บุกจับ ปาร์ตี้ มั่วสุม ยาเสพติด ริมสระว่ายน้ำ

บุกจับ จัดปาร์ตี้ยากลางเกาะยอ เย้ย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่กลัวโควิด-19วันนี้ ( 23 ก.ค. 64 ) เมื่อ เวลา 23.00 น. นายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองสงขลา นายวิเชษต์ สายกี้เส้ง ป้องกันจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลาปกครองอำเภอและกำนันผู้ใหญ่บ้านสารวัตรกำนันตำบลเกาะยอ รวม 30 กว่านาย เข้าจับกุมกลุ่มมั่วสุม ทำกิจกรรม ที่อาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน พื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะยออำเภอเมืองจังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติดเปิดเพลงเสียงดังจัดปาร์ตี้ เกรงว่าจะเกิดในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่ของโรคระบาดภายใน THE LAKE HOUSE เลขที่ 93/5 หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะยออำเภอเมืองจังหวัดสงขลา เปิดเป็นที่พักให้เช่า ประมาณ 30 ห้อง 3 ชั้น   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชาวเน็ตเสียงแตก โต้เถียงเกี่ยวกับภาพ ปาร์ตี้ริมสระของชายคนนึง ที่แต่งตัวเป็นพระพุทธเจ้า เตือนพ่อแม่ทั้งหลาย จะซื้อชุดว่ายน้ำให้ลูก เลือกให้ดีๆ ไม่งั้นอาจจะเสียใจทีหลังได้   นายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองสงขลา ได้นำกำลังเร่งตรวจสอบ พบว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่น 48 คน กำลังมั่วสุมเสพยาเสพติด บริเวณรอบๆ สระน้ำ และในห้องวีไอพี ภายในบ้านทะเลสาบเกาะยอดังกล่าว จึงได้เข้าจับกุมกลุ่มวัยรุ่น จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีการเสพยาเสพติดประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 19 ถุง น้ำหนักรวม 19 กรัม และน้ำต้มพืชใบกระท่อม 10 ขวด ปืนขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 11 นัด แบ่งเป็นผู้หญิง 23 คน ผู้ชาย 25 คน โดยในขณะตรวจค้นมีการหลบหนีประมาณ 10 กว่าคน จากการสอบถามชาวบ้านใกล้เคียง กล่าวว่า สถานบริการดังกล่าว ได้เปิดท้าทายกฎหมายอย่างมาก แถมยังระบุอีกว่าไม่มีหน่วยงานไหน กล้าทำอะไรเขาได้ จากนั้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และนำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีผู้ต้องหาเป็นเยาวชนหญิง 1 คน โดยได้แจ้งข้อหาเบื้องต้น 3 ข้อหา คือ 1. ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 67 /2564 2. ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุมในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรค 48 ราย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 โดยผิดกฎหมาย (เฉพาะผู้ที่ตรวจพบสารเสพติด จำนวน 16 คน) อีก 32 คน แจ้งว่ามาดื่มเหล้าเท่านั้น ทั้งนี้ ได้มีการประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาเพื่อทำการขอตรวจเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้ต้องหาทั้ง 48 คน เพื่อจะได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรค

รวบ พ่อ-ลูก ขโมยทุเรียนขาย ซื้อยาเสพ

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 64 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.บัญชา คล้ายนอก ผกก. สืบสวน 2 บก.สส. ภ.2 ได้รับร้องเรียนจาก นายไชยา เจ้าของสวนผลไม้ ว่ามีคนร้าย แอบเข้ามาขโมยตัดทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และ นวลทองจันท์ ภายในสวน พื้นที่หมู่ 1 ต.ปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 28 – 29 มีนาคม หายไปประมาณ 300 ลูก น้ำหนักราว 1 ตัน มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 2 แสนบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ทีมสืบสวน 2 บก.สส. ภ.2 ร่วมกับ ตำรวจสืบสวน สภ.มะขาม ออกสืบสวนจนทราบเบาะแสว่า ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่1 ต.ปัถวี อ.มะขาม มีกลุ่มวัยรุ่น มั่วสุมเสพยาและจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ ตลอดจนพฤติกรรมลักตัดทุเรียนในสวนผลไม้ของชาวบ้าน จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบกับ นายธวัชชัย อายุ 43 ปี และชายอีก 2 คน เป็นเยาวชนอายุ 15 ปี 1 ราย ลูกชายผู้ต้องหา และชายอายุ 19 ปี อีก 1 ราย อยู่ในบ้านพัก จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นและนำตัวมาสุ่มตรวจปัสสาวะ จากนั้นคุมตัวมาตรวจนับของกลาง ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และนวลทองจันท์ กว่า 60 ลูก ที่วางอยู่ในท้ายรถกระบะ อีซูซุ สีทอง ทะเบียน บม-8280 จันทบุรี จึงได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มาทำการสอบสวนขายผลเพิ่มเติม   ขณะนำตัว นายธวัชชัย มาทำการชี้ของกลาง และเผชิญหน้า เจ้าของสวนผลไม้ ได้ร่ำไห้สำนึกผิด พร้อมยกมือไหว้กล่าวขอโทษ ทั้งนี้พบว่าทั้ง 3 คน มีปัสสาวะเป็นสีม่วง จากการสอบสวนให้การยอมรับสารภาพว่า ร่วมกันมั่วสุมเสพยาเสพติดจริง และยังได้ร่วมกันไปก่อเหตุลักขโมยตัดทุเรียนในสวนเพื่อนบ้าน โดยทำมาแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งทุเรียนที่ขโมยมาจะนำไปซุกซ่อนไว้ในสวนที่เกิดเหตุ ที่มีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ จากนั้นจะทยอยนำไปขายให้กับล้งรับซื้อผลไม้ ตลาดปากแซง ต.พลับพลา ส่วนใหญ่จะเป็นทุเรียนอ่อน ด้อยคุณภาพ เพระต้องลักขโมยตัดเวลากลางคืน ส่วนเงินที่ได้มาจะนำไปซื้อยามาเสพ และใช้จ่ายส่วนตัว เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ร่วมกันเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) เมทเอเฟตามีน โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้จะได้สืบสวนขยายผล ถึงเครือข่ายยาเสพติด ตลอดจนล้งรับซื้อผลไม้ที่รับซื้อทุเรียนของกลาง นอกจากจะมีความผิดฐานรับซื้อของโจรแล้ว ยังจะเข้าข่ายความผิด หลอกลวงขายทุเรียนอ่อนให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน

คืบหน้า กรณีฝ่ายปกครองตรวจผับหลังเขา ล่าสุดสั่งย้าย 5 เสือโรงพักหนองแค ช่วยราชการที่ ภ.จว.ฯ

วันที่ 1 พ.ย. 61 จากกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสนธิกำลังเข้าตรวจสถานบันเทิงคืนฮาโลวีนเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยสถานบันเทิงดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนนสุวรรณศร ท้องที่ ม.9  ต.ห้วยขมิ้น สายหินกอง – นครนายก ต.ห้วยทราย อ.หนองแค จ.สระบุรี เปิดเป็นสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเปิดถึงตี 3 อีกทั้งปล่อยให้เด็กเข้าไปใช้บริการ และปล่อยปละละเลยให้ใช้เป็นที่อัปยาอย่างโจ๋งครึ่ม พบเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการจำนวนมากถึง 128 คน แยกเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 43 คน เป็นเด็กอายุเกิน 18 ปี แต่ยังไม่ถึง 20 ปี จำนวน 85 คน รวมเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวนทั้งสิ้น 128 คน มีนักเที่ยวที่ปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 131 คน พบยาเสพติดและอุปกรณ์การเสพหลายชนิด ทั้งยาไอซ์ ยาอี ยาเคตามีน ยาไฟว์ เกลื่อนพื้นร้าน และในห้องน้ำภายในร้าน เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาอี และยาเค บรรจุซองพร้อมใช้ จำนวน 83 หน่วยการใช้ (83 ห่อ) ยาอีและยาไฟว์อีกจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเช้าวันนี้ พล.ต.ต.สมหมาย ประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี เดินทางมาประชุมตำรวจ สภ.หนองแค เรื่องเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนำกำลังเข้าตรวจสถานบันเทิง คืนฮาโลวีน พล.ต.ต.สมหมาย มีคำสั่งให้ 1. พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ ผกก.สภ.หนองแค 2. พ.ต.ท.ศราวุฒิ ทองภู่ รอง ผกก. (ป) 3. พ.ต.ท.เหมราช รุ่งโรจน์ รอง ผกก.สส. 4. พ.ต.ท.พงษ์ปกรณ์ พิพัฒนสมพร สวป. 5. พ.ต.ต.ธนวัฒน์ ไชยสงเมือง สวป. ไปช่วยราชการที่ ภ.จว.สระบุรี แล้วนำรายชื่อนายตำรวจ 4 นายที่จะมารักษาการ ผกก.สภ.หนองแค ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง นำสำนวนบันทึกการจับกุมผับ และ นายกฤษณะ วงศ์ด้วง อายุ 30 ปี เจ้าของผับชื่อดัง ของกลาง 12 รายการ นำส่ง พ.ต.ท.สมจิตต์ ศิริแสวง พนักงานสอบสวน สภ.หนองแค เจ้าของคดี พ.ต.ท.สมจิตต์ แจ้งว่า สำนวนดังกล่าวที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมส่งมา ยังไม่ได้สอบสวนผู้ประกอบการ และยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้ ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป