เกิดเหตุเพลิงไหม้รถทัวร์ ไฟลุกห้องเครื่องแล้วลามคลอกผู้โดยสารเสียชีวิต 5 ราย

รถทัวร์ 2 ชั้น อุดรธานี-กรุงเทพฯ เกิดเพลิงไหม้ระหว่างออกจากเมืองขอนแก่นมุ่งหน้า กทม. โดยล้อหลังยางแตกแล้วมีไฟลุกห้องเครื่องแล้วลามคลอกผู้โดยสารเสียชีวิต 5 ราย ตร.สภ.บ้านแฮดจะสอบหาสาเหตุต่อไป เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 13 เม.ย.2564 พ.ต.ท.ชูเกียรติ ไชยวิเศษ สว.สอบสวน สภ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย รพ.สิรินธร อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ว่าเกิดเหตุ รถทัวร์โดยสารปรับอากาศชั้น 1 สายอุดรธานี-กรุงเทพฯ เกิดไฟไหม้ที่บริเวณเครื่องยนต์ด้านหลังก่อนที่จะลุกลามไหม้ทั้งคัน ที่ริมถนนมิตรภาพ พื้นที่บ้านหนองขาม ต.โนนสมบูรณ์ อ.บ้านแฮด ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงไปตรวจที่เกิดเหตุทันที ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้นของบริษัท 407 พัฒนาทัวร์ จำกัด สายอุดรธานี -กรุเทพฯ หมายเลขข้างรถ 22-34 หมายเลขทะเบียน 10-7387 อุดรธานี เกิดเพลิงไหม้อยู่ริมถนนมิตรภาพ ขณะที่ผู้โดยสารต่างพากันหนีตายออกจากรถกันจ้าละหวั่นหลัง เจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย และ ปภ.เขต 6 พร้อมระดมทีมแพทย์ฉุกเฉินจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ ตรวจเบื้องต้นพบมีผู้เสียชีวิตภายในรถรวมทั้งหมด 5 ศพ และมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวน12 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสิรินธร และโรงพยาบาลขอนแก่น เป็นการเร่งด่วน ส่วนอีก 16 รายปลอดภัย รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่า รถทัวร์คันดังกล่าวเป็นของบริษัท 407 พัฒนาทัวร์ หมายเลขทะเบียน 10-7387 อุดรธานี โดยได้เดินทางออกมาจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุดรธานี มุ่งหน้าปลายทางสถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต กรุงเทพมหานคร มีผู้โดยสารรวมพนักงาน 34 คน เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เสียหลักพลิกตะแคงไฟลุก บาดเจ็บ 2 ราย (คลิป) โควิดทำพิษ! ประชาชนแห่คืนตั๋ว “รถไฟ-รถทัวร์” กว่า 9 พันใบ

