อ๋อม ไม่ทนแล้ว!! ฟ้อง เกรียนคีย์บอร์ด ด่าหยาบคาย ดูจำนวนเงินแล้วจะหนาว!!

วันที่ 2 ก.ย. 2564 ที่สถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า นักแสดงสาว อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ได้เดินทางมาแจ้งความเอาผิดเกรียนคีย์บอร์ด จำนวน 4 ราย ที่เข้ามาคอมเมนต์ด้วยข้อความเข้าข่ายข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากตนออกมา Call Out ผ่านทางโซเชี่ยล โดยมีเกรียนคีย์บอร์ดขาหื่นรายหนึ่งเคยมีประวัติไดเร็กต์ขอซื้อชุดชั้นใน กางเกงใน และขนเพชร จากดาราทั่ววงการบันเทิง ทั้งยังอ้างเป็นบุคคลใหญ่โต ท้าให้ฟ้องกลับ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ‘อ๋อม สกาวใจ’ เตรียมฟ้องเกรียน!! ไม่รับกระเช้า ต้องเป็นเงินสดแทนคำขอโทษเท่านั้น จำไว้!! ฟาดมาก! “อ๋อม สกาวใจ” พูดหยุดโกง ของจริงไม่เห็นจะต้องไปถ่ายแคมเปญ? วันนี้มาแจ้งความเรื่องอะไร? อ๋อม : “เรื่องเกรียนคีย์บอร์ดที่เขาเข้ามาพูดจาไม่ดี หยาบคาย ท้าทายต่างๆ นานา จริงๆ เราก็เก็บหลักฐานรวบรวมข้อมูลมาสักระยะแล้ว ก็ส่งให้พี่ทนายเรียบร้อยแล้ว เราก็เลยปรึกษากันว่า คนไหนที่เราฟ้องได้ เราก็ฟ้องแล้วก็แจ้งความค่ะ” วันนี้มีกี่ราย? ทนายความ : “ก็มีอย่างน้อยๆ ประมาณ 4 รายนะครับ ที่อยู่ในข่ายเป็นกรณีหมิ่นประมาทครับ” คำพูดที่ใช้เป็นประมาณไหน? ทนายความ : “ค่อนข้างจะ…คือถ้าพูดออกอากาศมันไม่ดีครับ แต่มีรายละเอียดอยู่ คือใช้คำพูดค่อนข้างจะรุนแรง เหยียดหยาม ดูหมิ่น สบประมาท” อ๋อม : “คำพูดแรงๆ อ่ะค่ะ คือเท่าที่เห็นในไอจีเนอะ เท่าที่อ๋อมลง ก็คำพูดตามนั้นค่ะ” พูดตรงๆ ว่าเราก็ถูกถล่มเยอะเหมือนกัน ทำไมถึงเลือกฟ้อง 4 รายนี้? อ๋อม : “อันนี้คือแรงมาก แล้วก็ค่อนข้างจะรุกล้ำเรื่องส่วนตัวเกินไป แล้วมันเหมือนกับว่าเขามาพูดจาในลักษณะรุกล้ำเรื่องส่วนตัว แล้วก็ครอบครัวเราด้วย เราก็รู้สึกว่ามันแรงมาก ทั้ง 4 คนนี้นะ แต่มันมีรายย่อยอีก อื่นๆ ด้วย แต่ว่าขั้นต่ำคือ 4 คนแน่ๆ ค่ะ” แสดงว่าก็จะมีเพิ่มเติมอีกใช่ไหม? อ๋อม : “มีค่ะ มีเพิ่มเติมอีก ใครที่แบบว่า…คือจริงๆ แล้วเข้ามาแสดงความคิดเห็นได้นะ แต่ถ้าเกิดว่าพูดด้วยอารมณ์ ที่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ตรง เราก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ มันคือหมิ่นประมาท แล้วที่สำคัญเลย ที่เราต้องมาแจ้งความ คือเขามีการท้าทายเรามา แล้วก็พูดถึงว่าตำรวจจับเขาไม่ได้ด้วย ท่านรัฐมนตรีก็ไม่มีใครทำอะไรเขาได้ด้วย เราก็รู้สึกว่าเราอยากจะเจอเขาเหมือนกัน ว่าเขาเป็นคนใหญ่คนโตจากไหน (หัวเราะ) ก็เลยงงค่ะ” เรื่องราวแรกเริ่มเลยมันเป็นยังไง? อ๋อม : “เอาเป็นว่าเริ่มแรก ตั้งแต่ที่อ๋อมออกมา Call Out การทำงานของรัฐบาล ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา มันก็จะมีพวกที่เขาเข้ามา ทั้งเห็นต่าง และไม่เห็นด้วย ค่อนข้างจะไม่เยอะ มันเป็นส่วนน้อยนะ แต่บางคำพูดที่รู้สึกว่ามันรุนแรง คือตั้งแต่ Call Out มันก็จะมีอย่างนี้มาเรื่อยๆ แต่ว่าอันไหนที่เรารับได้ เราพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนทัศนคติกัน เราก็โอเค แต่ว่าอันไหนที่รู้สึกว่ามันเยอะเกินไป ก็เลยเอ๊ะ…มันไม่ใช่แล้ว เพราะว่าเราไม่ได้พูดถึงใคร เราพูดถึงการทำงานในตอนนี้ ว่ามันเกิดปัญหาอะไร แล้วมันจะแก้ไขยังไง คือเหมือนเป็นการสอบถาม ว่าเมื่อไหร่จะแก้ อะไรแบบนี้มากกว่าค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าเข้ามาแล้วมาด่าเรื่องส่วนตัว มาด่าพ่อล่อแม่ มาด่าสามีเรา มาพูดถึงเรื่องครอบครัวเรา อันนี้มันไม่ใช่แล้ว” มีคำด่าว่าเราเป็นโสเภณีด้วย? อ๋อม : “ใช่ๆ คำนั้นมันไม่ควรที่จะพูดเลย เพราะว่าเราไม่ใช่ไงคะ มันแรงมากนะ อันนี้คือเป็นเพศแม่นะ แล้วก็มาด่าเราเรื่องนี้ อันนี้ก็คือมันเป็นคำที่เข้าข่ายมากๆ ใช่ไหมคะพี่วิเชียร” ทนายความ : “คือถ้าได้เห็น ได้อ่าน ได้ฟังแล้ว มันเป็นอะไรที่รับไม่ค่อยได้ สำหรับใครก็แล้วแต่ที่โดนคำพูดลักษณะนี้ มันเป็นการสบประมาท ดูหมิ่นเหยียดหยามกันอย่างร้ายแรงนะครับ” ตัวเราคิดว่าคำไหนที่มันแรงบ้าง? อ๋อม : “กระหรี่ เป็นโสเภณี แล้วก็หาว่าสามีเราค้ายาเสพติดอะไรอย่างนี้ แล้วก็มาพูดถึงเรื่องแบบ เดินแก้ผ้าโชว์สระอีไปวันๆ (หัวเราะ) เราก็แบบเฮ้ย…เกินไปละอันนี้ เราไม่ได้ไปทำอะไรใครหนิ เราไม่เคยรู้จักคนพวกนี้มาก่อน ไม่เคยมีปัญหากับคนพวกนี้มาก่อน ตั้งแต่อยู่ในวงการ เราก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครมาก่อนอยู่แล้ว เราก็จับประเด็นได้ว่าการที่เรามาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องการเมือง เกี่ยวกับเรื่องการที่มาบอกถึงปัญหาเนี่ย น่าจะเป็นจุดที่ทำให้ คนพวกนี้เขาไม่ค่อยพอใจเราเท่าไหร่ ในความรู้สึกนะ” พออ่านข้อความแล้วขึ้นเลยไหม? อ๋อม : “ขึ้นค่ะ ไม่ลงเลยค่ะ ตอนนี้ยังไม่ลงเลย” สามีว่าไงบ้าง ? อ๋อม : “สามีก็โกรธ เพราะเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตรงนี้ แล้วมาพูดถึงเขาแบบนี้ คือมันกระทบจริงๆ แล้วคนจะมองเขายังไง คือมันไม่ใช่เรื่องจริงอ่ะ ถ้าเป็นพ่อค้ายาคงโดนจับไปแล้ว” มีข่มขู่คุกคามไหม? อ๋อม […]

ครูปรีชาพร้อมทีมทนาย ไปศาลเพื่อยื่นฟ้อง หมวดจรูญ ข้อหายักยอกทรัพย์สิ่งของตกหล่น

ครูปรีชาผู้ไม่ยอมแพ้ ยังพยายามหาทางดิ้นรนต่อไป  ได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยนายวรยุทธ์ บุญวงษ์ใส ทนายความ เพื่อยื่นฟ้อง ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์และรับของโจร โดยหลังเดินทางไปถึง ครูปรีชาและทนายความ ได้เข้าไปยื่นคำฟ้องทันที โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที เดินออกมาจากศาล พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ครูปรีชาเผยว่าที่มาก็เพื่อยื่นฟ้องคดีอาญาต่อ หมวดจรูญ ข้อหาลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์สิ่งของตกหล่น หรือรับของโจร สืบเนื่องจากพนักงานสอบสวนมีคำสั่งไม่ฟ้องหมวดจรูญ ทนายความของครูปรีชา กล่าวว่า การยื่นฟ้องของ ครูปรีชา ครั้งนี้ เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายในฐานะผู้เสียหาย ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรีนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 4 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00 น. พร้อมกันนี้ยังได้เปิดเผยข้อมูลอีกว่า ครูปรีชา มีพยานสำคัญรายใหม่ ซึ่งเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ไม่เกิน 10 คน รวมถึงมีหลักฐานอีกหลายอย่างที่ชี้ชัดว่า ครูปรีชา เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท พร้อมตั้งขอสังเกตถึงการที่หลักฐานซองบรรจุลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท สูญหายไป ว่าใครได้ผลประโยชน์ ขณะที่ ครูปรีชา ระบุ ขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามผลการเรียกร้องสิทธิของตนไปพร้อมๆ กัน ทั้งนี้ไม่ว่าศาลจะมีคำตัดสินอย่างไร ครูปรีชายินดีน้อมรับปฏิบัติตาม ครูปรีชา ฝากข้อความถึง หมวดจรูญ ด้วยว่าอย่าเลื่อนนัดศาล เพราะจะทำให้คดีล่าช้า ซึ่งจากคำพูดของ ครูปรีชา นี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และทนายความของหมวดจรูญ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ “ตอนนี้ผมกลัวอยู่อย่างเดียวครับ กลัวว่าครูจะไป…ถอนฟ้อง”