ชาวบ้านชาวเน็ต ต่างรุมจวกกลุ่มบิ๊กไบค์ ที่ออกทริปที่ภูทับเบิก ชนยายวัย 71 เสียชีวิต

ชาวบ้าน ชาวเน็ต ต่างรุมจวกกลุ่มบิ๊กไบค์ ที่ออกทริปที่ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ ขับขี่รถเร็ว จนไปชนกับรถจักรยานยนต์ของยายวัย 71 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสศีรษะแตก เสียชีวิต หลังจากเหตุการณ์รถชนกันที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 21 สระบุรี – หล่มสัก บริเวณจุดกลับรถ หมู่ 6 บ้านหนองยาว ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน ซึ่งเป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ชนกับรถจักรยานยนต์ของ นางหนู ภูลายยาว อายุ 71 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสศีรษะแตก หมดสติ เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่ง รพ.บึงสามพัน แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคู่กรณีเป็นชายวัย 40 ปี ขี่รถ จยย.บิ๊กไบค์ บาดเจ็บเป็นแผลถลอกตามร่างกาย ซึ่งต่อมา เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมข้อความว่า “#ฝากให้คิดหน่อย นี่**ไม่ใช่**สนามแข่งรถ !  !! มันเป็นถนนหลวงนะครับพี่ๆ ต้องขับระวังๆ กันครับ ถึงไม่เกิดตรงนี้มันอาจจะเกิดสักที่ตรงไหนก็ได้นะคับ ขับช้าๆ ไม่มีคนว่าหรอกครับ ไม่มีคนด่าตาม…ดอกครับ เอาเงินมาให้บ้านเขา กระตุ้นเศรษฐกิจบ้านเขา แต่พี่ๆ ขับเร็ว ขับเสียงดัง มันบ่สมควรอย่างยิ่ง ยิ่งเวลา 16.00-18.00 เวลาใกล้จะค่ำ ใกล้จะมืด เป็นเวลา พ่อแม่พี่น้อง ต้องไปหาซื้อกับข้าวซื้อของกิน #แต่พวกพี่ก็ต้องทำเวลา #เพื่อจะกลับบ้านพี่เร็วๆ จนต้องขับเร็วๆ พวกพี่ไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเลย คิดแต่ว่า ต้องถึงที่หมายเร็วๆ #ผู้เฒ่าผู้แก่ไปตลาดมา #เขาหูตาบ่ดีปานนั้นดอกเด้อ ว่าจะมาเร็ว มาช้าขนาดไหน ประมาณการยาก สงสารเขาแน่ ผมก็บ่รู้ดอกใครถูก ใครผิด แต่ทุกคนก็บ่อยากให้มีการสูญเสียเกิดขึ้นหรอกครับ ***บ่ได้ว่าเจาะจงไผเด้อ อยากเอาเคสนี้ เป็นตัวอย่างนะครับ*** R.I.P. แม่หนู ภูลายยาว !!”

เช้านี้!! ที่ภูทับเบิกในวันหยุดสุดท้าย

เช้านี้!! ที่ภูทับเบิกในวันหยุดสุดท้าย *สวัสดี…แล้วจะกลับมาเยี่ยมใหม่นะ* *************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก  ครูไทย โตแล้วไม่โกง)

แขวงทางหลวงขุดเจาะสำรวจชั้นดินถนนทรุดที่ภูทับเบิก ก่อนออกแบบปรับปรุงเส้นทาง

วันที่ 13 ส.ค. 61 หลังจากที่ถนนทางเข้าออกภูทับเบิก กม.9+300 ถึง กม.10+650 ทางหลวงหมายเลข 2331 โจ๊ะโหวะ-อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ มีดินสไลด์ทำให้ถนนทรุดตัวเป็นทางยาวจนต้องปิดการจราจร ล่าสุด เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 กรมทางหลวง นำแท่นเจาะเคลื่อนที่ 2 ชุด ขึ้นมาขุดสำรวจเพื่อเก็บตัวอย่างชั้นดินใต้พื้นดิน นำไปตรวจวิเคราะห์การสไลด์ของดินบริเวณนี้ ว่ามีแนวโน้มการสไลด์หรือเคลื่อนตัวของชั้นดินมากน้อยแค่ไหน เพื่อนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหา ตลอดจนการออกแบบก่อสร้างปรับปรุงเส้นทางขึ้นภูทับเบิก ส่วนการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พบการทรุดตัวของถนนบริเวณที่เป็นปัญหาเริ่มทรงตัว แต่เนื่องจากยังมีฝนตกเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่จึงยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อไป ขณะที่การปิดเส้นทางดังกล่าว ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในวันหยุดยาวเนื่องในวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา บรรยากาศการท่องเที่ยวค่อนข้างเงียบเหงา ทำให้ร้านค้าต่างๆ บริเวณสามแยกขึ้นภูทับเบิก ต่างโอดครวญเนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเหมือนเทศกาลหยุดยาวที่ผ่านมา

ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ สั่งอพยพชาวบ้าน 3 หลังคาเรือน หวั่นทางขึ้น ภูทับเบิก ถล่ม

วันที่ 6 ส.ค. 61 ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบูรณ์ เป็นประธานประชุม หารือในการแก้ไขปัญหาผิวทางถนนทรุดตัวทางขึ้นภูทับเบิก ทางหลวงหมายเลข 2331 โจ๊ะโหวะ-อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ช่วง กม.9+300 ถึง 10+650 โดยมี ทหาร ตำรวจ แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ผู้แทนกรมทรัพยากรธรณี ผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมทางหลวง พบว่า พื้นที่ปัญหาผิวทางถนนทรุดตัวทางขึ้นภูทับเบิกมีโอกาสเกิดดินสไลด์มาก เพราะพบลักษณะขั้นบันไดของชั้นดิน 3 ขั้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นก่อนจะถล่ม ตอนนี้ได้ให้ประชาชน 3 หลังคาเรือน ที่อยู่ในแนวถนนทรุดตัวต้องย้ายออกทันที และได้มอบให้นายอำเภอหล่มเก่าดำเนินการซักซ้อมการอพยพอีก 25 หลังคาเรือน ด้านล่างที่ตั้งอยู่ในหุบเขาเดียวกัน ปัจจุบัน ตามกฎหมายเราได้ปิดเส้นทาง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีประชาชนที่อาศัยอยู่บนภูทับเบิกลักลอบเดินทางถนนเส้นนี้ เนื่องจากอีกเส้นทางที่สามารถใช้ได้มีระยะทางที่ไกล จึงไม่สามารถปิดกั้นได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัญหานี้ทางจังหวัดได้เตรียมขอใช้เส้นทางเหมืองแบ่ง เป็นอีกเส้นทางที่มีระยะทางไม่ไกล แต่มีข้อพิพาทกันอยู่ โดยจะขอจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าจะมีกฎหมายใด ที่จะเปิดใช้เส้นทางนี้เพื่อแก้ไขปัญหาให้ราษฎรได้ใช้ชั่วคราวหรือไม่ นอกจากนี้ ยังได้เตรียมนำเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรหนักที่กำลังแก้ไขถนนที่ทรุดตัวให้ลงมาจากทางขึ้นภูทับเบิก โดยมีเพียงบางส่วนที่ต้องอยู่เปิดทางน้ำ เมื่อเสร็จแล้วก็จะลงมาทันทีเช่นกันเพื่อความปลอดภัย และไม่เป็นการเพิ่ม vibration ให้ชั้นดิน ด้าน นายนิวัติ บุญนพ ผู้อำนวยการสำนักงาน ทรัพยากรธรณี เขต 1 กล่าวว่า ทีมงานกรมทรัพยากรธรณีได้ลงพื้นที่สำรวจ พบความเสียหายหลายจุด ถนนทรุดตัวลง 1-2 เมตร มีรอยแยกหลายแนวบนถนนกว้าง 10-70 ซม. และยาว 25-150 ม. ทิศทางตั้งฉากกับ Slope พบ scarp อยู่ทั่วไป สลับลักษณะขั้นบันไดของชั้นดิน 3 ขั้น หากถึง 4 ขั้น จะอยู่ในเกณฑ์อันตราย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นก่อนจะถล่ม และยังพบ palaeo landslide (กองดินสไลด์โบราณ) ขนาดใหญ่รองรับถนน มีพื้นที่ครอบคลุมช่วงของถนนที่มีปัญหา จึงสรุปได้ว่า มวลดินในพื้นที่ที่รองรับถนนอยู่ในสภาวะอ่อนแอ พร้อมจะเสียสมดุล และมีแนวโน้มที่จะเกิดการลื่นไถลแบบ Rotational Slide ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และตามพยากรณ์อากาศจะมีฝนตกในภาคเหนือติดต่อกันระหว่าง 5-10 ส.ค. 61 จึงต้องเฝ้าระวังหากมีปริมาณน้ำฝนตกในพื้นที่ใน 24 ชม. หากวัดได้ 100 มม. ให้ชาวบ้านเตรียมเก็บของ 150 มม. ให้อพยพ และ ถึง 180 มม. จะมีโอกาสเกิดการถล่มได้ นอกจากนี้ ทีมงานมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมาติดตั้งกล่องเตือนภัยดินถล่มประจำหมู่บ้าน ซึ่งถ้ามีการกดสัญญาณก็จะมีการร้องเตือนภัยไปในหลายๆ หมู่บ้าน เป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยประชาชนอีกทางหนึ่ง

เตือน!! 7 หมู่บ้านเสี่ยงภัย ภูทับเบิกดินทรุด

เตรียมอพยพ 2 หมู่บ้านด้านบน และ 5 หมู่บ้านด้านล่างถนนทางขึ้นภูทับเบิก หวั่นเกิดอันตรายหลังเกิดเหตุดินทรุดหนักต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณี ยังไม่ชี้ชัดว่าถนนทางขึ้นภูทับเบิก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.เพชรบูรณ์ ที่เกิดดินสไลด์และถนนทรุดตัวว่า มีความเสี่ยงอันตรายมากน้อยเพียงใด แต่รถยนต์ปิคอัพขนพืชผลการเกษตรที่ยังดื้อดึงวิ่ง ไม่ส่งผลกระทบทำให้ถนนทรุด แต่จะเป็นอันตรายต่อเจ้าของรถเอง ขณะปลัดอำเภอเผย ขณะนี้มีพื้นที่เสี่ยงภัยเหนือที่ดินทรุดตัว 2 หมู่บ้าน และด้านล่าง 5 หมู่บ้าน ซึ่งถ้าฝนตกหนักเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เตรียมอพยพชาวบ้านได้แล้ว ความคืบหน้ากรณีถนนทางขึ้นภูทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.เพชรบูรณ์ ที่เกิดดินสไลด์ และถนนทรุดตัวมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รอง ผวจ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายนิวัติ บุญนพ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณี ได้ลงตรวจสอบพื้นที่สำรวจการทรุดตัวของถนนทางขึ้นภูทับเบิก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่าง กม.9+300 ถึง กม.10+650 อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เพื่อประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ และจะร่วมกับทางจังหวัดหาแนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมี นายแสงทอง พาแก้ว รอง ผอ.แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 นำสำรวจพร้อมชี้แจงถึงสถานการณ์การสไลด์ของดินและการทรุดตัวของถนนบริเวณดังกล่าว ซึ่งยังพบว่ามีดินสไลด์และถนนทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบว่าบางจุดมีการทรุดตัวไปแล้วถึงกว่า 2 เมตร นอกจากนี้นายแสงทอง ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังเฝ้าจับตาสังเกตถึงมวลดินขนาดใหญ่กว่า 1 แสน 2 หมื่นตารางเมตร ที่มีโอกาสจะสไลด์ตัวยกทั้งแผงได้ตลอดเวลา ถ้าหากมีฝนตกลงมาซ้ำอีก ขณะที่นายภาคภูมิ ภูมี ปลัดอาวุโส อ.หล่มเก่า กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่เสี่ยงภัยเหนือถนนที่ดินทรุดตัว 2 หมู่บ้าน และด้านล่าง 5 หมู่บ้าน ซึ่งทางอำเภอได้มีการซ้อมแผนการอพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกจุดแล้ว โดยพื้นที่เสี่ยงภัยหมู่ 6 บ้านภูโปด ต.บ้านเนิน มีราษฎรประมาณ 30 หลังคาเรือน ซึ่งอยู่ใกล้จุดดินทรุดตัวมากที่สุด ก็จะอพยพชาวบ้านไปอยู่ที่โรงเรียนบ้านโจ๊ะโหว่ะ หมู่ 5 ต.บ้านเนิน ซึ่งอยู่ห่างไปเพียงประมาณ 4 กม. ซึ่งใกล้และสะดวกที่สุด ด้านนายนพดล คำนึงเนตร ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งกำชับให้ผู้นำชุมชนทุกหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ตั้งเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการเฝ้าดูเครื่องตรวจวัดปริมาณน้ำฝน ถ้าฝนตกหนักติดต่อกันเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องเตือนชาวบ้านให้เตรียมอพยพได้แล้ว

1 2