เกิดเหตุอัศจรรย์ กระดูกของแม่เฒ่าวัย 88 ปี หลังจากประกอบพิธีเผาทางศาสนาแล้ว กลายเป็นทอง

วันที่ 28 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่โรงงานปุ๋ยดาวปูแดง เลขที่ 99 หมู่ 3 บ้านหนองวัลย์เปรียง ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จากการที่มีข่าวลือว่ากระดูกของแม่เฒ่าวัย 88 ปี หลังจากประกอบพิธีเผาทางศาสนาแล้ว ลูกหลานเก็บเถ้ากระดูกออกมา เกิดเหตุอัศจรรย์ เนื่องจากอัฐิมีสีทองเหลืองอร่ามคล้ายทองคำ หลังข่าวแพร่สะพัดมีชาวบ้านมานั่งมุงดูกระดูกที่มีรูปร่างต่างๆ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นกระดูกคนมีบุญ ต่างก็ขอนำไปกราบไหว้ เพื่อเคารพบูชา นายเชน ใจซื่อ อายุ 58 ปี ประธาน และเจ้าของโรงงานปุ๋ยดาวปูแดง ลูกชายเล่าให้ฟังว่า กระดูกที่มีสีเหลืองอร่ามเป็นทองคำนั้นคือ เถ้าอัฐิของ คุณแม่ใช้ ใจซื่อ อายุ 88 ปี ที่ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการสงบ เมื่อช่วงค่ำเวลา 19.29 น. วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2563 ด้วยโรคชราภาพ ลูกหลานได้กำหนดจัดพิธีสวดอภิธรรม เวลา 20.00 น. เป็นเวลา 5 คืน เริ่มจากคืนวันที่ 20-24 มิ.ย. โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต.หลายแห่งพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ญาติสนิท และเพื่อนๆ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ศาลาการเปรียญ วัดหนองวัลย์เปรียง ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จากนั้นได้จัดพิธีฌาปนกิจขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ที่เมรุสถานวัดหนองวัลย์เปรียง ต่อมาในขณะที่ นายมาดามพ์ แก้วน้อย อายุ 42 ปี นายป่าช้าทำหน้าที่สัปเหร่อประจำวัด พร้อมด้วยลูกหลานได้ร่วมกันทำพิธีเก็บเถ้ากระดูก เพื่อนำมาประกอบพิธีทำบุญคลุมบาตรตามประเพณีอยู่นั้นพบว่า กระดูกส่วนใหญ่มีสีขาวโพลน เป็นรูปร่างต่างๆ จำนวนมาก แต่มี 2 ชิ้น ที่มีสีเหลืองอร่ามเหมือนทองคำ ทำให้ผู้พบเห็นต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นานา ว่าเป็นเถ้าอัฐิกระดูกของคนมีบุญ อีกทั้งจะขอแบ่งกระดูกสีเหลืองทองไปเพื่อกราบไหว้บูชา นายเชน เล่าให้ฟังอีกว่า ตามปกติคุณแม่ใช้ ใจซื่อ เมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่เป็นคนใจบุญ เป็นคนร่าเริงแจ่มใส มีจิตใจโอบอ้อมอารี เป็นผู้ชอบทำบุญ นั่งสมาธิ และปฏิบัติธรรม แม้แต่ขณะล้มป่วยก็ยังให้บุตรหลานประครองขึ้นมาตักบาตรพระก่อนจะเสียชีวิต อีกทั้งยังเป็นผู้มีความมานะอุตสาหะ ขยัน เสียสละ เข้มแข็ง อดทน ได้สร้างรากฐานให้ลูกๆ มีที่ทำมาหากิน คุณแม่ใช้ จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของครอบครัวเป็นที่รักของลูกหลานทุกคน จนได้รับโล่รางวัลคุณแม่ดีเด่นแห่งชาติ จากท่านหญิงประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ตนเชื่อว่า คุณแม่ใช้ เป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทั้ง กาย วาจา ใจ เป็นผู้หมดแล้วซึ่งกิเลส อัฐิธาตุจึงเป็นพระธาตุสีทอง ต่างจากคนทั่วไปที่ยังมีกิเลสอยู่ ทางด้าน พระครูใบฎีกาสุรพล มหาปญฺโญ หรือหลวงพ่อพล เจ้าอาวาส วัดหนองวัลย์เปรียงเปิดเผยว่า การที่อัฐิธาตุ คุณโยมใช้ เป็นสีทองนั้น ตนเห็นของจริงเมื่อตอนอยู่บนศาลา โดยปกติกระดูกของคนทั่วไปที่เผาแล้วจะเป็นสีขาวข้างในเป็นสีดำ ถือว่ายังไม่สิ้นกิเลส ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าบอกไว้ว่า อัฐิธาตุของแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นอริยบุคคล หรือพระอรหันต์แล้ว กระดูกจะเป็นแปรเป็นพระธาตุ เป็นสีต่างๆ เป็นเพชรนิลจินดา เป็นสีทับทิมจิปาถะ เรียกว่าธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ แปรเป็นพระธาตุหมด จะต่างจากคนธรรมดาไม่บรรลุธรรม สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล

พบเห็นก้อนเมฆมีลักษณะคล้ายพระพุทธรูป ลอยอยู่บนท้องฟ้า เหนือหนองประจักษ์

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ไม่สามารถอธิบายได้และถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชี่ยล โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก ‎Fueanglada Wittaya‎ ได้โพสต์ภาพที่ตนเองได้พบเจอเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยเธอได้พบเห็นก้อนเมฆมีลักษณะคล้ายพระพุทธรูป ลอยอยู่บนท้องฟ้า เหนือหนองประจักษ์ ด้านฝั่งวัดโพธิสมภรณ์ หลังจากผู้ใช้ Facebook คนดังกล่าวได้โพสต์รูปก้อนเมฆที่ดูคล้ายพระนั่งสมาธิก็มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างมากมายทั้งเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นพุทธคุณของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ที่ละสังขารไปเมื่อปี 2554และบางคนก็มองว่าเป็นแค่เพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น