“ไฮโซลูกนัท” โพสต์ขอโทษ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ที่ได้เคยล่วงเกินเอาไว้ในอดีต

นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ลูกนัท ไฮโซชื่อดัง อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตสมาชิกกลุ่ม New Dem โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ขอโทษ นายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ลูกนัท ยกไหว้ขอโทษ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ สำนึกผิดที่เคยทำไว้..? ทักษิณ ฟาดพิธีกรช่องดัง บอกถือหุ้นไฟเซอร์ ถ้าไม่เจอให้เอาโกเต็กเมียปิดปาก ! โดย ไฮโซลูกนัท ระบุว่า “ผมที่ได้เคยล่วงเกิน คุณทักษิณ และคุณยิ่งลักษณ์เอาไว้ในอดีต วันนี้ผมขอกล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อทั้งคุณทักษิณ และคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไว้ ณ ทีนี้ครับ ส่วนหนึ่งที่ต้องใช้พื้นที่นี้ในการกล่าวคำขอโทษเป็นเพราะ วันนั้นที่ผมได้เสียมารยาท ล่วงเกิน และหลู่เกียรติท่านทั้ง 2 ผมก็ได้กระทำต่อหน้าสื่อ และเป็นที่รับรู้โดยทั่วกันในหมู่ประชาชนมากมาย วันนี้ที่ผมต้องการจะกล่าวคำขอโทษต่อท่าน ผมคิดว่าการหลบๆ ซ่อนๆ พูดขอโทษเบาๆ มันช่างไม่จริงใจ และไม่ให้เกียรติท่านทั้ง 2 เอาเสียเลย เพราะส่วนตัวผมแล้ว Public insult, Private apology ช่างเป็นพฤติกรรมที่ใช้ไม่ได้ครับ ผมจะไม่ทำแบบนั้นอย่างแน่นอน วันนี้ผมขออนุญาตยกมือสองข้างขึ้นประนม แล้วกล่าวคำขอโทษต่อคุณทักษิณ และคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อหน้าประชาชนทุกคนครับ ผมหวังว่าท่านทั้งสองจะสัมผัสได้ถึงความสำนึกผิด และจริงใจของผมผ่านตัวหนังสือเหล่านี้ และหากไม่เป็นการรบกวนท่านทั้งสองจนเกินไปนัก ผมหวังว่าสักวันผมจะมีโอกาสได้กล่าวคำ คำนี้กับท่านทั้ง 2 ด้วยตัวของผมเอง จากปากของผมเองอีกครั้งนะครับ”

