ดราม่า…! บริษัทมาเลย์จดเครื่องหมายการค้า “เสือร้องไห้”

ดราม่า…! บริษัทมาเลย์จดเครื่องหมายการค้า “เสือร้องไห้” เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ในประเทศมาเลเซียได้เกิดกระแสไม่พอใจขึ้นในโลกออนไลน์ หลังจากมีเอกสารการจดทะเบียนของบริษัท Noor Khan Enterprise ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในรูปแบบเมนูอาหาร ที่เรียกว่า “Harumau menangis” หรือที่แปลว่า “เสือร้องไห้” โดยบริษัทดั่งกล่าวเป็นบริษัทของ Datin Noor Karftini Noor Mohamed แม่ของดาราสาวที่เป็นทั้ง นางแบบ และนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงโดงดัง และยังเป็นดาราระดับเซเลบของประเทศมาเลเชีย นั้นยิ่งทำให้กลายเป็นกระแสไวรัลอย่างกว้างขวาง หลังจากนั้นจึงมีการรีทวีตวิพากษ์วิจารณ์ โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่ได้ระบุว่าในการจดทะเบียนอาจส่งผลกนะทบกับเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ที่มีการขายเมนูเสือร้องไห้ และในบางส่วนก็มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับชื่อเมนูอาหารที่ไม่ได้มีการคิดค้นโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง สามารถทำไดด้อย่างไรเพราะคำว่า “Harumau menangis” นั้นหากระบุตามพกนานุกรมแล้ว จะหมายถึงส่วนหนึ่งของเนื้อ แต่ไม่ใช่เมนูอาหาร อย่างไรก็ตาม หน่วยงานทรัพย์สินทางปัญญาของมาเลเซีย จะมีกระบวนการในการพิจารณาราว 7-12 เดือน

เปิบพิสดาร! นักศึกษาหนุ่มหิวจัด ช่วงสิ้นเดือนไม่มีแม้กระทั่งมาม่ากิน ไปจับงูในสวนมาต้มกินทั้งตัว

เมนูชวนขนลุก หลังหนุ่มมาเลเปิบพิศดาร จับงูที่อยู่ในสวนมาต้มลงหม้อทั้งตัว เพื่อเอาชีวิตรอดในช่วงปลายเดือนเหมือนสิ้นใจ สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เผยรูปภาพเมนูพิสดาร บนโซเชียล เมื่อนักศึกษาหนุ่มมาเลเซียและเพื่อนๆที่เป็นชาวเวียดนาม เกิดหิวจัด หลังเข้าสู่ช่วงสิ้นเดือน ไม่มีเงินจะซื้อข้าวกิน เป็นอะไรที่ยากลำบากมาก แต่แล้วจู่ๆพวกเขาก็เจองูตัวหนึ่งที่เลื้อยออกมาบริเวณสวน พวกเขาบอกว่านี่คือ นี่คือสิ่งที่พระเจ้ามอบให้ พวกเขาจึงใช้มือเปล่า ช่วยกันจับงูตัวนี้ขึ้นมาประกอบอาหาร ทว่าดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีความรู้ หรือ ประสบการณ์ในการนำงูมาประกอบอาหารเท่าไหร่ พวกเขาทำเพียงหั่นหัวมันออก แต่ไม่ได้ลอกหนังงูรีดเลือดออกก่อน ผ่าท้องคว้านใส้ หรือแม้แต่จะสับมันเป็นชิ้นเล็กๆ เพราะพวกเขา เอางูใส่ลงหม้อแบบทั้งตัว มันทำให้เห็นว่าพวกเขาหิวโหยขนาดไหนจนลืมกังวลถึงอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ขนาดไหน แม้ว่างูจะมีรูปร่างและลักษณะภายนอกที่ดูน่ากลัว แต่ความหิวโหยกลับเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากกว่า หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปในโซเชียล ก็เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางชาวเน็ตก็ตั้งข้อสงสัยว่า “นี่มันยุคของอินเตอร์เน็ต 4.0 ทำไมพวกเขาไม่ลองค้นหาวิธีทำ จากกูเกิลหรือยูทูบ เพื่อดูวิธีการนำงูมาประกอบอาหาร เหมือนพวกเขาไม่ได้ตั้งใจทำมัน”    

คิดได้เนาะ…!! ตำรวจร่วมศุลกากรผ่าเครื่องยนต์เก่า ซุกไอซ์ส่งมาเลเซีย 62กก

คิดได้เนาะ…!! ตำรวจร่วมศุลกากรผ่าเครื่องยนต์เก่า ซุกไอซ์ส่งมาเลเซีย 62กก เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ศูนย์เอ็กซ์เรย์และเทคโนโลยีศุลกากร เจ้าหน้าที่แถลงผลการสกัดกั้นเครือข่ายลักลอบส่งออกไอซ์ซุกซ่อนในเครื่องยนต์ไปยังประเทศมาเลเซีย ยึดของกลางไอซ์ 62 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ศุลกากร กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสินค้าที่จะส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย สำแดงชนิดสินค้าเป็นเศษอลูมิเนียม ซึ่งเครื่องเอ็กซ์เรย์ตรวจก็ไม่อาจพบ ต้องใช้ข้อมูลการข่าว ซึ่งผลการตรวจสอบสินค้าดังกล่าว เป็นเครื่องยนต์เก่าสภาพชำรุด 74 เครื่อง พบไอซ์ 62 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในถุงชาจีนแบบสูญญากาศในช่องว่างของเครื่องยนต์เก่า 33 เครื่อง มูลค่ายาเสพติดประมาณ 37 ล้านบาท จึงแจ้งข้อหามีไอซ์ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามนำไอซ์ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ก่อนนำของกลางส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ ติดตามจับกุมผู้ส่งออกและผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ทั้งนี้เครื่องเอ็กซ์เรย์สามารถเห็นสิ่งผิดปกติได้ แต่เนื่องจากของกลางนั้นซุกซ่อนในเครื่องยนต์โดยห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยด์ และใส่น้ำมันเป็นของเหลวทำให้เครื่องยนต์ใช้การได้ จึงต้องใช้วิธีชำแหละเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดด้วย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นมา กรมศุลกากรมีสถิติการตรวจยึดยาเสพติดทั่วประเทศ รวม […]

แจกทุกคนไปเลย มาเลเซียแจกเงินเยียวยาทุกคน ในช่วงโควิด-19 ระบาด

เรียกว่าเป็นประเด็นที่หลายคนเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก เพราะตอนนี้มีหลายๆประเทศออกมาแจกเงินประชาขนเพื่อเยียวยา แต่ในประเทศอื่นๆแจกทุกคน ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่หลายคนพูดถึงเยอะมากๆ โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซีย อัดฉีดงบประมาณ 2.5 แสนล้านริงกิต (ราว 1.88 ล้านล้านบาท) ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รับมือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด 19   โดยเว็บไซต์ฟรีมาเลเซียทูเดย์ เผยรายละเอียดข้อมูลบางส่วน ดังนี้… – เบี้ยเลี้ยงเดือนละ 200 ริงกิต (ราว 1,500 บาท) แก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตม. ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งควบคุมการเคลื่อนไหว (MCO) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – ช่วยเหลือ 1,600 ริงกิต (ราว 12,000 บาท) แก่ประชาชน 4 ล้านครัวเรือน ที่มีรายไต้ 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท) หรือต่ำกว่านั้น โดยจ่ายก้อนแรก 1,000 ริงกิต (ราว 7,500 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 600 ริงกิต (ราว 4,500 บาท) ในเดือนพฤษภาคม – เงินช่วยเหลือ 800 ริงกิต (ราว 6,000 บาท) แก่ประชาชนอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ 2,000 ริงกิต (ราว 15,000 บาท) หรือต่ำกว่านั้น โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 300 ริงกิต (ราว 2,300 บาท) ในเดือนพฤษภาคม – เงินช่วยเหลือ 1,000 ริงกิต แก่ผู้ที่มีรายได้ 4,000-8,000 ริงกิต (ราว 30,000-60,000 บาท) โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต  (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และจ่ายส่วนที่เหลือในเดือนถัดไป – เงินช่วยเหลือ 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) แก่คนโสดอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ตั้งแต่ 2,000-4,000 ริงกิต (ราว 15,000-30,000 บาท) – การพักชำระหนี้ 6 เดือน – ยกเว้นค่าเช่าอาคารของรัฐ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน – มอบเงินช่วยเหลือเดือนละ 600 ริงกิต (ราว 4,500 บาท) นาน 3 เดือน สำหรับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท) ที่บริษัทมีรายได้ลดลงกว่า 50% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – ไม่อนุญาตให้นายจ้างลดเงินเดือนลูกจ้าง ที่ได้เงินเดือนต่ำกว่า 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท) – ข้าราชการและข้าราชการเกษียณ ได้รับเงิน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) โดย นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เผยว่า ขอให้คำมั่นว่าจะมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างครอบคลุมทั่วถึง โดยต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ด้านหลัง

1 2 3 5