นี่ขายส้มตำหรือขายเพชร โดนเรียกเก็บภาษีถึง 1.7 ล้านบาท

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล สำหรับ กรณีภาษีร้านค้าพ่อค้าแม่ค้าโวยกันหลายเจ้า ว่าถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง หลังจากเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และโครงการอื่นๆ ของรัฐบาล เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ มากมาย ล่าสุด ทางด้านผู้ใช้เฟสบุ๊ก Krekyut Competdee ได้โพสต์เผยเรื่องที่ทำเอาชาวเน็ตต้องขยี้ตาอ่านชัดๆเพราะเจ้าของโพสต์ข้อความระบุว่า น่าจะโดนเรื่องรายได้เกิน 1,800,000 ต้องจด Vat เจ้าของโพสต์ตอบกลับ ร้านส้มตำ ซื้อของตามตลาดสด ร้านไหนจะออกใบกำกับภาษีให้ละครับเป็นร้านส้มตำชื่อดังเมืองอุบลฯ อีกหนึ่งร้าน ขายดีลูกค้าแน่น เจอภาษี 1.7 ล้านบาท ชาวเน็ตอ่านแล้วอ่านอีก ร้านส้มตำภาษี 1.7 ล้านบาท อะไรจะขนาดนั้น ความคิดเห็นชาวโซเชียล ความคิดเห็นชาวโซเชียล ความคิดเห็นชาวโซเชียล คนละครึ่ง…!! เป็นเหตุสังเกตได้ “แม่ค้าออนไลน์” ถูกเรียกเก็บภาษีปี 63 กว่า 9 หมื่นบาท นายกรัฐมนตรี เล็งขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังรายได้ประเทศตกต่ำ สั่งกระทรวงการคลังศึกษารายละเอียด

กระแสตอบรับไม่ดี โครงการคนละครึ่ง ร้านค้าทั้งเล็กและใหญ่ เริ่มติดป้ายงดรับโครงการคนละครึ่ง

เป็นอีกหนึ่งโครงการที่รัฐบาลจัดขึ้นเพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด สำหรับโครงการคนละครึ่ง ที่เริ่มใช้งานได้แล้ว แต่ในรอบนี้กระแสตอบรับกลับไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะการที่ต้องเติมเงินก่อนจะใช้จ่าย ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่สะดวก         นอกจากนี้ยังเจอกับปัญหาใหญ่ ที่ในหลายๆพื้นที่ตอนนี้ มีร้านค้าทั้งเล็กและใหญ่ เริ่มติดป้ายงดรับโครงการคนละครึ่ง ซึ่งทำให้มีร้านที่สามารถใช้เงินโครงการนี้ได้น้อยลง ส่วนสาเหตุที่แท้จริง ชาวเน็ตต่างมองว่า น่าจะเป็นเรื่องของภาษี ที่หากมีการรับเงินผ่านทางธนาคารกรุงไทย รัฐบาลก็จะสามารถเช็กรายได้ของร้านค้าได้ และอาจจะต้องเสียภาษีให้รัฐมากขึ้นนั่นเอง ยอดเท่าไหร่ถึงไม่ต้องเสีย ทั้งปีน่าจะประมาณ 5 แสนค่ะ เหมา60/40 หักลดหย่อนแล้วเหลือต่ำกว่าแสนห้าก็จะได้รับการยกเว้นจ่ายภาษี ถ้ามีลดหย่อนเยอะยอดก็เพิ่มได้อีกตัวแปรคือยอดลดหย่อนค่ะ ความคืบหน้าโครงการ คนละครึ่งเฟส 3 ต้องยืนยันตัวตนก่อนเริ่มใช้สิทธิ คนละครึ่ง…!! เป็นเหตุสังเกตได้ “แม่ค้าออนไลน์” ถูกเรียกเก็บภาษีปี 63 กว่า 9 หมื่นบาท

กลุ่มไทยไม่ทน เปิดโปงทุจริตกองทัพ  ภาษีประชาชน กองทัพบกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ วอนสังคมช่วยพิจารณา

กลุ่มไทยไม่ทน   ภาษีประชาชน กองทัพบกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ วอนสังคมช่วยพิจารณา กลุ่มไทยไม่ทน โดยสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เปิดเวทีอภิปรายออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ หมู่อาร์ม ผู้เปิดโปงทุจริตกองทัพ อภิปรายตอนหนึ่งว่า ประเด็นที่ตนอยากให้สังคมได้รับรู้ในวันนี้ คือ กรณีการระเหยหายของน้ำมันในกองทัพบก ข่าวที่เกี่ยวข้อง ขอชื่นชม เห็นแล้วรู้สึกน้ำตาไหล หนูน้อย 3 ขวบครึ่ง จากชายแดนใต้ติดโควิด 19 หมอพยาบาลรับน้อง ไปรักษา โควิดเป็นเหตุ! ท่องเที่ยวเกาะช้างซบเซาหนัก โรงแรมทยอยปิดตัวแล้ว 40% จากการสำรวจช่วงเดือนก.ย.63 ที่หน่วยต่างๆเสนอให้กรมพลาธิการทหารบก ได้บันทึกเครดิตทดแทน ซึ่งมีชนิด จำนวน และขนาด พบว่า น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95–91 น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และน้ำมันเครื่องบิน ภายใน 1 เดือน แต่ละหน่วยชี้แจงยอดออกมา เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 หายไปทั้งสิ้น 7,192 ลิตร คิดเป็นเงินอย่างต่ำ 179,800 บาท แก๊สโซฮอล์ […]

นายกรัฐมนตรี เล็งขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังรายได้ประเทศตกต่ำ สั่งกระทรวงการคลังศึกษารายละเอียด

วันนี้ 31 มี.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันเดียวกันนี้ที่มีพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเป็นประธานมีประเด็นการจัดเก็บรายได้ของประเทศซึ่งที่ประชุมใช้เวลาหารือกันเป็นพิเศษโดยทางกระทรวงการคลังได้รายงานภาพรวมเศรษฐกิจที่เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าและงบประมาณที่มีอยู่ก็จำเป็นต้องใช้แก้ปัญหาสถานการณ์โควิดและกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้นายจุติไกรฤกษ์รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ความเห็นในที่ประชุมว่าการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือVat จาก7 % นั้นขอให้พิจารณาอย่างตรงไปตรงมาอย่ากังวลจะเป็นประเด็นการเมืองเพราะใครที่เข้ามาก็กลัวประชาชนคัดค้านแต่ในบางประเทศเขาเลือกที่จะขึ้นภาษีในช่วงโควิดเพื่อนำรายได้ไปเพิ่มสวัสดิการให้ประชาชน โดยพล.อ.ประยุทธ์เห็นด้วยพร้อมกับกล่าวสนับสนุนแนวของนายจุติ แต่ทางพล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดารมว.มหาดไทยระบุว่าประเทศไทยไม่ได้มีการขึ้นภาษีดังกล่าวมานานแล้วดังนั้นควรไปศึกษาให้รอบคอบก่อน ขณะที่นายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจรมว.อุตสาหกรรมได้สอบถามนายจุติว่าต่างประเทศที่พูดถึงว่าขึ้นภาษีในข่วงนี้เป็นประเทศเพื่อนบ้านเราหรือประเทศไหนโดยที่ประชุมได้มอบกระทรวงการคลังไปศึกษารายละเอียดก่อนเสนอผลเข้าสู่ที่ประชุมครม.อีกครั้ง

งานเข้าอีก! กรมสรรพากร​ จะเข้าตรวจสอบ​ ภาษีเงินได้จากการทำธุรกิจออนไลน์ของ พิมรี่พาย

กรณี ‘พิมรี่พาย’ หรือ น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ ‘เน็ตไอดอล’ และยูทูบเบอร์ชื่อดัง เจ้าของแฟนเพจพิมรี่พาย เครื่องสำอาง และความเฮง ลงคลิป ‘สุขสันต์วันเด็ก’ ด้วยการนำอุปกรณ์ไปช่วยอำนวยความสะดวกให้เด็กที่หมู่บ้านแม่เกิบ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยหมู่บ้านดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงทุ่มเงินกว่า 5 แสนบาทเพื่อนำแผงโซลาร์เซลล์เข้าไปติดตั้ง พร้อมด้วยอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างไรก็ดีมีบางฝ่ายมองว่า ‘พิมรี่พาย’ อาจแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ ‘ฉาบฉวย’ และไม่ยั่งยืน ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนเจ้าตัวออกโรงปกป้องเช่นกันว่า ถ้าไม่มีคนทำหรือช่วยเหลือก่อน คงไม่มีหน่วยงานรัฐที่ไหนเหลียวแล เป็นต้น ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2564 พบว่า น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ในธุรกิจเสริมความงามอย่างน้อย 2 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัท พิมรี่พาย สกินแคร์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2562 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท แจ้งประกอบธุรกิจกิจกรรมคลินิกโรคเฉพาะทาง ตั้งอยู่ที่ 345/1 ซ.งามวงศ์วาน 47 […]

1 2 3 4