“ยิ่งลักษณ์” โพสต์ ไทยเข้าสู่วิกฤติหนัก

วันที่ 30 ก.ค.64 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ความว่า ดิฉันได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในไทยด้วยความเป็นห่วงมาโดยตลอดค่ะ จึงขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนรวมถึงบุคลากรด่านหน้าไปจนถึงทีมงานสนับสนุนทุกท่าน ทุกคนทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ดิฉันขอไม่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะอะไรที่นำพาประเทศเรามาถึงภาวะการณ์เช่นนี้ ได้แต่ขอภาวนาให้ระดับนโยบายทำในสิ่งที่ถูกที่ควร เพื่อให้คนไทยได้มีชีวิตความเป็นอยู่ทางสาธารณสุขที่ปลอดภัยที่สุด ดิฉันกังวลค่ะว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นกำลังทำลายระบบเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มาตรการของภาครัฐทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดอาชีพ ขาดรายได้ และมีความเสี่ยงตกงานเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนพุ่งไม่หยุด ผู้ประกอบการทั้งรายย่อย รายเล็ก รายกลาง แม้แต่รายใหญ่ในหลายธุรกิจ กำลังเผชิญกับภาวะขาดรายได้ ขาดสภาพคล่อง ขณะที่หลายโรงงานในภาคส่งออกที่เป็นเครื่องจักรเดียวของเศรษฐกิจมีผู้ติดเชื้อเป็นหลักพัน ส่งผลกระทบไปทั้งห่วงโซ่อุปทานการผลิต เสี่ยงลามไปถึงระบบธนาคารที่เป็นหัวใจ และเส้นเลือดของระบบเศรษฐกิจ เพราะเมื่อรายได้หดหายลง การชำระเงินต้นและดอกเบี้ยก็จะยากมากขึ้น ในอดีตภาคการเกษตรเคยเป็นที่หลบภัยของผู้ตกงาน แต่ในวันนี้กำลังอ่อนแออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราคาสินค้าเกษตรหลัก ๆ ตกต่ำแทบทุกผลผลิต การผลักคนกลับสู่ต่างจังหวัดไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเพราะคนไม่มีหนทางทำกิน ทุกคนจนลง สวนทางกับค่าครองชีพทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สาธารณูปโภค รวมไปถึงราคาเชื้อเพลิงกลับทะยานสูงขึ้น ขณะที่การลงทุนทางตรงทั้งจากธุรกิจไทยและต่างชาติที่เคยหวังว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่แก่ผู้จบการศึกษา ยังมองไม่เห็นอนาคตเพราะต้องรอจนกว่าความเชื่อมั่นจะกลับมา นอกจากนี้ปัญหาความอ่อนแอทางการคลังทั้งของรัฐบาลกลาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คงทำให้ประชาชน ภาคเอกชน ต้องหันมาพึ่งพิงตัวเอง และพึ่งพากันและกันเป็นหลัก ดิฉันขอส่งความห่วงใยไปยังครอบครัวของผู้สูญเสียและร่วมเป็นแรงใจให้คนไทยผ่านพ้นความยากลำบากทั้งความปลอดภัยจากโรคร้ายและภัยทางเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าไปให้ได้นะคะ ดิฉันมั่นใจค่ะว่าในทุกวิกฤติยังมีความหวังและโอกาสหากประเทศเรามีผู้นำและรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันประเทศต้องการมืออาชีพเข้ามาแก้ไขปัญหา พร้อมกับจัดหาวัคซีนที่สามารถรับมือกับเชื้อกลายพันธุ์อย่างเร่งด่วน และต้องไม่ลืมที่จะดูแลเยียวยาประชาชนที่กำลังหายใจรวยรินเพราะพิษเศรษฐกิจจากการบริหารผิดพลาดของรัฐบาลดิฉันหวังว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วๆ ค่ะ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ยิ่งลักษณ์ ลั่น ! สาเหตุคนไทยวิกฤต จากความหละหลวมของรัฐบาล ” การบริหาร ขาดวิสัยทัศน “ “ยิ่งลักษณ์” ลั่น คุณประยุทธ์ หัดโทษตัวเองบ้างเถอะค่ะ !!

ยิ่งลักษณ์ ลั่น ! สาเหตุคนไทยวิกฤต จากความหละหลวมของรัฐบาล ” การบริหาร ขาดวิสัยทัศน “

ยิ่งลักษณ์ ลั่น ! สาเหตุคนไทยวิกฤต จากความหละหลวมของรัฐบาล ” การบริหาร ขาดวิสัยทัศน “ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์โควิดในประเทศไทย ที่หนักขึ้นทุกๆวัน แม้รัฐบาลจะประกาศบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์และให้ประชาชนอยู่บ้านให้มากที่สุด แต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้น ซึ่งตามมาด้วยภาพสะเทือนใจที่ผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตกลางถนน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น ถ้ารัฐวางระบบการบริหารจัดโรคระบาดได้ดีกว่าที่ทำอยู่ ณ ขณะนี้ โดยยิ่งลักษณ์ ระบุถึงสถานการณ์ดังกล่าวดังนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ลั่น ! ภูมิใจไทย ไม่ทิ้ง บิ๊กตู่  พร้อมจะอยู่ร่วมรัฐบาล ” จนครบวาระ “ มีไว้ทำไม ? อดีต (กกต.) แนะ บิ๊กตู่ ใช้ ” ค่ายทหาร ” เป็น ” รพ.สนาม ” ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19   ดิฉันรู้สึกหดหู่ สะเทือนใจ และแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่ามีพี่น้องประชาชนคนไทยต้องเสียชีวิตบนท้องถนน ไร้การเหลียวแล จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทำไมรัฐบาลทำให้ประชาชนต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการดูแลประชาชน อีกทั้งยังทำให้บุคลากรด่านหน้า แพทย์ พยาบาล หมดขวัญกำลังใจ อ่อนล้า ขาดหลักประกันที่ดีเพราะไม่มีวัคซีนที่มีคุณภาพเพียงพอในการเป็นเกราะปกป้องโรคร้าย ดิฉันขอแสดงความเสียใจ และขอร่วมแบ่งปันความโศกเศร้ากับหลายครอบครัวที่ต้องอยู่ในสภาพเห็นคนที่รักล้มหายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ซึ่งต้นตอเกิดจากการที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ รัดกุม ขาดวิสัยทัศน์ในการรับมือกับวิกฤติโรคระบาดในระยะยาว มีแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการบริหารระบบสาธารณสุขที่มีการรวบอำนาจ แต่กลับบริหารผิดพลาด ขาดแคลนเตียง ไร้การตรวจเชิงรุกที่มากพอ วัคซีนไม่ทั่วถึง และคุณภาพเป็นที่กังขา แต่พลเอกประยุทธ์กลับไม่เคยน้อมรับความผิดพลาดและขอโทษ มิหนำซ้ำยังกลับมองว่าประชาชนทำตัวเป็นภาระ ทั้ง ๆ ที่เกิดจากความหละหลวมของรัฐบาล ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้คนไทยอดทน ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ขณะเดียวกันขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานเชิงรุก เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ด้วยการนำความทุกข์ยากของประชาชนเป็นหัวใจในการนำเสนอแผนที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ และกำหนดเป้าหมายร่วมกันกับทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเป็นผู้นำพึงมีในการนำพาประเทศผ่านพ้นความยากลำบากครั้งนี้ให้ได้

เปิดภาพ “ทักษิณ” ยืนประกบให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” รับ วัคซีนโควิด เข็มที่ 2