โควิดทำพิษ! ประชาชนแห่คืนตั๋ว “รถไฟ-รถทัวร์” กว่า 9 พันใบ

พิษโควิด-19 ทำสงกรานต์กร่อย! ประชาชนยกเลิกเดินทาง คืนตั๋ว “รถทัวร์ – รถไฟ” แล้วกว่า 9 พันใบ การรถไฟฯ และ บขส. คาดวันนี้ (9 เม.ย.) เหลือผู้โดยสารแค่ 5 หมื่นคน การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ ทำให้บรรยากาศของเทศกาลสงกรานต์หงอยเหงา ประชาชนหลายคนตัดสินใจไม่เดินทางกลับบ้านหรือเดินทางท่องเที่ยว โดย คืนตั๋ว รถไฟ และรถโดยสาร (รถทัวร์) ช่วงสงกรานต์เป็นจำนวนมาก ล่าสุดยอดคืนตั๋วอยู่ที่ 9,160 ใบ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  ด่วน! ผู้กำกับ สน.บางเขน ติดโควิด มากกว่า 30 นาย กำลังเร่งตรวจไทม์ไลน์ ติดโควิดอีกราย ! พิ้งค์พลอย ประกาศผลตรวจออกมาเป็นบวก “ชลบุรี” เจอโควิดอีก! โยงคลัสเตอร์ทองหล่อ-ผับฟริ้นสโตน เร่งตรวจเชิงรุก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สรุปจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางช่วงเทศกาลปีสงกรานต์ เมื่อวานนี้ (8 เมษายน 2564) ทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 42,216 คน แบ่งเป็น ผู้โดยสารขาออก 21,666 คน ผู้โดยสารขาเข้า 20,550 คน ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่เตรียมไว้สูงสุด 100,000 คนต่อวัน เส้นทางที่มีผู้โดยสารเดินทางหนาแน่นที่สุด คือ สายใต้ 15,684 คน, รองลงมาคือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) 10,037 คน, สายเหนือ 9,664 คน, สายตะวันออก 5,285 คน และสายแม่กลอง 1,546 คน สำหรับบรรยากาศที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ช่วงเช้าวันนี้ (9 เม.ย.) ยังคงมีผู้โดยสารทยอย เดินทาง กลับอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขบวนรถระยะใกล้ เช่น ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, บ้านภาชี, และตะพานหิน สภาพการโดยสารไม่หนาแน่น ทั้งนี้ ได้มีการเพิ่มขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารในวันนี้ (9 เม.ย.) จำนวน 1 ขบวน 4 ขบวน ดังนี้ ขบวน 955 กรุงเทพ – ศิลาอาสน์ ออกจากกรุงเทพ เวลา 22.30 น. ถึงเวลา 07.15 น. ขบวน 977 กรุงเทพ – อุบลราชธานี ออกจากกรุงเทพ เวลา 22.00 น. ถึงเวลา 09.10 น. ขบวน 967 กรุงเทพ – อุดรธานี ออกจากกรุงเทพ เวลา 21.15 น. ถึงเวลา 09.25 น. ขบวน 5 กรุงเทพ – เชียงใหม่ ออกจากกรุงเทพ เวลา 19.10 น. ถึงเวลา 08.05 น. ทั้งนี้ ตามที่การรถไฟฯ ประกาศรับคืนตั๋วโดยสารเต็มราคาโดยไม่ค่าธรรมเนียม เพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ที่มีการระบาดในพื้นที่หลายจังหวัด ทำให้มีผู้โดยสารเดินทางมาคืนตั๋วโดยสาร เพื่อยกเลิกการเดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อวานนี้ (8 เม.ย.) ประมาน 5,000 ที่นั่ง […]

เจ็บระนาว!! รถทัวร์หาดใหญ่-ภูเก็ต เสียหลักพุ่งชนต้นไม้

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ร.ต.ท.วุฒิชัย ทองผอม รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านคลองเต็ง รับแจ้งอุบัติเหตุ รถทัวร์เสียหลักลงข้างทางพุ่งชนต้นไม้ มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณริมถนนเลี่ยงเมือง วงแหวนรอบนอก สายตรัง-ห้วยยอด พื้นที่ หมู่ 3 ต.นาท่ามใต้ อ.เมืองตรัง หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจพร้อมด้วย นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล นายอำเภอเมืองตรัง หน่วยกู้ชีพ รพ.ศูนย์ตรัง รพ.ทีอาร์พีเอช รพ.วัฒนแพทย์ตรัง อาสากู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ที่เกิดเหตุเป็นทุ่งหญ้าอยู่ริมถนนฝั่งขาออก พบรถร่วม บขส. ป.1 สาย 443 หมายเลข 4 หาดใหญ่-ภูเก็ต ทะเบียน 10-1473 ตรัง สภาพหัวรถเสียหายยับเยิน ตัวรถส่วนหนึ่งพังเสียหาย ภายในรถเบาะนั่งและชิ้นส่วนต่างๆหลุดเกลื่อนกระจาย กระเป๋าและทรัพย์สินของผู้โดยสารหลุดเกลื่อนกระเด็นออกมาเต็มพื้นที่ กู้ภัยเร่งทำการเคลื่อนย้าย และช่วยเหลือผู้โดยสารทั้งหมด 22 ชีวิต ออกจากรถ พบมีผู้บาดเจ็บเป็นผู้โดยสารจำนวน 14 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บบริเวณศีรษะ คอ แขน และขา ทั้งหมดรู้สึกตัว ก่อนจะเร่งเคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ส่วนผู้โดยสารที่เหลือจำนวน 8 ราย มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า รถทัวร์ดังกล่าวเดินทางออกมาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปส่งผู้โดยสาร ที่ จ.ภูเก็ต โดยมีผู้โดยสารเดินทางมาประมาณ 22 คน โดยมีนายเบิ้ม อายุ 45 ปี (ไม่ทราบชื่อ-สกุล) เป็นคนขับ เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นโค้งเพียงเล็กน้อย รถทัวร์ขับมาด้วยความเร็ว ทำให้รถหลุดโค้งดังพุ่งชนเข้ากับต้นยางนา จนขาดสะบั้น ก่อนที่ตัวรถจะลอยข้ามคูน้ำลงไปกระแทกกับพื้นทุ่งหญ้าข้างทาง ทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นทางนายเบิ้ม เป็นโชเฟอร์ไม่ยอมพูดคุยใดๆกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ น.ส.ศุภรัตน์ แช่มชื่น อายุ 31 ปี หนึ่งในผู้โดยสาร เล่าว่า ตนเองขึ้นรถมาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และขึ้นรถเป็นผู้โดยสารคนสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุตนเองนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ แต่จู่ๆ ปรากฏว่า รถได้พุ่งชนเข้ากับต้นไม้และลอยไปกระแทกกับพื้นกลางทุ่งแล้ว ก่อนข้าวของภายในรถจะกระเด็นกระจัดกระจายเกลื่อนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตนเองก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะตอนเกิดเหตุคนขับน่าจะไม่มีการเบรกรถแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้มีการประสานรถทัวร์ ซึ่งเป็นรถร่วม บขส.จำนวน 1 คัน มารับผู้โดยสารที่เหลืออยู่ จำนวน 8 ราย เพื่อให้เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง ส่วนสาเหตุที่แน่ชัด ทางพนักงานสอบสวนจะเรียกตัว คนขับรถทัวร์พร้อมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องไปทำการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป

สะเทือนใจ ! คนขับรถทัวร์ประกาศขายดวงตา ส่งหลานเรียน หลังไร้งานเพราะโควิด 19

สุดหดหู่ โชเฟอร์รถทัวร์โพสต์ขายดวงตาหนึ่งข้าง หลังเจอพิษโควิดระลอกใหม่ รู้ว่าผิดกฎหมายแต่ความจนมันไม่ปราณีพร้อมน้อมรับหากใครจะต่อว่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก เหยี่ยวข่าว ภูเก็ต Newshawk Phuket ได้โพสต์ภาพที่บันทึกจากหน้าเฟซบุ๊กของชายคนหนึ่งที่ประกาศขายดวงตาตนเองข้างหนึ่ง พร้อมกับระบุว่า ทราบดีว่าผิดกฎหมาย แต่ความจนไม่ปรานีใคร แต่ตนเองมีภาระ และมีครอบครัวที่ต้องดูแล และต้องส่งหลานเรียนหนังสือ โดยขอให้ทุกคนอย่างต่อว่าตนเองเลยเพราะความจำเป็นจริง ๆ ถึงต้องออกมาโพสต์เช่นนี้ โดยข้อความระบุว่า… “หมดหนทางจริงๆ ประกาศขายดวงตาหนึ้งข้าง รู้อยู่ว่าผิดกฎหมาย แต่ความจนมันไม่ปราณี ถามว่ามีญาติมีลูกมั้ย ตอบว่ามี แต่ทุกคนต้องมีภาระ ผมมีกัน 3 คน หมดหนทางคิด หมดทางเดินจริง ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน จะกลับไปใช้ชีวิต ในบั้นปลาย ส่งหลานเรียนหนังสือ จนสุดความสามารถ โพสต์ก่อนที่ไม่มีเน็ตจะใช้  กรุณาต่อว่ากันเลย ชีวิตคนเราไม่เหมือนกันคิดแล้วคิดอีกจึงลงโพสต์” ขณะเดียวกันทางเพจดังกล่าวได้ระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชายคนที่โพสต์นั้น แต่เดิมมีอาชีพขับรถทัวร์ หลังจากโควิด-19 รอบแรก ก็ได้รับความลำบาก แต่ยังพอทนไหว แต่พอเกิดเหตุการณ์ โควิด 19 ระบาดระลอก 2 ทำให้ตนเองได้รับผลกระทบอย่างหนักจนไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน และค่าเรียนของหลาน ทุกวันนี้ได้กินข้าวเพียงแค่วันละมื้อเดียว ทั้งนี้ตนเองไม่ได้อยากให้ช่วยเหลือโดยการให้เงิน เพราะกลัวจะมีปัญหาตามมา แต่ต้องการงานทำ เพื่อหารายได้มาดูแลครอบครัว หากใครต้องการช่วยเหลือขอรับเพียงสิ่งของเท่านั้น    

