ลุงจรูญเฮ ครูปรีชาน้ำตาตกใน หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง คดีต้องห้ามฎีกา

วันที่ 20 ต.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในคดีที่นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือลุงจรูญ ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ รับของโจร ซึ่งศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในเวลา 09.00 น. โดยปรากฏว่าเป็นทางฝั่งของร.ต.ท.จรูญ วิมูล และภรรยา เดินทางมาพร้อมกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความพร้อมทีมงาน ส่วนครูปรีชามาพร้อมด้วยนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น และนางพัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช เพื่อมาฟังคำพิพากษา ล่าสุด นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ระบุว่า #มันจบแล้วครับครูปรีชา ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนยกฟ้องครูปรีชาฟ้องคุณลุงจรูญ คดีต้องห้ามฎีกา!!

ศาลฎีกามีคำสั่งยกฟ้องสรยุทธคดีฟ้องซ้ำบ.ไร่ส้มโกงค่าโฆษณาอสมท

จากกรณีศาลนัดฟังคำสั่งศาลฎีกาคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา3 ฟ้องบจก.ไร่ส้มฯ, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดาอดีตกก.ผจก.บ.ไร่ส้มฯ, น.ส.มณฑาธีระเดชกก.บ.ไร่ส้มฯ, นางสุภัสชา หรือ พิชชาภา เอี่ยมสะอาด เจ้าหน้าที่จัดคิว อสมท.ร่วมกันฉ้อโกงและปลอมเอกสารสิทธิ–ใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอมยื่นเป็นหลักฐานคิดค่าโฆษณาส่วนเกินในรายการคุยคุ้ยข่าวปี49 ทำให้บจก.ไร่ส้มไม่ต้องเสียค่าโฆษณาหรือเสียค่าโฆษณาส่วนเกินน้อยกว่าความเป็นจริงความเสียหายกว่า138 ล้านบาทนั้น   ล่าสุด ศาลฎีกามีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์“ยกฟ้อง” (ไม่รับฟ้อง) ต่อมานายสรยุทธสุทัศนะจินดาเดินทางกลับโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด

ทักษิณ ใจชื้นหลังศาลฯมีคำพิพากษา ยกฟ้องคดีทีพีไอ

วันนี้ 29 ส.ค.2561 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี นำเรื่องให้กระทรวงการคลัง เข้าไปเป็นผู้บริหารแผนบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด(มหาชน) หรือทีพีไอ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน โดยจำเลยไม่ได้มาศาล จึงอ่านคำพิพากษาลับหลัง ทั้งนี้ ศาลฯมีคำพิพากษาด้วยมติเสียงข้างมาก เห็นว่าการที่นายทักษิณ ไม่ทักท้วงกรณีกระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัททีพีไอ ไม่ได้มีเจตนาพิเศษที่จะแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองหรือเพื่อผู้อื่นในการเสนอชื่อคณะกรรมการบริหารแผน 5 คนใหม่ นอกจากนี้ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าการเข้าบริหารแผนพื้นฟูของกระทรวงการคลังในกิจการทีพีไอ เกิดจากความยินยอมของธนาคาร ลูกหนี้ สหภาพแรงงาน รวมทั้งเป็นไปตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง โดยกระทรวงการคลัง ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่ดูแลแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ปัญหาการเข้าฟื้นฟูกิจการทีพีไอ สืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท จนกระทบต่อธุรกิจต่างๆที่ได้กู้เงินกับต่างชาติ มูลค่าหนี้จะสูงเพิ่มขึ้นเท่าตัวซึ่งกรณีของทีพีไอมีมูลค่าหนี้สูงขึ้น 1.3 แสนล้านบาทภายในข้ามคืนจากเดิมอยู่ที่ 65,000 ล้านบาทกระทบต่อบริษัทที่มีพนักงานกว่า 7,000 คน อีกทั้งนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารทีพีไอ รวมทั้งสหภาพแรงงานของบริษัท ก็เคยเสนอให้กระทรวงการคลังเข้ามาแก้ไข นอกจากนี้ พยานหลักฐานของโจทก์ตามทางไต่สวน ยังฟังไม่ได้ว่าเมื่อกระทรวงการคลังเข้าบริหารแผน และจ่ายค่าตอบแทนให้กับคณะผู้บริหาร ที่โจทก์อ้างว่าเป็นพรรคพวกของจำเลย […]

1 2