ยิ่งลักษณ์ เผยภาพหลังได้รับ วัคซีนโควิด ของซิโนฟาร์มเข็มที่ 2 โดยมีอดีตนายกฯ ทักษิณ พี่ชายที่แสนดีประกบให้กำลังใจ วันที่ 10 มี.ค.64 น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กหลังได้รับฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ป้องกันโควิด-19 จากรัฐบาลยูเออี เป็นเข็มที่ 2 แล้ว ครั้งนี้มีพี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไปคอยให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดอีกด้วย คนไกลห่วงใย “ยิ่งลักษณ์” รับวัคซีนโควิดจาก รบ.ยูเออี หวังคนไทยได้ฉีดเร็วๆ นี้ โดยระบุว่า สองสามวันก่อนดิฉันไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่สองแล้วค่ะ ครั้งนี้มีคุณโทนี่พี่ชายที่แสนดี มาคอยให้กำลังใจดิฉันเช่นเคย ดิฉันรับวัคซีนของซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ค่ะ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับเข็มแรกที่ฉีดไป ความรู้สึกตอนฉีดระหว่างเข็มแรกกับเข็มสองนั้นไม่ต่างกัน แต่เข็มแรกอาจจะมีความกังวลว่าจะมีอาการแพ้ไหม และรู้สึกหนักที่ต้นแขนที่ฉีดยามากหน่อย เพราะร่างกายเรายังไม่คุ้นเคย ทำให้รู้สึกเพลียบ้างเล็กน้อย แต่สำหรับเข็มที่สองความกังวลลดลงไป หลังฉีดเสร็จส่วนตัวดิฉันรู้สึกว่าไม่ค่อยปวด เพียงแขนรู้สึกหนัก เมื่อยล้าเล็กน้อย สักพักก็กลับไปเหมือนปกติ ทั้งนี้ร่างกายหลังฉีดวัคซีนอ่อนเพลียและง่วงซึมบ้าง ดังนั้นหลังการฉีด จึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลังจากนี้อีกประมาณ 1 เดือน แพทย์จะให้ดิฉันตรวจ Anti Body หรือ การตรวจระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-19 อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายเรามีภูมิคุ้มกันเพียงพอแล้ว เพราะตามทฤษฎีร่างกายควรจะมีภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดเข็มที่สอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เกิดความประมาท เรายังคงต้องกินของร้อน ใช้ช้อนส่วนตัว ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างเหมือนเดิมค่ะ ในอนาคตอันใกล้ทุกประเทศจะทยอยให้ประชาชนของตนเองได้ฉีดวัคซีน เพื่อได้เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว ส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้น สร้างรายได้ให้กับประชาชน ดิฉันเชื่อว่าใบรับรองการฉีดวัคซีน หรือ วัคซีนพาสปอร์ต คงจะเป็นเอกสารอีกหนึ่งชิ้นที่เราจะต้องแสดงคู่กับหนังสือเดินทาง เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ได้ นี่คืออีกวิถีชีวิตหนึ่งของเราที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการระบาดของโควิด-19 ค่ะ

“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ได้ทดลองฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว! พร้อม หวังว่าพี่น้องชาวไทยจะได้ฉีดเหมือนตนในเร็ววัน!!

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพขณะที่ตนเองฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมกับระบุว่า… วันนี้ที่ดูไบ ดิฉันได้มีโอกาสฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม (Sinopharm) เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ค่ะ รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้จัดสรรวัคซีนจาก 2 บริษัทให้ประชาชนทั้งหมดและผู้อยู่อาศัยที่นี่ทุกคน โดยรัฐบาลมีนโยบายให้จัดสรรวัคซีน ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ของจีนซึ่งมีประสิทธิผล 86% ให้แก่ประชาชนทั่วไป และวัคซีน ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer/BioNTech) ของสหรัฐ-เยอรมนีซึ่งมีประสิทธิผล 95% พร้อมกันนี้ทางรัฐบาลยังคงเปิดโอกาสให้มีการใช้วัคซีนสปุตนิค (Sputnik) จากรัสเซียในกรณีฉุกเฉินและกำลังเริ่มทดลองใช้วัคซีนแอสตร้าซิเนก้า (AstraZeneca Plc) ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งผลิตจากอินเดียอีกด้วย รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถือเป็นประเทศที่จัดสรรวัคซีนให้ประชากรและผู้อยู่อาศัยในอัตราสูงสุดเมื่อเทียบกับอัตราการฉีดวัคซีนของประเทศอื่นทั่วโลกเนื่องจากรัฐถือหลักนโยบายที่ให้ความสำคัญอย่างสมดุลต่อการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว ก็ยังคงต้องให้หมั่นล้างมือ ใส่หน้ากาก เหมือนเดิม และมีการเพิ่มการเว้นระยะห่างก็ให้เว้นมากขึ้นจากเดิม 2 เมตรเป็น 3 เมตร ทำให้เมืองดูไบยังสามารถเดินหน้าประกอบธุรกิจการค้า รองรับนักท่องเที่ยวได้ จึงทำให้ดิฉันอดคิดถึงพี่น้องประชาชนคนไทยไม่ได้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้มีโอกาสฉีดวัคซีนในเร็วๆนี้เพื่อสามารถเปิดประเทศให้เกิดธุรกิจการค้าได้โดยเร็วนะคะ

1 2