ชีวิตสุดแสนรันทดของ 3 เด็กน้อย ต้องอยู่อย่างยากไร้อดมื้อกินมื้อ

เป็นเรื่องน่าสลดใจในโลกโซเชียล เมื่อสมาชิกเฟสบุ๊ก Poramet Misomphop ได้แชร์เรื่องราวของเด็กน้อย 3 คน ที่อยู่อย่างยากลำบาก อดมื้อกินมื้อ ไม่มีเงินไปโรงเรียน โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า ” 3 เด็กน้อยที่เมือง นนท์ ” เวลาหนูไม่มีข้าวกิน หนูก็จะนั่งกิน มาม่า กรอบ แก้หิว เด็กน้อย 3 ชีวิตที่วัยไม่เกิน 12 ขวบ ต้องอยู่ในสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ภายในบ้านไม้ที่ทรุด ทุกย่างก้าวที่เดินภายในบ้าน ต้องระมัดระวัง จดจำให้ดีว่า แผ่นไม้แผ่นไหน ที่เดินเหยียบได้ แม้แต่พัดลม ที่คอยให้ความเย็น ยามหลับนอน คอก็หัก แต่เด็กๆ ก็ต้องทนใช้ ที่นอนฟุกเก่าๆ 5 ฟุต ก็นอนอัดกันได้ 3 ชีวิต พี่คนโต ก็ออกมา ปูผ้าห่มเก่าๆ นอนหน้าห้องบนพื้นไม้ที่พุพัง เตาแก็สที่เอาไว้ต้มน้ำ ทอดไข่ ทำกับข้าว ก็ไม่มี มีเพียง เตาถ่านที่คอยช่วยประทังหิวได้ […]

ป้าแมว ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อาศัยอยู่ในเพิงพักใกล้พุพัง แต่ไม่เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือของรัฐสักอย่าง

วันที่ 12 มี.ค. ที่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ที่ 4 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.สวาท มุ่ยสมั่น หรือ “ป้าแมว” อายุ 56 ปี หลังได้รับแจ้งมาว่ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างลำบาก และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อาศัยอยู่ในเพิงพักที่มีสภาพเก่าใกล้ผุพัง ไร้เงิน เบี้ยคนชรา เพราะยังไม่เข้าเกณฑ์ น.ส.สวาท เล่าว่า เมื่อปี 2557 ตนตรวจพบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูกระยะสุดท้าย ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ ทำให้ฐานะครอบครัวที่ยากจนอยู่แล้ว ต้องเป็นอยู่ลำบากมากขึ้น ขณะที่สามีเองก็มาเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนลูก ๆ ทั้ง 3 คน ก็แยกย้ายกันไปมีครอบครัวและมีฐานะยากจนเช่นกัน นานครั้งถึงจะกลับมาเยี่ยมและให้เงินไว้ครั้งละ 300-400 บาท ขณะที่ก่อนหน้านี้ได้รับจ้างเก็บเศษยางพารา ได้เงินมาวันละ 50 บาท แต่ตอนนี้ทำไม่ไหวแล้ว เพราะมีเลือดไหลออกทางจมูกบ่อย ๆ ยังดีที่ข้างบ้านพอได้อาศัยเดินไปตักน้ำมาใช้ และเข้าห้องสุขาในตอนกลางวัน ส่วนกลางคืนต้องเดินเข้าป่าข้างบ้านเอง ในบ้านมีเพียงหลอดไฟ 1 ดวงที่ขอต่อพ่วงจากบ้านข้าง […]

พ่อวัย 83 ปี คิดถึงลูก เดินทางมาหาลูก 5 คน ที่เมืองกรุง แต่ไม่มีใครรับสายเลย

เรื่องราวสะเทือนใจของคุณตาท่านนึง เมื่อมีคนไปเจอเข้ากับคุณตาท่านหนึ่งชื่อบุญมี วัย 83 ปีซึ่งในตอนแรกทางกระเป๋ารถทัวร์จะไม่ยอมให้คุณตาโดยสารไปด้วย เนื่องจากเห็นสภาพการแต่งตัวที่ มอมแมม แต่ได้ทหารหนุ่มรายหนึ่ง เสียสละที่นั่งให้ด้านหลังสุด คุณตาจึงได้ขึ้นรถทัวร์คันนี้กลับบ้านได้ โดยคุณตาเล่าให้กับชายหนุ่มที่นั่งข้างๆฟังว่า ตนมากรุงเทพเพราะอย่างเจอลูกๆทั้ง 5 คน ที่ตอนนี้มาทำงานและใช้ชีวิตในเมืองกรุงไม่เคยกลับไปเยี่ยมตนเลยหลายปีแล้ว แต่ไม่เจอจึงกลับบ้าน ทั้งนี้แม้ว่าคุณตาจะไม่สบายก็ไม่เคยมีลูกๆคนไหนคิดกลับมาดูแลผู้เป็นพ่อแม้แต่น้อย จึงยอมเสี่ยงขึ้นมากรุงเทพเพื่อเจอลูกด้วยเงินไม่กี่ร้อย แต่ก็ได้รับความผิดหวังกลับไป โดยเงินที่ติดตัวคุณตาในขณะกลับบ้านที่ร้อยเอ็ดเหลืออยู่เพียง 100 บาทเท่านั้น หนุ่มรายนี้จึงได้มอบเงินให้คุณตานำไปใช้จำนวนหนึ่งก่อนจะซื้อของให้ทานระหว่างเดินทาง นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้หนุ่มรายนี้ต้อง เ สี ย น้ ำตากับเรื่องราวของคุณลุง เมื่อโทรหาลูกๆทั้ง 5 คน เมื่อเค้าบอกให้มากหาพ่อบ้างทุกคนกับตาสายทิ้งหมดทั้ง 5 คน จนหนุ่มรายนี้รู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์ในครั้งนี้มาก โดยหนุ่มรายนี้ได้เขียนแคปชั่นถึงลูกๆคุนตาทั้ง 5 คนว่า ดรีมฝากแชร์คลิปนี้ไปถึงคุณเพชร คุณเมฆ คุณดิน และอีก 2 คน คุณรู้ไหมพ่อคุณคิดถึงพวกคุณมาก ตอนนี้ท่านไม่สบายและกำลังลำบาก ถ้ายังเป็นคนกลับไปดูแลท่านด้วย

