บุกจับ! เจ้าของไข่มุกเมโลคาบ้าน พบยาบ้า 16,000 เม็ด

เจ้าของไข่มุกเมโล ถูกรวบ! คาบ้าน พบของกลางเป็นยาไอซ์จำนวนหนึ่ง รวมทั้งอุปกรณ์เสพจำนวน 2 ชุด และพบยาบ้า 16,000 เม็ด วันที่ 7 ก.พ. 64 พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนของ สภ.หัวไทร นำหมายศาลจังหวัดปากพนังเข้าทำการจับกุมตัว นายหัสชัย นิยมเดชา อายุ 37 ปี ที่บ้านหมู่6 ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร เจ้าของมุกเมโล หรือไข่มุกสีส้มที่เป็นข่าวดังก่อนหน้านี้ โดยจับกุมได้พร้อมของกลางไอซ์จำนวนหนึ่ง รวมทั้งอุปกรณ์เสพจำนวน 2 ชุด พ.ต.อ.โชคดี กล่าวว่า นายหัสชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับรายนี้พัวพันเกี่ยวยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเฝ้าติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนกว่า 16,000 เม็ด ข้างบ้านของนายหัสชัย แต่ไม่มีเจ้าของ แต่ตำรวจรู้ว่าเป็นของนายหัสชัย จึงสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนแน่ชัดแล้วได้ไปขอหมายศาลจังหวัดปากพนังจับกุมนายหัสชัย นอกจากนี้ยังพบว่านายหัสชัย ยังมีเครือข่ายเกี่ยวยาเสพติดอีกหลายคน โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอง แต่สอบปากคำเบื้องต้น นายหัสชัย ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ถึงแม้ผู้ต้องหาปฏิเสธแต่ตำรวจมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน และมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินคดีกับนายหัสชัย ได้อย่างแน่นอน สำหรับนายหัสชัย นั้นเคยเป็นข่าวกรณีเก็บไข่มุกสีส้ม หรือ “มุกเมโล” ที่หายากได้บริเวณริมทะเลหลังบ้านจนเป็นที่ฮือฮา โดยนำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กจนมีนั กธุรกิจรายหนึ่งมาขอซื้อในราคา 5 ล้านบาท แต่ยังไม่ขาย ซึ่งในช่วงที่มีการพบมุกเมโลนั้นมีนายอำเภอหัวไทร รวมทั้งชาวบ้านเดินทางไปชมมุกเมโลกันอย่างไม่ขาดสาย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมตัว

ตำรวจรวบ เอเย่นต์ค้ายาเสพติด

 ตำรวจ ดส.บุกจับสองพี่น้องเอเย่นต์ค้ายาเสพติด ขณะขับเก๋งฮอนด้าแจ๊สส่งไอซ์ 2 กก. ให้ลูกค้าในซอยแม้นศรี 2 วันนี้ (6 ก.พ.) พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.ดส.บช.น.พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.บช.น.สั่งการ พ.ต.ต.จักรี นารีผล สว.กก.ดส.บช.น.และตำรวจกก.ดส.บช.น.ร่วมกันจับกุมนายทักษกร หรือแบงค์ ประเสริฐโชค อายุ 26 ปี นายณธัช หรือบอส ประเสริฐโชค อายุ 25 ปี พร้อมของกลาง ไอซ์ 2 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถเก๋งฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน 6กบ 5209 กทม.จับกุมได้ท้ายซอยแม้นศรี 2 แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบสวนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ และได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว กระทั่งทราบว่า ชุมชนท้ายซอยแม้นศรี 2 มีพี่น้องสองคนลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับประชาชนทั่วไป โดยจะขับรถนำยาเสพติดมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในช่วงกลางคืนเป็นประจำ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าทั้งสองจะนำยาเสพติดมาส่งให้กับลูกค้าภายในชุมชนดังกล่าว กระทั่งมีรถยนต์ขับเข้ามาจอดบริเวณชุมชนท้ายซอยแม้นศรี 2 แล้วทั้งคู่ก็ลงมาจากรถ โดยมีนายทักษกร ถือถุงพลาสติกสีขาวในมือ ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้นตัวทั้งคู่ แต่ทั้งสองวิ่งหลบหนี ตำรวจจึงเข้าตามจับไว้ สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยอมรับว่าได้นำไอซ์ 2 กิโลกรัม มาส่งให้กับลูกค้าภายในชุมชนท้ายซอยแม้นศรี 2 โดยพวกตนได้ซื้อยาไอซ์มาในราคากิโลกรัมละ 93,000 บาท และนำมาขายในราคากิโลกรัมละ 95,000 บาท เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 1 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับแก๊งลอบขนยาบ้า 2 หมื่นเม็ด-ไอซ์ 2 กก.ขึ้นรถไฟลงใต้

