แล้งหนัก! หลังหน้าเขื่อนน้ำแห้งขอดจนเห็นพื้นทราย เกษตรกรเร่งสูบน้ำจากแม่น้ำยม

พิจิตรแม่น้ำยมหน้าเขื่อนไฮดรอลิก แห้งขอดจนเห็นพื้นทรายในแม่น้ำ ไม่มีน้ำต้นทุน ใช้ในการกักเก็บ เกษตรกรชาวนา เร่งสูบน้ำที่เหลือในแม่น้ำยม โดยเสียค่าใช้จ่ายได้การสูบน้ำสองต่อ 15 มีนาคม 2564 ระดับน้ำแม่น้ำยม บริเวณหน้าเขื่อนไฮดรอลิก หมู่ที่ 1 บ้านจระเข้ผอม บ้านตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ระดับน้ำในแม่น้ำยม ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเห็นหาดทรายด้านล่างของแม่น้ำ โดยเฉพาะหน้าประตูเขื่อนไฮดรอลิก แหล่งกักเก็บในแม่น้ำยม ได้แห้งขอดลง ส่วนที่ยังพอมีน้ำอยู่บ้าง เป็นเพียงแอ่งน้ำขนาดเล็ก  ส่อเค้าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้จะรุนแรง เนื่องจากแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักแห้งตั้งแต่ต้นปี ไม่มีน้ำต้นทุนในการกักเก็บ นายธวัช เฉลิมภาค เกษตรกรหมู่ที่ 1 บ้านจระเข้ผอม บ้านตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า แม่น้ำยมแห้งขอดลง เหลือเพียงน้ำในแอ่งที่มีระดับความลึกเหลืออยู่ จึงต้องเร่งสูบน้ำ ไปเลี้ยงต้นข้าว กว่า 40 ไร่ โดยอาศัยสูบแหล่งน้ำผิวดินในแม่น้ำยม ซึ่งต้องใช้เครื่องสูบน้ำ 2 ชุดในการสูบดึงน้ำและมีค่าน้ำมัน เพิ่มมากขึ้น และ คาดว่าระดับน้ำที่เหลือ ไม่เพียงพอต่อการสูบน้ำ สำหรับแม่น้ำยมไหลผ่านพื้นที่จังหวัดพิจิตรโดยเฉพาะพื้นที่ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร มักจะเกิดการขาดแคลนน้ำเป็นประจำทุกปี โดยในปีที่ผ่านมา ในช่วงเดือน ตุลาคม เมื่อปีที่ผ่านมา แม่น้ำยม มีระดับน้ำจนล้นตลิ่งไหลท่วม แต่ได้เริ่มแห้งลดระดับลงอย่างรวดเร็ว และ ไม่มีเหลือน้ำเพียงพอให้กักเก็บ

