ดูกันชัดๆให้หายสงสัย ว่าทำไมรถพยาบาล ที่เปิดไซเรนขอทาง ถึงไม่ขับโยกซ้ายขวาเปลี่ยนเลนไปมาเวลามีรถมาขวางทาง

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก God Of War V.5 ได้เผยแพร่คลิปขณะที่พยาบาลท่านหนึ่งกำลังทำ (CPR) ปั๊มหัวใจช่วยเหลือผู้ป่วยในรถพยาบาล แต่ด้วยสถานการณ์ที่ต้องเร่งรีบรถพยาบบาลมีการเปลี่ยนเลนกะทันหัน ทำเอาพยาบาลถึงกับหัวทิ่มเสียหลักไปทับผู้ป่วย และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ควรหลีกทางให้รถพยาบได้ผ่านไปอย่างสะดวก ซึ่งทางเพจ God Of War V.5 ได้ระบุข้อความว่า. “เลนซ้ายว่าง ทำไมไม่แซง แค่ขับธรรมดา เร่งกับเบรคพยาบาลยังแทบทรงตัวไม่อยู่ เฮ้อออสำหรับคนที่บอกว่า ทำไมรถพยาบาลไม่หักออกซ้ายหรือขวาก็ได้ มาดูคลิปนี้ครับ”

หนุ่มอาสาระบาย!! ให้”น้ำเกลือคนไข้”อยู่ แต่ถูก”วินรถตู้เจ้าถิ่น”ไล่ที่

หนุ่มขับ”รถฉุกเฉิน”โพสต์คลิประบายหลังจากที่ตนถูก”วินรถตู้เจ้าถิ่น”ไล่ที่ไม่ให้จอด ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่กำลังทำ”การปฐมพยาบาล”เบื้องต้นผู้ป่วย หนุ่มขับรถฉุกเฉินโพสต์คลิประบายหลังจากที่ตนถูกวินรถตู้เจ้าถิ่นไล่ที่ไม่ให้จอด ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่กำลัง ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ป่วย โดยผู้โพสต์ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า ไพรัตน์ เนียมพิมาย เล่าเรื่องระบุว่า   “จอดทับที่เค้า…ใครจะเจ็บใครจะป่วยกูไม่สน..กูจะรับคนอย่างเดียว ถ้าฟังดีๆตะโกนโวยวายว่า แดกตลอด ที่นี่ประเทศไทย วินรถตู้แห่งหนึ่งแถวสาวรีย์ชัย เคสนี้คนไข้ท้องนอกมดลูกไม่รู้ตัว ท่อรังไข่แตกมีเลือดออกในช่องท้อง ขอจอดแปปมันยังไล่ ซึ่งหลังจากที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก   (ชมคลิป)

กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงหลังมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจำกัดความเร็วรถพยาบาล

กรณีกระทรวงสาธารณสุขสั่งรถพยาบาลห้ามใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชม. และห้ามฝ่าไฟแดง ทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยและเป็นห่วงว่าผู้ป่วยอาจได้รับการรักษาที่ล่าช้า ซึ่งทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย อธิบายได้ว่าจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาลกระทรวงสาธารณสุขปี 2559-2562 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 110 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 318 ราย เป็นพยาบาลและบุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 129 ราย เสียชีวิต 4 รายพิการ 2 ราย ผู้ป่วยบาดเจ็บ 58 รายเสียชีวิต 3 ราย คู่กรณีเสียชีวิต 14 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นขณะส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสถานพยาบาลถึงร้อยละ 80 สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการขับรถเร็ว ฝ่าสัญญาณไฟจราจร และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย กระทรวงสาธารณสุขจึงได้เน้นย้ำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาล กรณีนำผู้ป่วยส่งสถานพยาบาลจะต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.ตามประกาศของกระทรวง ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 หลายคนอาจคิดว่ายิ่งส่งผู้ป่วยถึงมือแพทย์เร็วเท่าใดก็ยิ่งเพิ่มโอกาสรอดชีวิตมากเท่านั้น แถมกฎหมายจราจรก็ยกเว้นให้รถพยาบาลสามารถใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดได้ ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่ความปลอดภัยในการเดินทางก็สำคัญไม่แพ้กัน จึงถือเป็นการเพิ่มความคุ้มครองสวัสดิภาพการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขและผู้ป่วย โดยประชาชนไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสี่ยงหากรถพยาบาลวิ่งช้า เนื่องจากอุปกรณ์กู้ชีพภายในรถพยาบาลมีเพียงพอ และรถพยาบาลเองยังสามารถเปิดไซเรนหรือไฟฉุกเฉินเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้ว่าภายในรถมีผู้ป่วย เป็นการขอความร่วมมือในการเปิดทางให้รถพยาบาล มาตรการนี้ใช้เฉพาะกับรถพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ไม่รวมถึงรถกู้ภัย กู้ชีพ […]

พนักงานขับรถฉุกเฉินรับส่งผู้ป่วย โพสต์เล่าความแค้น หลังเจอคนเจ็บเป็นคู่แค้นเก่า

เพจ ที่นี่ “นครนายก“ ได้นำโพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งทำงานเป็นบุคลากรในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง คาดว่าเป็นพนักงานขับรถฉุกเฉินรับส่งผู้ป่วย ซึ่งเจ้าตัวโพสต์ข้อความหลังขับรถกู้ชีพ เล่าเรื่องราวความหลังที่เขากับผู้ที่ประสบอุบัติเหตุรถชนเคยเป็นอริ และมีปมบาดหมางกันมาก่อน ทั้งนี้ ยังมีข้อความในโพสต์ระบุว่า ” วันนี้ แกก็โดนรถชน นอนปางตาย ให้ฉันส่งนครนายก ฉันไม่ได้แกล้งนะ ที่ขับไม่เกิน 80 กม./ ชม. เพราะกระทรวงฯ สั่งมา และก็ไม่ผิดถ้าจะขับ 50-60 กม./ ชม. เพราะไม่เกิน 80 กม./ ชม. ขอให้ตายอย่างสงบนะ #ไม่ได้จดจำแต่ไม่เคยลืมใครทำอะไรกะกูไว้”  ซึ่งโพสต์นี้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นโจมตีเจ้าของโพสต์กันอย่างล้นหลาม เพราะผู้โพสต์ไม่แยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน และหลายคนนั้นได้คอมเมนต์ไล่ให้เจ้าของโพสต์นี้ ไปประกอบอาชีพอื่น เพราะขาดจรรยาบรรณทางวิชาชีพอย่างรุนแรง

เปิดคลิปวินาทีชีวิต !! รถฉุกเฉิน โดนรถไฟชนอย่างจัง เจ้าหน้าที่แพทย์ดับคาที่ 2 ราย (คลิป)

เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาเหตุการณ์สยองที่กล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้ ซึ่งได้เกิดอุบัติเหตุรถฉุกเฉินโดนรถไฟพุ่งชนอย่างจัง จนเป็นเหตุทำให้เจ้าหน้าที่แพทย์นั้นเสียชีวิตทันที 2 ราย และมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณทางข้ามรถไฟในเมืองปุชชีโกโว ของประเทศโปแลนด์ ซึ่งเจ้าหน้าที่แพทย์รายหนึ่งและนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์อีกคน จากสถานีช่วยเหลือฉุกเฉินท้องถิ่น ในเมืองพอซนัน เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่รถฉุกเฉินถูกชนโดยขบวนรถไฟแล่นระหว่างเมืองจากเมืองกดีเนียไปยังคาโตวีตเซ นอกจากนี้แล้วยังมีนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์อีก 2 คนได้รับบาดเจ็บและถูกลำเลียงขึ้นเฮลิคอปเตอร์นำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัดฉุกเฉิน โดยในเวลาต่อมามีรายงานว่าอาการของพวกเขานั้นยังอยู่ในขั้นวิกฤตและถูกทำให้อยู่ในอาการโคม่าโดยการใช้ยา เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยฟื้นฟูเองในสภาวะดังกล่าว ว่ากันว่าคนขับรถฉุกเฉินเพิกเฉยต่อสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางข้ามทางรถไฟและพยายามขับลอดรั้วกั้นก่อนที่มันจะลดระดับลงแต่ไปไม่ทัน ทั้งนี้ต่อมาคนขับพยายามเลี้ยวกลับแต่ก็ไม่ทันการณ์ โดนขบวนรถไฟพุ่งชนประสานงาอย่างจังด้วยความเร็วสูง “จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอุปกรณ์บริเวณทางข้ามทำงานได้อย่างถูกต้อง คณะกรรมการพิเศษกำลังตรวจสอบสถานที่เกิดขึ้น และคณะกรรมการพิเศษจะเป็นผู้ชี้แจงกรณีแวดล้อมของเหตุการณ์นี้ในภายหลัง” โฆษกตำรวจเผย รายงานข่าวระบุว่าผู้โดยสารบนขบวนรถไฟถูกโอนถ่ายขึ้นรถบัสนำส่งสู่จุดหมายปลายทางต่อไป ในขณะที่ตำรวจปิดกั้นรอบรถไฟและจุดเกิดเหตุ เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ด้านนิติเวชศาสตร์เข้าตรวจสอบ

1 2 3