“ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” เชิญสื่อแจงประกาศ ฉ.29 ปมสร้างหวาดกลัว!!

เมื่อวันที่2 ส.ค. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวกรณีที่ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อกำหนดฉบับที่ 27 และ ฉบับที่ 29 ออกตามความในมาตรา 9 แห่งก.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เกี่ยวกับมาตรการไม่ให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด และสร้างความหวาดกลัว ว่า ยืนยันว่าข้อกำหนดที่ออกมา ไม่ได้มีเจตนาควบคุมการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชน และประชาชน ที่เป็นประโยชน์ต่อการรับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19และเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของสื่อในการปฏิบัติหน้าที่ และมีองค์กรสื่อฯคอยกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาชีพและจริยธรรม และที่ผ่านมารัฐบาลรับฟังการวิจารณ์ด้วยเหตุผล อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงมา จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องปิดกั้นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของสื่อ แต่ต้องยอมรับว่ามีการส่งข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อน ไม่ถูกต้องได้ ทั้งเจตนาและไม่เจตนา จึงต้องมีมาตรการป้องกันการบิดเบือน ที่กระทบการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทำจริง “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปราบเว็บพนันบอลยูโร ชัยวุฒิ ลั่นดารา call out ไม่เข้าข่ายความผิด แต่ข้อมูลต้องครบ เหตุพูดแล้วประชาชนเชื่อ   นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เพื่อความเข้าใจแนวทางของรัฐบาล ตนจะเชิญผู้บริหารองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนหารือในโอกาสที่เหมาะสม ให้เกิดความร่วมมือแก้ปัญหาการนำเสนอข้อมูลที่ปราศจากข้อเท็จจริง เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลตระหนักถึงบทบาทของสื่อมวลชนในการมีส่วนช่วยนำพาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตส่วนข้อกำหนดที่ออกมาเจตนาดำเนินการกับผู้ที่ทำตัวเสมือนเป็นสื่อ หรือสื่อเทียมไร้สังกัด ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีองค์กรกำกับตรวจสอบ ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผิดจากข้อเท็จจริง ผ่านเฟซบุ๊กทวิตเตอร์ หรือแพลตฟอร์มอื่น มีเจตนาตั้งใจบิดเบือนเพื่อหวังผลบางอย่าง ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด หวาดกลัวหรือตื่นตระหนก เพื่อแก้ปัญหาในส่วนนี้เป็นหลัก ไม่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

“ดีอีเอส” ตั้งทีมจับตากลุ่ม “ย้ายประเทศกันเถอะ” รวมหลักฐานดำเนินคดีหากพบทำความผิด

วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรุ๊ปเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเถอะ” ที่กำลังเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ขณะนี้ว่า กระทรวงดีอีเอสได้รับการร้องเรียนถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวมาเช่นกัน โดยผู้ร้องเรียนระบุว่า มีเนื้อหาสร้างความแตกแยกสร้างความเกลียดชัง และยังมีการแสดงความคิดเห็นเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง สิระ ซัด พวกอยากย้ายประเทศ คงได้ย้ายไปอยู่เรือนจำแทน – สวีเดนไม่รับคนโง่ เพจ “ย้ายประเทศกันเถอะ” เป็นการรวมตัวของคนไทยที่มองหาอนาคตในไทยไม่เจอแล้วรวมตัวกัน เปิดเพจได้3วัน สมาชิคครึ่งล้านแล้ว ! อย่างไรก็ตาม เท่าที่ติดตามเบื้องต้นพบว่า เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงแนะแนวการศึกษา และแนะนำแนวทางประกอบอาชีพในต่างประเทศ ซึ่งจริงๆก็เป็นเรื่องที่ดี และหน่วยงานภาครัฐเองก็มีการให้ข้อมูล และให้การสนับสนุนผู้ที่มีความพร้อมมาโดยตลอดอยู่แล้ว ทั้งในแง่การไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงการต่างประเทศ เช่นเดียวกับการประกอบอาชีพที่มี กระทรวงแรงงาน เป็นผู้กำกับดูแล “เท่าที่ติดตามหลายๆโพสต์ก็เป็นเรื่องแนะแนวการศึกษา และการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ที่แฝงด้วยประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มบางคนที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศก็มีพฤติกรรมชังชาติอยู่แล้ว ก็มีวัตถุประสงค์แอบแฝงเพื่อสร้างความแตกแยก และหมิ่นสถาบันเบื้องสูง กระทรวงดีอีเอสมีคณะทำงานเพื่อตรวจสอบและติดตามการกระทำความผิดในสังคมออนไลน์อยู่แล้ว ก็ได้กำชับไปให้ตรวจสอบดูว่ามีเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด” นายชัยวุฒิ กล่าว นายชัยวุฒิ กล่าวว่า หากเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการศึกษาหรืออาชีพในต่างประเทศ รัฐบาลคงไม่ปิดกั้น เพราะถือเป็นสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีความเป็นห่วงในบางข้อความที่ไม่เหมาะสม อาทิ การแนะนำวิธีลักลอบเข้าเมือง หรือการอาศัยอยู่เกินกำหนดอย่างผิดกฎหมายหรือที่เรียกว่าโดดวีซ่า ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และอาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงการพิจารณาให้วีซ่าคนไทยของประเทศปลายทางในอนาคตด้วย ที่สำคัญยังเป็นห่วงว่า กลุ่มดังกล่าวอาจเป็นช่องทางของขบวนการมิจฉาชีพที่ใช้สังคมออนไลน์หลอกลวงให้มีการไปทำงานต่างประเทศที่ระบาดอย่างหนักในระยะหลัง