มีกินมีใช้ทั้งปี! “วราวุธ” ส่งมอบโครงการน้ำบาดาล ให้ชาวด่านนาขาม

ตัดวงจรภัยแล้ง! ‘วราวุธ’ ส่งมอบโครงการน้ำบาดาลช่วยชาวบ้านด่านนาขาม จ.อุตรดิตถ์ ให้พันชีวิตมีน้ำกิน น้ำใช้ตลอดปี มีเป้าหมายหมู่บ้านเสี่ยงภัยแล้ง 70 แห่ง เมื่อวันที่ 22 ม.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงพื้นที่จ.อุตรดิตถ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อเสริมความมั่นคงระดับชุมชน ที่บ้านด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ 1 ใน 70 หมู่บ้านเสี่ยงภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและคณะผู้บริหาร และมีนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้การต้อนรับ นายวราวุธ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำกินน้ำใช้ หรือน้ำเพื่อการเกษตรก็ตาม ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรฯ มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนิน “โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อเสริมความมั่นคงระดับชุมชน” ในหมู่บ้านที่เสี่ยงภัยแล้งและพื้นที่ขาดแคลนน้ำ จำนวน 70 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย, พะเยา, อุทัยธานี, ชัยนาท, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, อุตรดิตถ์, กาญจนบุรี, หนองคาย, บึงกาฬ และศรีสะเกษ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคให้ประชาชนมีน้ำบาดาลใช้ได้ทันสถานการณ์ช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาเยือน ด้านนายศักดิ์ดา กล่าวเสริมว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินการจัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับประชาชน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558-2562 รวมทั้งสิ้น 6,950 แห่ง โดยในปีงบประมาณ 2563 ดำเนินโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อเสริมความมั่นคงระดับชุมชน มีเป้าหมายดำเนินการในหมู่บ้านที่เสี่ยงภัยแล้งและพื้นที่ขาดแคลนน้ำ จำนวน 70 แห่ง หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด จะมีปริมาณน้ำบาดาลรวม 6.1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ประชาชนได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 21,000 ครัวเรือน ซึ่งบ้านด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่ 1 ใน 70 แห่งดังกล่าว ที่มีประชาชนได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 1,100 ราย และจะมีปริมาณน้ำบาดาลสำหรับอุปโภคบริโภคถึง 78,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี

ฟ้าเมตตา! หนุ่มชาวบ้านมะค่า ดีใจสุดขีดที่ฝนตกหนัก ออกมาเล่นน้ำฉลอง หลังประสบภัยแล้งยาวนานถึง 2 ปี

หนุ่มใหญ่ชาวโคราชคนหนึ่ง รู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่ฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างหนักในช่วงเย็นวานนี้ (16 ส.ค.) ถอดเสื้อ นุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว อาบน้ำท่ามกลางสายฝนอย่างสนุกสนาน ที่บริเวณลานอเนกประสงค์แห่งหนึ่งในตำบลมะค่า อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา นายสนาม ลิ้มกลาง เป็นชาวบ้านบ้านมะค่า อำเภอโนนสูง ระบุว่าสาเหตุที่ออกมาอาบน้ำท่วมกลางสายฝนอย่างนี้ เพราะรู้สึกดีใจสุดขีด ที่มีฝนตกลงมาหนักมากในพื้นที่อำเภอโนนสูง หลังจากประสบภัยแล้งต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี ชาวบ้านต้องซื้อน้ำไว้อุปโภคบริโภค ส่วนเกษตรกรก็ขาดน้ำทำนาทำไร่ ฝนตกหนักครั้งนี้นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงได้ออกมาเล่นน้ำฝนเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ที่ฟ้าได้เมตตาประทานน้ำฝนลงมาช่วยชาวบ้านและชาวไร่ชาวนาในพื้นที่ อย่างไรก็ตามการที่ฝนตกหนักแบบนี้ส่งผลให้พื้นที่เกษตร กว่า 15,000 ไร่ ที่ประสบภัยแล้งมานานหลายเดือน มีน้ำหล่อเลี้ยงทำให้เริ่มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง ส่วนชาวบ้านก็รองน้ำกักเก็บไว้ใช้ในครัวเรือนได้จำนวนมาก.

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แล้งหนัก น้ำแห้งจนเห็นชุมชนเก่า บ้านเรือน ที่ถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้บาดาล