ตำรวจตรวจค้นรถไฟ กรุงเทพฯ-สุไหงโกลก พบชายหญิงมีพิรุธ ตรวจค้นพบยาบ้า 20,200 เม็ดและยาไอซ์ยัดถุงชาเขียวหนัก 2 กิโลกรัม รวมมูลค่าราว 5 ล้าน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ขณะที่ ร.ต.อ.เริ่ม เกตุสุวรรณ์ สว.ส.รฟ.หัวหิน กก.3 บก.รฟ. นำกำลังตำรวจรถไฟขึ้นตรวจตราสิ่งผิดกฎหมาย บนขบวนรถเร็วที่ 171 วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-สุไหงโกลก ช่วงสถานีรถไฟหัวหิน-สถานีหนองแก เมื่อตรวจมาถึงโบกี้ที่ 16 เลขที่นั่ง 34 และ 36 พบชายหญิงคู่หนึ่ง ท่าทางมีพิรุธเมื่อเห็นตำรวจ จึงขอตรวจค้นกล่องกระดาษที่ชั้นวางของ ริมทางเดินข้างตัว เมื่อเปิดออกก็พบยาบ้ามัดเป็นห่อในถุงพลาสติก จำนวน 20,200 เม็ด และยาไอซ์ในถุงชาเขียว หนักรวม 2 กิโลกรัม คิดมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ จึงนำตัวมาสอบสวน ทราบชื่อ นายสุเมธ ยินดีอำไพ อายุ 37 ปี ชาวบ้าน หมู่ 1 ตำบล บ้านใต้ อำเภอ เกาะพะงัน จังหวัด สุราษฎร์ธานี และ นางสาวโชติกา ไทยปาน อายุ 30 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ถนน หน้าเมือง ซอย 5/1 ตำบล ดอนสัก อำเภอ ดอนสัก จังหวัด สุราษฎร์ธานี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่ารับจ้างขนยาเสพติดดังกล่าวจากพรรคพวกคนหนึ่ง โดยได้ค่าจ้างมาแล้ว 20,000 บาท ให้ไปรับยาเสพติดจากโรงแรมแห่งหนึ่ง ใกล้สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) เพื่อนำไปส่งลูกค้าที่ อำเภอ สวี จังหวัด ชุมพร และ จังหวัด นครศรีธรรมราช และจะมีคนมารับอีกทอดหนึ่ง แต่ระหว่างทางพลาดท่าโดนจับกุมเสียก่อน จากนั้น ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ไปตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย พบว่าไม่มีไข้ จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังบุกจับ กลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมกัน เสพยาเสพติด รวมกันถึง 39 คน แบบไม่กลัวโควิด