สาวพิการสุดช้ำใจ เจ้าหน้าที่ไม่ให้ขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน อ้างผู้โดยสารคนอื่นรังเกียจ

วันที่ 24 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำตาล เจนจิตร เสนานุช สาวผู้พิการที่เคยไปออกรายการ ไมค์หมดหนี้ โพสต์เฟซบุ๊กอัดคลิปขณะตัวเองกำลังสะอึกสะอื้นร่ำไห้อยู่ที่ชานชลารถทัวร์สถานีขนส่งหมอชิต 2  พร้อมบรรยายว่า “หนูเดินทางมาจาก เพชรบูรณ์ เมื่อวานเพื่อมาตรวจตา ที่โรงพยาบาลศิริราช ตรวจเสร็จ หนูจะเดินทางกลับเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่เข้าไม่ให้หนูขึ้นรถ เขาบอกว่า ผู้โดยสารรังเกียจ ทั้งๆที่หนูชื้อตั๋วแล้ว หนูต้องไปคืนตั๋ว หนูขึ้นมารักษาตัวที 2-3 เดือน 10 กว่าปีแล้วนะ ที่ขึ้นๆลงๆ อยู่แบบนี้ หนูไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้ คำพูดที่เขาใช้กะหนูคำแรก หนูลืมกดวีดีโอค่ะ แต่คนอื่นใด้ นี้รึคนไทย” ทำให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของพนักงานรถทัวร์รายนี้กันเป็นอย่างมาก สำหรับเนื้อหาในคลิปนั้น น้ำตาล เจนจิตร ได้โพสต์คลิป ขณะพูดคุยกับพนักงานประจำรถทัวร์คันดังกล่าว ด้วยเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้น บอกพนักงานว่า ไม่ต้องถ่ายค่ะ ไม่ให้หนูไปก็ไม่ต้องถ่าย นี่หรือค่ะคนไทย ทำไมคะ หนูเพิ่งมาจากเพชรบูรณ์เมื่อวาน หนูเดินทางมากลับเพชรบูรณ์วันนี้ แต่พนักงานรถไม่ให้หนูขึ้นรถ หนูซื้อตั๋วแล้วเรียบร้อย พนักงานคนนี้เขาให้ไปคืนตั๋วไม่ให้หนูกลับ แล้วหนูจะกลับยังไงคะ หนูไม่ได้เป็นโรคติดต่อ หนูเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา เพราะอะไรเหรอ คนอื่นขึ้นรถได้หมด แต่หนูทำไมขึ้นรถไม่ได้ จากนั้นรถทัวร์คันดังกล่าว ก็ค่อยๆถอยหลังออกจากชานชาลาไป อย่างไรก็ตาม น้ำตาล เจนจิตร โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า “ตอนนี้ หนูได้ขึ้นรถ 999 ลงหล่มเก่าค่ะ รถออกจากหมอชิต 2 ทุ่มค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจ และขอบคุณทคนที่ช่วยแชร์นะคะ” จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าตัวก็โพสต์ เฟซบุ๊กระบุว่า “ถึงบ้านแล้วค่ะ” พร้อมกับเช็คอินที่ บ้านหนองเขียว หมู่ที่ 9 ต.ศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ น้ำตาล เจนจิตร เสนานุช นั้นเคยไปออกรายการไมค์หมดหนี้ ทางช่องเวิร์คพอยท์ เมื่อปี 62 ที่ผ่านมา เพื่อหาเงินช่วยพ่อปลดหนี้ เนื่องจากพ่อต้องไปกู้ยืมเงินกองทุนหมู่บ้านมารักษาตัวเองที่ป่วยเป็นโรคผิวหนังผิดปกติ โดยครั้งนั้น น้องดรีม สิรินภา ใหม่เกิด นักเรียนสาวชั้นมัธยม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแชมป์เก่าได้มอบเงินทุน 1 หมื่นบาท เพื่อช่วยเหลือน้ำตาลในการรักษาตัว ทั้งที่ตัวเองยังต้องปลดหนี้ให้กับพ่อแม่ที่บ้าน สร้างความประทับใจให้ผู้ชมรายการเป็นอย่างมากอีกด้วย.

1 2 3 4