น่าสงสาร! ครูแชร์เรื่องราวของเด็กนักเรียนหญิง ที่ดูแลยายป่วยติดเตียง อย่างยากไร้

เป็นอีกเรื่องราวน่าหดหู่ใจ เมื่อเด็กคนนึง ต้องมาดูแลยายที่ป่วยติดเตียงเพียงลำพัง โดยเรื่องราวนี้บอกผ่านจากครูที่ปรึกษาของเด็กคนนี้โดยมีเรื่องอยู่ว่า “พี่ๆ ครับพอจะมีแนวทางช่วยเหลือน้องหน่อยไม่ครับ..น้องชื่อ ด.ญ.ณิชกานต์ หวานสนิท อยู่บ้านเลขที่ 173 ม.3 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช นักเรียนอาศัยอยู่ กับ ยาย วัย 73 ซึ่งป่วยติดเตียง น้องสาวอายุ 10 ปี ซึ่งมีความเป็นอยู่ที่ยากลำยากมากครับ ผมเป็นครูที่ปรึกษาของน้องครับ ความตั้งใจ คืออยากให้น้องเค้า มีทุนเรียจนจบปริญญา เพื่อได้มีอาชีพในการเลี้ยงดูครอบครัวและพึ่งพาตนเองได้…ผมอยากขอให้พี่ๆมาช่วยทำข่าวเพื่อตีแผ่และร่วมกันแก้ไขปัญหาครับ….น้องเป็นนักเรียน ในสังกัดโรงเรียนช้างกลางประชานุกูล…ต.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราชครับ…ประสานขอความอนุเคราะห์หน่อยนะครับพี่ๆติดต่อ ขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 061-174-4193 ครูจตุพร เนินหนู 075-755-554โรงเรียนช้างกลางประชานุกลู ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ”

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พร้อมรับตัวแม่ลูกที่กำลังเป็นข่าวในกระแสโซเชียล

จากกรณีที่มีคนแชร์โพสต์ แม่ลูกนั่งอยู่ริมทาง ตรงใต้สะพานรถไฟฟ้าbts เอกมัย จนมีคนไปถ่ายภาพแล้วนำมาลงโซเชียล จนมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้ว โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก ก้อง เกาลัด ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า “#เพราะหนูเลยนะพี่เลยแพ้ ตอนนี้เจ้าหน้ารับไปดูแลต่อแล้วนะครับ เค้าสองคนเป็นแม่ลูกกันครับตามความรู้สึกผม แกยินดีตรวจDNAพี่เค้าเป็นกัมพูชานะครับ ไม่ใช่เวียดนาม แม่น้องบอกกับผมว่า ไม่อยากกลับประเทศกัมพูชา กลัวถูกจับด้วย กลับไปก็ไม่รู้จะทำอะไร เพราะว่าแม่น้องได้มาอยู่นี้ตั้งแต่เด็กมาอยู่กับแม่ แม่ของพี่เค้าเสีย สามีก็แยกทางกันครับ แม่หนูน้อยบอก ที่มาขอทานแบบนี้แกอยากดูแลลูกไปด้วยหาเงินไปด้วย ก่อนหน้านี้แกก็ทำงานครับแต่รายได้ไม่พอในการเลี้ยงดูน้องแก แม่น้องเลยเลือกที่จะทำ เมื่อวานที่ผมสอบถาม แกต้องการแค่แพมเพิสกับนมแค่นี้จริงๆครับกับได้มีงานทำเลี้ยงลูกแกได้แค่นั้นครับ แต่ตอนนี้เรื่องได้เข้าสู่กฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากนี้จะเข้าขบวนการตรวจสอบว่าเป็นแม่ลูกกันจริงใหม? #น้องเค้าติดแม่มากใครอุ้มก็ไม่ได้ ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะยังไงต่อ ผมกลัวอยู่อย่างเดียว กลัวแกได้กลับประเทศ ผมช่วยได้แค่นี้ครับ ช่วยในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไงหลังจากนี้ขอฝากทุกคนด้วยนะครับ ผมไม่รับการโอนเงินจากใครนะครับ ฐานะผมไม่มีครับมีแต่ฐานะยากจน อย่ากลัวการสร้างภาพเด้อพี่น้อง”

1 2