วันที่ 24 มกราคม เวลาประมาณ 03.40 น. ภายใต้อำนวยการและสั่งการของ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1(ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองจเรตำรวจ(สบ.7) ช่วยราชการ บช.ภ.1 พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สภ.หนองแค จว.สระบุรี นำกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง ปิดล้อมตรวจค้นห้องในร้านเวอร์จิ้น หมู่ 8 ต.ห้วยทราย อ.หนองแค จ.สระบุรี เนื่องจากรับแจ้งว่ามีวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด และเปิดเพลงเสียงดัง ผลการตรวจค้นพบวัยรุ่น 39 คน แยกเป็นผู้ชาย 26 ผู้หญิง 13 คน มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี 5 คน( แบ่งเป็นผู้ ชาย 1 คน ผู้หญิง 4 คน ) พบผู้ที่มียาเสพติดครอบครองจำนวน 11 คน มียาเสพติดประเภท 2 (เคตามีน) ตรวจสารเสพติด พบสารเสพติดในปัสสาวะจำนวน 39 คน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมทั้ง 39 คน ข้อหาร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมกันหรือทำกิจกรรมอันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือคำสั่งที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และแยกเป็นรายบุคคลข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และข้อหารับไว้หรือนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าโดยไม่ผ่านศุลกากร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค ดำเนินคดีต่อไป  

ลูกชายซื้อไอซ์ให้แม่เสพ ตำรวจรวบคาห้องทั้งคู่!!

ตำรวจนาจอมเทียน รวบลูกกตัญญู ตอบแทนพระคุณซื้อยาไอซ์ให้แม่เสพ กลัวมารดาอยากยาจนสิ้นใจ หลังทั้งคู่เข้า-ออกเรือนจำในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดหลายครั้ง แต่ก็ยังเลิกไม่ได้ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.64 พ.ต.อ.สันติ ชูเชิด ผกก.สภ.นาจอมเทียน สั่งการให้ พ.ต.ท.ชุมพล แสนวิชัย รอง ผกก.ปป. พ.ต.ท.สังวาลย์ พันสีทา สวป. ร่วมกับ นายอุดม สุวรรณฆะนะ ผู้ใหญ่บ้านนาจอมเทียนหมู่ 1 นำกำลังเข้าจับกุมตัว น.ส.นิภากาญจน์ หรือกาน หอมจำปี อายุ 54 ปี และนายกวินท์ หรือกอล์ฟ ดวงทิม อายุ 33 ปี สองแม่ลูก ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 พร้อมของกลางอุปกรณ์การเสพ ได้ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พ.ต.อ.สันติ เผยว่า สืบทราบว่าสองแม่ลูกมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม เบื้องต้นทั้งคู่ให้การรับสารภาพติดยาเสพติด ประเภทยาไอซ์ โดย น.ส.นิภากาญจน์ เสพมาตั้งแต่อายุ 20 ปี นานถึง 34 ปี โดยจะไม่ยอมเลิกเสพยาเสพติดแน่นอน แม้จะต้องถูกจับติดคุกบำบัด ซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ตาม ด้าน นายกวินท์ เผยว่า มีความรักแม่มาก ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในห้องเช่าเก่าๆ ที่ผ่านมายอมรับว่า หาซื้อมาให้แม่เสพ และแบ่งเสพเองด้วย เพราะไม่อาจทนเห็นแม่ต้องทนทุกข์ทรมาน หากไม่ได้เสพยาจะมีอาการป่วย หนาวสั่น จนแทบจะขาดใจ แต่เมื่อเสพเข้าไปแล้ว จะทำให้แม่ทรงพลัง มีเรี่ยวแรงที่จะใช้ชีวิตต่อ กระทั่ง มาถูกจับกุมในคดีค้ายาเสพติด ระหว่างใช้ชีวิตในคุก คิดถึงแม่ และรู้สึกผิดที่ไม่ได้คอยปรนนิบัติ ซื้อยาให้แม่เสพ หลังพ้นโทษจึงได้มาตอบแทนพระคุณ ทำเพื่อแม่ด้วยการหาเงินซื้อยาไอซ์มาให้แม่เสพ เพื่อแม่จะได้มีพลังที่จะสู้ชีวิต ถือเป็นลูกที่กตัญญู แต่ตอบแทนพระคุณในทางที่ผิด

1 2 3 4 10