ผลาญจนหมด ! นักพัฒนาสังคมฯ รับยักยอกเงิน 13 ล้าน ลั่นเอาไปทำสิ่งนี้หมดแล้ว ?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ (20 ก.ย.) ตำรวจ สน.พญาไท คุมตัว นายพิศาล (ขอสงวนนามสกุล) นักพัฒนาสังคมชำนาญการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ พก. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ไปทำการฝากขังยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เร่งสอบสวนคดี สารวัตรยักยอกเงินค่าทำศพ ตำรวจหน่วยอรินทราช 26 ที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่โคราช ไล่ออกแล้วสาวพนักงานแบงค์บัวหลวง ยักยอกเงินลูกค้า 3 รายเสียหายร่วม 2 ล้าน การสอบปากคำ นายพิศาล ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนยักยอกเงินไปจริง ซึ่งจำนวนเงินที่ยักยอกไป ยังรับแค่ประมาณ 13 ล้านบาท และได้ก่อเหตุมาประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งเงินทั้งหมดได้นำไปใช้ในการเล่นพนันออนไลน์จนหมดแล้ว เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.พญาไท แจ้ง 2 ข้อหา คือ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นคนตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งในวันนี้ได้คุมตัวไปส่งขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อฝากขัง มีรายงานว่าในส่วนของการสืบสวน พบว่า นายพิศาลมีการเตรียมเส้นทางหลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการจ่ายเงินจำนวนกว่า 14,000 บาท ไปที่ปลายทางประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนให้เตรียมคนและรถไว้รอรับเพื่อหลบหนี ก่อนจะถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบเอกสารและคุมตัวไว้ได้ก่อนจะข้ามแดน

พวกตัวบิ๊กๆมีเอี่ยว คดียักยอกเงินรัฐกว่า 40 ล้านบาท ล่าสุดออกหมายจับข้าราชการระดับสูงแล้ว

กรณี นส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกแจ้ง ดำเนินคดีเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.63 หลังจากนำเงินบประมาณของทางราชการ 39.2 ล้านบาท จากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS โอนเข้าบัญชีส่วนตัว และพบการกระทำความผิดในการทำข้อมูลหลักฐานเท็จจากการปลอมเช็ครวม 166 ครั้ง ขณะนี้ถูกควบคุมตัวจากการฝากขังผัดที่ 3 ในเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ศาลจัหวัดประจวบคีรีขันธ์ อนุมัติให้ออกหมายจับนางสายพิณ ดิบดีคุ้ม อายุ 56 ปื อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ 8 ต.คลองวาฬ อ.เมือง มารดาของ น สขนิษฐา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงฯ จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนพร้อมหมายจับ เดินทางไปจับกุมตัวที่บ้านพัก ขณะที่นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า กรณีการทุจริตอยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริงในระดับจังหวัด  คาคว่าจะสรุปผลได้ภายในเดือน ก.ค.นี้ สำหรับสาเหตุมีการรายงานผลการสอบสวนล่าช้า หลังพบการทุจริตตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.63 เนื่องจากจะต้องขอให้ผู้เชี่ยวชาญในการใช้ระบบเทคโโลยีด้านสารสนเทศ จากส่วนกลางร่วมสอบสวน และให้ข้อมูล หลังจากได้ผลสรุปจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว จะมีการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย และทางละเมิดกับหัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ หัวหน้างานการเงิน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการลงนามเบิกจ่ายทุกราย ขณะที่ตำรวจเผยความคืบหน้าทางคดี ว่า ขณะนี้ ป.ป.ช จังหวัดได้ส่งสำนวนกลับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการหาคดีอญา จากนั้นทีมพนักงานสอบสวนได้ประชุมเพื่อสรุปแนวทางส่งให้ ปปป. ปปง. และ ปอท. ที่มีความชี่ยวชาญในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยพบว่า มียอดเงินที่ทุจริต มากกว่า 40 ล้านบาท สำหรับลายมือชื่อของข้าราชการ 4 ราย ในสำนักงานจังหวัดที่ปรากฎในใบเช็ดงบประมาณจังหวัด 78 ใบ ได้ส่งให้สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตรวจว่า เป็นการลงลายมือชื่อจริงหรือมีการปลอมแปลง โดยขออนุมัติศาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ ออกหมายจับข้าราชการระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องบางรายที่มีเจตนาร่วมทุจริตในคดีอาญา จากการมอบรหัสผ่านและสมาร์ทการ์ดให้พนักงานราชการกระทำการทุจริต และเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายไม่เชื่อว่าเช็คจำนวนมาก จะมีการลงลายซื่อปลอมทั้งหมดเพื่อนำไปเบิกจ่ายกับธนาคารกรุงไทย สาขาประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวด