ผมเจ็บปวด…!! นายกฯ ยอมรับ เจ็บปวด และเศร้าใจทุกครั้ง ขอให้อดทนทำตามมาตรการ

นายกฯ ขอคนไทย ดูแลและป้องกัน CV – 19 สูงสุด ยอมรับตอนนี้ ตนเองรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจ กับการสูญเสียที่เกิดขึ้น รับปากไทยต้องฟื้นตัวหลังวิกฤตจบลง วันที่ 18 ส.ค. 64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยออกมาระบุข้อความว่า “พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน ​ในขณะนี้ สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศไทย หลังจากเริ่มมาตรการล็อกดาวน์มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม แม้ว่าจะมียอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอยู่มากกว่า 20,000 คน แต่เริ่มจะเห็นสัญญาณของการชะลอตัว และมีสัญญาณของผู้ป่วยที่หายดีมากกว่าผู้ติดเชื้อรายวัน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ตัวเลขของผู้เสียชีวิต ที่แม้ว่าเราจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของทั่วโลก แต่ก็ยังมีบางวันที่ยังขึ้นสูงอยู่ และเราทุกคนไม่อยากให้มีใครเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้วิเคราะห์ว่า หากเราสามารถที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการล็อกดาวน์ได้มากกว่านี้ ก็จะสามารถลดยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตได้มากขึ้น ที่ประชุม ศบค. จึงมีมติให้ขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการออกไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ซึ่งหากเราสามารถควบคุมการล็อกดาวน์ได้ดีขึ้นกว่านี้ อาจจะสามารถผ่านจุดสูงสุดของยอดการติดเชื้อได้ภายในสิ้นเดือนนี้ และเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องได้ในต้นเดือนกันยายน ซึ่งจะทำให้เราสามารถปรับมาตรการการควบคุมและผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมบางอย่างได้ อย่างไรก็ตาม การที่เราจะสามารถลดยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตได้นั้น ต้องมาจากความพยายามและร่วมมือของพวกเราทุกคน เนื่องจากการระบาดครั้งนี้มาจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมาก ทำให้มีการประมาณการว่า อาจจะมีผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัวอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ รวมไปถึงผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วด้วย และเกิดการติดเชื้อในบ้านต่อคนในครอบครัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้กลุ่มเสี่ยง คือผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวในบ้านต้องเสียชีวิต ดังนั้นคณะแพทย์ที่ปรึกษา ศบค. จึงลงความเห็นว่าในช่วงเวลานี้ ประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ ฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ ต้องยกระดับการป้องกันตัวเอง ด้วยหลักการที่เรียกว่า Universal Prevention หรือการป้องกันโรคขั้นสูงสุด ที่ครอบคลุมทุกคน ในการดำเนินชีวิตทุกเรื่องที่อาจเกิดความเสี่ยง ซึ่งมีแนวปฏิบัติตามข้อต่อไปนี้ให้ได้มากที่สุด   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -แบบนี้ก็ได้เหรอ? 2ตำรวจนั่งกินในร้าน ! แต่ประชาชนรอซื้อกลับบ้าน -10 ข้อปฏิบัติช่วยลดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19   1. ออกจากบ้านเมื่อจําเป็นเท่านั้น 2. เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ในทุกสถานที่ 3. สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลาทั้งเมื่ออยู่นอกบ้านและในบ้านที่มีคนมากกว่า 2 คน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ผู้สูงอายุหรือกลุ่มเสี่ยง 4. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ หรือหลังจากไอจาม หรือหลังสัมผัสวัตถุหรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน ต้องคิดว่าทุกสิ่งอย่างมีคนอื่นที่ติดเชื้อสัมผัส หรืออาจสัมผัสมาแล้วทั้งนั้น 5. หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัส หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จําเป็น 6. ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปี และเป็นผู้มีโรคเรื้อรังให้เลี่ยงการออกนอกบ้าน หากจําเป็นจริงๆให้ใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด 7. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ 8. แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น 9. เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ๆ ควรทานอาหารแยกชุด หรือหากทานอาหารร่วมกันให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัวด้วย 10. หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงเช่น สัมผัสผู้ที่อาจมีการติดเชื้อ ไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยง หรือมีอาการ ควรได้รับการตรวจด้วย Antigen Test Kit (ATK) เพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ หรือให้ไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เราต้องคิดเสมือนว่า ทุกคนที่เราพบปะมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้อได้ทั้งสิ้น และทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่าโควิดนั้นติดกันทางอากาศได้เมื่ออยู่ใกล้กัน การอยู่ใกล้ผู้อื่นโดยไม่มีสิ่งป้องกันจึงเป็นความเสี่ยงต่อการติดโรคได้ตลอดเวลา ผมจึงขอให้ทุกท่านได้ยึดหลักการ Universal Prevention อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยังมีความเสี่ยงสูงในขณะนี้ ผมรับรู้ความเจ็บปวดของทุกท่านที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องปิดกิจการ หรือผู้ที่ต้องสูญเสียรายได้จากมาตรการต่างๆของรัฐ หรือแม้แต่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากโรคร้ายนี้ ผมเจ็บปวดและเศร้าใจทุกครั้งที่ได้อ่านข่าวผู้เสียชีวิตจากโควิด และเป็นสิ่งเตือนใจผมตลอดเวลาว่าจะต้องทำให้ได้ดีกว่านี้ ในการพยายามหาหนทางทุกๆทางที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงให้มากที่สุด วิกฤตครั้งนี้หนักหนาสาหัสอย่างที่โลกไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการระบาดในระลอกนี้ ทำให้แผนการที่เราวางไว้บางอย่างอาจยังไม่บรรลุเป้าหมาย หรือต้องปรับเปลี่ยนแผน แต่ผมขอให้พวกเราทุกคนอดทน ช่วยกันประคองสถานการณ์ในระลอกนี้ให้ผ่านไปให้ได้ก่อน รักษาสุขภาพ ดูแลป้องกันตัวเองและคนรอบข้างไม่ให้ติดเชื้อ เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อประเทศชาติ และเพื่อท่านและครอบครัวของท่านเอง ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจ และอดทนทำตามมาตรการของรัฐที่ออกมา ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่ร.พ. สนาม ที่จุดคัดกรอง หรือที่ขนส่งผู้ป่วย ขอบคุณจิตอาสา ขอบคุณทุกคนที่เสียสละ เสี่ยงภัยอันตราย ผมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ คนทำงานทุกคน จะหาทุกหนทางในการช่วยเหลือและแก้สถานการณ์ให้เราผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ […]

อนุมัติแล้ว!! มาตรการช่วยค่าใช้จ่าย นักเรียน – นักศึกษา ทั้งรัฐฯและเอกชน ภาคเรียนที่ 1 วงเงินทั้งหมด 32,000 ล้านบาท

วันที่ 3 ส.ค.2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภาคการเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2564 วงเงิน 32,000 ล้านบาท ประกอบด้วย กระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 22,000 ล้านบาท และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา มีรายละเอียด ดังนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง “บิ๊กตู่ “ ควักเงินอุดหนุนเกษตรกร มอบเจ้าหน้าที่ด่านหน้า เห็ดเป็นเหตุ ! ผวจ.อุบลฯ เผย ไม่การันตี สปป.ลาว ฉีดวัคซีน ให้คนไทย 7 คน ที่ ” โดนจับเพราะเก็บเห็ด “ นพ.วรงค์ เคลื่อนไหว จากการรวมตัวกันของ ม็อบ 1 สิงหา ลั่น! “สลิ่มกลับใจแสดงว่าไม่ใช่สลิ่ม” 1. กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย มาตรการที่ 1.ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้นักเรียน/นักศึกษา ทุกคนทุกกลุ่มในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) รวมทั้งสิ้น 10,952,960 คน โดยให้ความช่วยเหลือ 2,000 บาทต่อคนในภาคการศึกษาที่ 1/2564 กรอบวงเงิน 22,000 ล้านบาท 2. โครงการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยนิสิต นักศึกษา กลุ่มเป้าหมายจำนวน 1,788,522 คน แบ่งเป็น นิสิต นักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จำนวน 1,458,978 คน , นิสิต นักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชนในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จำนวน 285,000 คน และ นักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐนอกสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จำนวน 44,544 คน 2.1 ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐจำนวน 100 แห่ง ตั้งแต่ระดับต่ำกว่าปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาทั้งภาคปกติ ภาคพิเศษ และภาคสมทบ โดยลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา ที่ต้องจ่ายในส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ช่วยเหลือในอัตรา 50% ส่วนตั้งแต่ 50,001–100,000 บาท ช่วยเหลืออัตรา 30% และตั้งแต่ 100,001 บาทขึ้นไปช่วยเหลือในอัตรา 10% โดยรัฐบาลและสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐจะร่วมกันช่วยเหลือเยียวยาในสัดส่วน 6:4 2.2 ช่วยค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชน จำนวน 72 แห่ง โดยเยียวยาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา คนละ 5,000 บาท 2.3 ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา อื่น ๆ เช่น การให้ทุนศึกษา ขยายเวลาการชําระ ค่าธรรมเนียมการศึกษา ผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา ขยายเวลาสําเร็จการศึกษา ลดและคืนค่าหอพัก รวมทั้งการจ้างงาน/ส่งเสริมรายได้ให้กับนักศึกษา เป็นต้น สำหรับมาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาทั้งของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ มุ่งช่วยเหลือผู้ปกครองนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้บุตรหลานยังสามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้ต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังลดภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้ กรณีสถานศึกษาที่อยู่ภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น คณะรัฐมนตรีขอให้พิจารณาใช้แหล่งเงินอุดหนุนขององค์กรกปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นลำดับแรกก่อน

ธนกร …!! เสนอมาตรการช่วยลดค่าเทอม หวังช่วยผู้ปกครอง

ธนกร …!! เสนอมาตรการช่วยลดค่าเทอม หวังช่วยผู้ปกครอง เป็นเรื่องที่น่าสนใจในมาตรการช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาด ของโควิด-19 (ศบศ.) เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีส่งการให้กระทรวงศึกษาธิการหาแนวทางลดค่าเทอมในภาคเรียนที่ 1/2564 เพื่อช่วยเหลือเยียวย าผู้ปกครองเนื่องจากสถานการณ์ โควิด–19 ที่ยังระบาดหนัก   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -จากนี้ไป…!! คนติดเชื้อที่ไม่มีอาการ ให้อยู่ที่บ้าน -รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี แถลงกรณีสาวฉีดวัคซีน ชิโนแวค 2 เข็มแล้วแต่ยังเสียชีวิต   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับรู้ปัญหาของทุกกลุ่ม และได้ประชุมหารือหน่วยงานด้านเศรษฐกิจเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนในทันที โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวย าผู้ที่ได้รับผลกระทบสำหรับลูกจ้างและกิจการใน 10 จังหวัดสีแดงเข้ม มาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานสำหรับประชาชนทั่วประเทศ มาตรการความช่วยเหลือบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชนด้านอื่น ๆ มาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา และมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ นายธนกรกล่าวด้วยว่านอกจากนี้ ยังมีมาตรการเยียวย าประชาชนทั่วประเทศด้วยการ ลดค่าไฟ ลดค่าน้ำ เป็นเวลา 2 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนนี้ ก.ค.-ส.ค.64 ส่วนมาตรการช่วยเหลือด้านการศึกษา ครม. ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการและสถานศึกษาหาแนวทางลดค่าเทอมในภาคเรียนที่ 1/2564 และวางแผนร่วมกันในการเสนอโครงการที่รัฐ จะร่วมสมทบส่วนลดบางส่วนให้แก่สถานศึกษา ให้เสนอ ครม. ภายใน 1 สัปดาห์ รวมถึงแนวทางการช่วยเหลือปัญหาทางการเงินแก่สถานศึกษาเอกชนด้วย เพื่อเราจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน

ครม.อนุมัติเเล้ว มาตรการเยี่ยวยาเร่งด่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ควบคุมสูงสุด

วันที่ 13 ก.ค.64 ที่ประชุมครม.พิจารณาและลงอนุมัติเรื่องมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน กลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการ เบื้องต้นมีมาตรการให้ความช่วยเหลือระยะเร่งด่วนกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ประกอบด้วย กทม. ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ข่าวที่เกี่ยวข้อง ที่มีมันไม่พอ ! แบงก์ชาติคาด ” รัฐเร่งกู้เพิ่มหลายหลัก ” หลังโควิด-19 ไม่มีท่าทีจบ ทีมแพทย์-อสม.มุกดาหาร นั่งรถไถลุยโคลน ฝ่าเข้าไปรับผู้ป่วยโควิด-19 ด่วน !! “พระมหาสมปอง” พระนักเทศน์ชื่อดัง ติดเชื้อโควิด-19⁣ โดยรูปแบบการช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบประกันสังคม โดยกลุ่มแรงงานตามมาตรา 33 จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 2,500 บาทต่อคน จำนวน 1 เดือน โดยเป็นการช่วยเหลือเพิ่้มเติม นอกจากเหนือจากมาตรการช่วยเหลือจ่ายค่าแรงร้อยละ 50 ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท รวมไม่เกินคนละ 10,000 บาท ส่วนผู้ประกอบการหรือนายจ้างตามหลักการให้ความช่วยเหลือ จะได้รับความช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ่างสูงสุดไม่เกิน 200 คน ในอัตรา 3,000 บาทต่อคน จำนวน 1 เดือน ขณะที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 สัญชาติไทย ที่ยังคงประกอบอาชีพอยู่ในปัจจุบัน จะได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท จำนวน 1 เดือน สำหรับการช่วยเหลือแรงงานในระบบประกันสังคมและนอกระบบประกันสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการและมาตรการควบคุมการระบาด ให้เพิ่มจากเดิม 4 สาขาอาชีพ เป็น 9 สาขาอาชีพ โดยสาขาที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ 5 สาขา ได้แก่ 1.สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 2.สาขาการขายส่งและการขายปลีก 3.สาขาการซ่อมยานยนต์ 4.สาขากิจกรรมการบริหารและสนับสนุนวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมวิชาการ 5.สาขาข้อมูลข่าวสารและการศึกษา ส่วน 4 สาขาอาชีพเดิมก่อนหน้านี้คือ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันนาการ และกิจกรรมบริการด้านอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟ แบ่งเป็น 1.ลดค่าไฟ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 10 จังหวัด ระยะเวลา 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค.) 2.ลดค่าน้ำ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 10 จังหวัด ระยะเวลา 2 เดือน (ส.ค.-ก.ย.)

ออกมาตรการ ผ่อนค่าไฟช่วงโควิด บรรเทาความเดือดร้อนผู้ใช้ไฟบ้านและกิจการ

รายงานข่าวจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) โดยผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (1.1.1 และ 1.1.2) และประเภทกิจการขนาดเล็ก (2) ที่มีค่าไฟฟ้าค้างชำระมากกว่า 1 เดือน สามารถขอทยอยชำระค่าไฟฟ้าเป็นบางเดือน ได้ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทุกแห่ง และตั้งแต่วันที่  16 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป สามารถชำระค่าไฟฟ้าบางเดือนผ่าน PEA  Smart Plus  หรือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส  7-11 ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ลุ้นรัฐบาล ลดค่าไฟช่วงล็อกดาวน์ คาดใช้เงิน 8 พันกว่าล้าน เปิดคลิป เจ้าของลมแทบจับ ! โดนค้างค่าเช่าเกือบ 2 ปี พร้อม ขนของหนี ค้างค่าไฟ 5 หมื่น นอกจากนี้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท สามารถยื่นความประสงค์ขอผ่อนชำระค่าไฟฟ้าได้ที่สำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่  โดยเตรียมเอกสารประกอบการขอผ่อนชำระดังนี้ 1. บัตรประชาชนของผู้ใช้ไฟฟ้า ที่ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระหรือผู้รับมอบอำนาจ (ใช้ในการตรวจสอบ) 2. หนังสือมอบอำนาจ และ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ (พร้อมลงนามรับรอง) 3. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล อายุไม่เกิน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือรับรองดังกล่าว (เฉพาะนิติบุคคล)

1 2 3 5