ลงรายชื่อไล่อนุทินทะลุ 2แสนแล้ว!!

ลงรายชื่อไล่อนุทินทะลุ 2แสนแล้ว!! วันนี้ (24 เม.ย. 64) เคมเปญรณรงค์ เรียกร้องให้อนุทิน รัฐมนตรีสธ​.​ลาออก จากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาด COVID19 ของกลุ่มแพทย์ “หมอไม่ทน” ผ่านเว็บไซต์ change.org เรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ​ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ ทะลุแสน ล่ารายชื่อ จี้ อนุทิน ลาออก ทองแท้ไม่กลัวไฟ หมอ จวก อนุทิน ไม่มีคุณสมบัติคุมสธ. โดยวันนี้มีผู้ลงชื่อถอดถอน นายอนุทินอยู่ที่ 202,001 รายชื่อแล้ว  

ล่ารายชื่อตรวจสอบ ผู้บริหารสื่อแห่งหนึ่ง คุกคามทางเพศเด็กในสำนักงาน

เมื่อวันที่ 10 กันยายน น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กล่าวถึงกรณีการรวบรวมรายชื่อเพื่อดำเนินการตรวจสอบผู้บริหารสื่อแห่งหนึ่งที่มีข่าวคุกคามทางเพศเด็กในสำนักงาน ว่า คงไม่ถึงขั้นกับถอดถอนแต่อยากให้สมาคมฯ ทุกสมาคมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ ฯลฯ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งที่เราล่ารายชื่อกันก็อยากให้มีการเปิดเผยข้อมูล และดำเนินการตรวจสอบกันจริงจัง โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศหรือการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเรามองว่า ไม่ว่าจะทางกายหรือทางวาจาก็ไม่ควรเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามวันนี้ทางสมาคมเขาก็ได้มีการประชุมกัน ดังนั้นเมื่อเขามีแอคชั่นแบบนี้ในส่วนของเราก็คงจะมีการผ่อนคลาย เพราะเป้าหมายของเรา คืออยากให้เพื่อนเพื่อนสื่อมวลชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมกันในประเด็นนี้ด้วย และเห็นว่าควรจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระ โดยเป็นคนนอก เพื่อป้องกันข้อครหาเกี่ยวกับความไม่เป็นกลางและเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เมื่อถามว่าการรวมกลุ่มกันดำเนินการในเรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดผลสะเทือนในวงการสื่อหรือไม่ น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวว่า ในกลุ่มของเราที่ออกมาเคลื่อนไหวนี้เราอยากให้มีการดำเดินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังมากกว่า โดยอยากให้เกิดกระแสและอยากให้พูดเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวางจริงจัง จะแก้ปัญหาให้ผู้ถูกกระทำไม่ว่าจะในองค์กร หรือหน่วยงานใด นอกจากนี้เราอยากให้เกิดกระแสของคนในสังคมไม่ใช่แค่คนในวงการสื่อเท่านั้น เพราะเรารู้สึกว่าเราทนไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการสื่อหากทำแบบนี้ อีกหน่อยใครจะเชื่อถือวงการสื่ออีก ที่มา – มติชน