แม่นอีกหรือเปล่า ? มงคลกิตติ์ บอก เตรียมยุบสภากะทันหัน งานนี้จะแม่นแบบคราวธรรมนัสหรือไม่

ก่อนหน้านี้ไม่นาน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ มีการโพสต์ข่าวว่า ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า จะถูก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เซ็นสั่งปลดจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในตอนนั้นหลายคนยังคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องจริง แต่สุดท้ายผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ร.อ. ธรรมนัส ก็หลุดจากตำแหน่งจริง ๆ ซึ่งนายมงคลกิตติ์ ระบุว่า ตนนั้นมีเพื่อนอยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรีหลายคน พร้อมกับเปรยสั้น ๆ ว่า ตอนนี้ได้เริ่มเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว นั่นหมายความว่า อาจจะมีการยุบสภาเร็ว ๆ นี้ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม เต้ มงคลกิตติ์ ซัดแรงจวก บิ๊กตู่ เป็นนายกฯ น่าบัดสีสิ้นดีจริงๆ ศรีสุวรรณร้องป.ป.ช. ! สอบ”เต้ มงคลกิตติ์” ท้าชกนายกฯผิดจริยธรรม ? ล่าสุด วันที่ 12 กันยายน 2564 นายมงคลกิตติ์ มีการโพสต์เฟซบุ๊กประกาศแบบโต้ง ๆ ว่า เตรียมการยุบสภากะทันหัน เลือกตั้งกติกาเดิม ซึ่งทางพรรคไทยศรีวิไลย์ จะมีการเปิดรับสมัคร ส.ส. 350 เขต และบัญชีรายชื่ออีก 50 รายชื่อ รวมแล้ว 400 คน ใครสนใจติดต่อมาได้เลย เมื่อนายมงคลกิตติ์โพสต์มาแบบนี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า รอบนี้จะแม่นแบบคราว ร.อ. ธรรมนัส หรือไม่ อีกทั้งข้อมูลที่ดูขัดแย้งกับข้อมูลปัจจุบันคือ การเลือกตั้งแบบกติกาเดิม ทั้งที่ไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐสภาเพิ่งผ่านมติบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบไปแล้ว การใช้กติกาเดิมจะเป็นไปได้จริงหรือ ? แต่เรื่องนี้ นายมงคลกิตติ์ตอบว่า “ถ้าหากชิงยุบสภาก่อน ก็จะใช้กฎการเลือกตั้งแบบเดิม” อย่างไรก็ตาม ที่เด็ดที่สุดคือ มีคนไปโพสต์ถามว่า หลังเลือกตั้งใหม่จะโหวต พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหรือไม่ คำตอบสั้น ๆ จากนายมงคลกิตติ์ คือ “ไม่เด็ดขาด”

เปิดปมร้าว ธรรมนัส VS ประยุทธ์ ขัดใจอะไรกัน อาจถึงขั้นยุบสภาหรือไม่

สายข่าว ร่วมวิเคราะห์ปมร้าวระหว่าง ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งพบว่าเป็นปัญหาที่สะสมมาหลายด้าน แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป รัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จะยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ณัฐวุฒิ ประกาศยุติเวที “ไล่ประยุทธ์” บก.ลายจุด แจง การชุมนุมโดยสงบ เปิดเบื้องหลัง ประยุทธ์ vs. ธรรมนัส เกมโหวตล้มนายกฯ กลางสภา ผ่าปมร้าว บิ๊กตู่ – ผู้กองธรรมนัส – ร.อ. ธรรมนัส อาจไม่พอใจที่เป็นเลขาธิการพรรค แต่ได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เก้าอี้มันเล็กเกินไป อยากขยับเป็นรัฐมนตรีว่าการ – ร.อ. ธรรมนัส อยากนั่งเก้าอี้ มท.1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมสู่การเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้นี้ – ร.อ. ธรรมนัส อกหักจากการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งหรือย้ายเก้าอี้แต่อย่างใด ยังเป็นรัฐมนตรีช่วยเหมือนเดิม – มีข่าวว่าการแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยครั้งล่าสุด แม้แต่คนสนิทของ ร.อ. ธรรมนัส ที่เตรียมจะข้ามจากอีกกระทรวงหนึ่งมาอยู่มหาดไทย ก็ยังผิดหวังไม่ได้นั่งเก้าอี้ปลัดมหาดไทย – มีกระแสเรื่องการดีล ส.ส. ในพรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส. พรรคเล็กในฝ่ายรัฐบาล ให้โหวตคว่ำนายกรัฐมนตรี ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 31 สิงหาคม – 4 กันยายน 2564 – ขณะเดียวกัน ร.อ. ธรรมนัส ยังต้องเผชิญกับแรงเสียดทานของสังคม กรณีถูกวิจารณ์เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีว่าเหมาะสมหรือไม่จากประเด็นต่าง ๆ ในอดีต – สุดท้าย ร.อ. ธรรมนัส ก็แพ้พ่าย ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องนี้อาจมีกลิ่นลอยมาก่อนแล้ว เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ว่า “ข่าวว่า !!! นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งปลด ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ แล้ว ถึงเวลาสงครามของผู้แทนของประชาชน + ประชาชนแล้ว ลุงคนดี vs ประชาชน” โดยช่วงเวลาที่นายมงคลกิตติ์โพสต์นั้น เป็นช่วงที่กำลังมีศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ เมื่อสัมภาษณ์นายมงคลกิตติ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่ารู้มาก่อนได้อย่างไร เจ้าตัวเผยว่า มีเพื่อนอยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรีหลายคน จึงทราบว่ามีการเซ็นแล้วตั้งแต่วันนั้น เพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่ข้างในนั้นบอกมา กระทั่ง ร.อ. ธรรมนัส แถลงลาออก ก็มีเพียงตนคนเดียวที่เป็น ส.ส. ที่มาให้กำลังใจ อนาคตการเมืองไทย วิเคราะห์แนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ได้แก่.. – ร.อ. ธรรมนัส ลาออกจากเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และอาจเตรียมลาออกจากพรรคด้วย – ร.อ. ธรรมนัส อาจไปจัดตั้งพรรคใหม่ หรือไปซบพรรคอื่น อาจเป็นพรรคเก่า ๆ ที่เคยอยู่มา – ถ้าไปอาจไม่ไปคนเดียว เนื่องจาก ร.อ. ธรรมนัส มี ส.ส. ในกลุ่มที่อยู่ในมือประมาณ 30-40 คน แต่จะมีคนไปด้วยเท่าไร สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะใกล้นี้ ต้องจับตาการโหวตร่างกฎหมายต่าง ๆ ในรัฐสภา ว่า ส.ส. ในกลุ่มของ ร.อ. ธรรมนัส จะโหวตอย่างไร จะเดินตามน้ำด้วยการเห็นชอบ หรือจะหักดิบไม่เห็นชอบหรือไม่ คาดว่าจะมีปัญหาเรื่องการโหวตเกิดขึ้นในรัฐสภาอย่างแน่นอน สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะไกล ส.ส. หลายท่าน และนักวิชาการหลายคน ประเมินว่าในระยะยาวจะมีปัญหา ส.ส. ป่วน ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งอาจนำไปสู่การยุบสภา และพรรคพลังประชารัฐจะประสบปัญหาผึ้งแตกรัง ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า […]

กลุ่มเยาวชนบุรีรัมย์ปลดแอก รวมตัวทำพิธีมนต์ดำขย้ำเผด็จการ ใช้ไสยศาสตร์จับลงหม้อถ่วงน้ำ

วันที่ 8 ส.ค. กลุ่มนักเรียน นักศึกษาทั้งใน จ.บุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง ในนามกลุ่ม “เยาวชนบุรีรัมย์ปลดแอก” ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมทางการเมือง ที่บริเวณสวนรมย์บุรี ใกล้สี่แยกสะพานยาว ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อแสดงพลังต่อต้านเผด็จการและเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจประชาธิปไตยแก่ประชาชน กิจกรรมในครั้งนี้มีตัวแทนนักเรียน นักศึกษา ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นไปแสดงความคิดเห็นทางการเมือง พร้อมทั้งมีป้ายผ้าให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้เขียนระบายความรู้สึกที่มีต่อรัฐบาล และร่วมกันชู 3 นิ้ว เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไม่เอาเผด็จการ และทำพิธีมนต์ดำขย้ำเผด็จการ ด้วยการให้ผู้มาร่วมพิธีเขียนข้อความความรู้สึกที่มีต่อรัฐบาลใส่ในกระดาษ แล้วหย่อนลงในหม้อดินคลุมด้วยผ้าสีขาวลงอักขระ ก่อนจะเอาไปถ่วงน้ำตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ ให้กดสิ่งที่ไม่ได้เอาไว้ นายกันตพัฒน์ และ น.ส.จิราพัชร ตัวแทนนักเรียนนักศึกษา กล่าวว่า ที่กลุ่มเยาวชนรวมตัวกันออกมาชุมนุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนในการต่อต้านเผด็จการ หยุดคุกคามกดขี่ข่มเหงประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา คืนอำนาจประชาธิปไตยแก่ประชาชน และแก้รัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศและเกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน โดยยืนยันว่าการทำกิจกรรมในครั้งนี้ ทุกคนมาด้วยหัวใจที่รักประชาธิปไตยไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง โดยการทำกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชนในครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขมาช่วยดูแลเรื่องการป้องกันโควิด โดยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และมีเจลล้างมือบริการ พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลความเรียบร้อยไม่ให้เกิดความวุ่นวายอีกด้วย 

คณะประชาชนปลดแอก ประกาศชุมนุมใหญ่ รวมตัวขับไล่รัฐบาล 16 ส.ค.นี้

วันนี้ 7 ส.ค. ที่อนุสาวีรย์ประชาธิปไตย มีการประกาศจัดตั้ง “คณะประชาชนปลดแอก” อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งประกาศชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 16 ส.ค. เวลา 15.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ขอร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นที่รัฐบาลจัด และการดำเนินการของคณะประชาชนปลดแอกจำดำเนินการตาม 2 หลักการ คือ ต้องไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกแล้ว และต้องไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะไม่มีประนีประนอมต่อรัฐบาลในทุกกรณี และ ยังเรียกร้องให้ทำตาม 3 ข้อเรียกร้องเดิม ที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้คือ คือ หยุดคุกคามประชาชน แก้รัฐธรรมนูญ และ ยุบสภาคืนอำนาจประชาชน

ประชุมครม.วันนี้เครียดจัด บิ๊กตู่ ประกาศกร้าว คิดจะทำอะไรก็ทำ ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (3 ธ.ค.) ว่า การประชุมครม.วันนี้เป็นไปอย่างเคร่งเครียด เมื่อหยิบยกปัญหารัฐบาลแพ้โหวตการตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบมาตรา 44 และกรณีที่สภาฯล่มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาขึ้นมาพูดในวงประชุม โดยทันทีที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาในฐานะที่ปรึกษา และกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า การประชุมสภาในวันที่ 4 ธันวาคมอย่าให้มีปัญหา เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกฝ่ายค้านสวนกลับได้ถ้าคนของเราไม่พอ จากนั้น พล.อ. ประยุทธ์ พูดด้วยถ้อยคำสุภาพ แม้ไม่พอใจเรื่องนี้อย่างมากว่า “เมื่อเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันแล้ว ไม่ใช่อยู่ดี ๆ คิดจะทำอะไรก็ทำ ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้” ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่า “ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลผมก็ช่วยดูแลบ้านเมือง ทำไมมาตอนนี้พวกผมชวนมาเป็นรัฐบาล แต่ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ทำแบบนี้ รู้มั้ยบ้านเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร” ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เสียงฝ่ายรัฐบาลปริ่มน้ำอยู่แล้วเราต้องล็อคเสียงไว้เลยเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย พรรคประชาธิปัตย์มาโหวตสวนได้อย่างไร ยิ่งโหวตสวนก็ยิ่งติดลบทำไมไม่โนโหวต” จากนั้นเวลา 11.00 น.ซึ่งเป็นเวลาพักเบรก นายกรัฐมนตรีได้ถือโอกาสประชุมครม.วงเล็ก ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี, นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.),นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม,นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา, นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวต่อ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า “ถ้าการประชุมสภาพรุ่งนี้ล่มอีกอย่างเบาก็ปรับครม. อย่างหนักคือยุบสภาฯ”

1 2