โดย ข่าวชาวบ้าน – Thai TV Social เมื่อ […]