วันที่21 กรกฎาคม 2562 นายศุภชัย มโนการ ผู้อำนวยการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังคงวิกฤต หลังจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ล่าสุดปริมาณน้ำสะสมอยู่ในอ่างเก็บน้ำร้อยละ 4.82 เปอร์เซ็นต์ หรือมีน้ำสะสมอยู่ที่ 46 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมดที่ 960 ล้านลบ.ม. โดยไม่มีฝนตกลงมาในลุ่มน้ำป่าสักเลยทำให้ไม่มีน้ำไหลลงอ่างของเขื่อน แต่ทางเขื่อนป่าสักจำเป็นต้องระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนเพื่อรักษาระบบนิเวศและใช้ในการอุปโภคบริโภค จากสภาพน้ำที่ลดลงของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในปีนี้ทำให้มองเห็นชุมชนเก่าบ้านเรือนวัดที่ถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้เขื่อนโผล่ขึ้นมาให้ได้เห็นอีกครั้งในรอบหลายปีและจะเป็นจุดท่องเที่ยวอีกจุดของเขื่อนช่วงน่าแล้ง สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ในปีนี้มีปริมาณน้ำน้อยเท่ากับปี 2558 ที่แล้งหนักมีปริมาน้ำสะสมอยู่ในระดับเดียวกันและขณะนี้ทางเขื่อนป่าสักได้มีการทำกาลักน้ำเพื่อผันน้ำไปช่วยหมู่บ้านท้ายเขื่อนให้ใช้ในการอุปโภคบริโภคเนื่องจากปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้อยกรมชลประทานโดยสำนักงานชลประทานที่10 จึงได้ดำเนินการส่งน้ำให้กับพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดลพบุรีได้แก่อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ และอำเภอโคกสำโรงโดยทำการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ส่งน้ำตามระบบท่อไปยังพื้นที่ดังกล่าวอำเภอละ 10,000 ไร่รวมพื้นที่กว่า30,000 ไร่ ในขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำได้ลดระดับลงจึงส่งผลให้การเดินเครื่องสูบน้ำทำได้อย่างจำกัดจากปกติเคยสูบได้วันละประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรแต่ตอนนี้สูบได้เพียงวันละประมาณ 8,333 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้นถึงอย่างไรก็ตามปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ยังคงเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของราษฎรในพื้นที่

แล้งหนัก! เกษตรกรปากน้ำโพเสียหายหนัก “ข้าวโพด” ยืนต้นตายกว่า 2 หมื่นไร่!

วันที่ 17 สิงหาคม 2561 ที่อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เกษตรกรในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง หลังจากฝนทิ้งช่วงมานานทำให้พืชไร่ที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหายกว่า 20,000 ไร่ บางรายข้าวโพดยืนต้นตาย ผลผลิตได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก หากไม่มีฝนตกมาในพื้นที่คาดจะมีผลผลิตเสียหายอีกหลายหมื่นไร่ เบื้องต้นทางอำเภอได้ขอฝนหลวงไปแล้ว แต่เนื่องจากช่วงนี้มีลมแรงตลอดเวลาทำให้ฝนเทียมที่ขอไปตกไม่ตรงเป้าหมาย เกษตรกรวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือ ด้านนายบุญมี แท่นงาม เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ และเจ้าหน้าที่เกษตร ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของไร่ข้าวโพด ต.แม่วงก์ อันเกิดจากภัยแล้งฝนทิ้งช่วง ข้าวโพดที่กำลังจะออกดอกหัว และออกดอกหัวแล้ว คาดว่าเสียหาย 100% ส่วนข้าวโพดที่ต้นยังเล็กถ้าได้รับน้ำฝนอาจได้ผลผลิต ต้องดูกันต่อไปว่าฝนจะตกตอนไหน ถ้าหากภายใน 7 วันฝนไม่ตก ผลผลิตก็จะเสียหายทั้งหมด พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือ คาดว่าจะต้องประกาศภัยพิบัติเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากภัยแล้งนี้ ด้านเกษตรกรบอกว่าปกติตั้งแต่เข้าพรรษามาจะมีฝนตกในพื้นที่ตลอด แต่มาในปีนี้กลับไม่มีฝนตกเป็นเวลานาน ทำให้ข้าวโพดที่ปลูกต่างได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดเล็กหรือใหญ่ก็เสียหายหมด ผลผลิตที่ได้ไม่คุ้มทุน พ่อค้าก็ไม่ซื้อเพราะขนาดของเมล็ดไม่ผ่านมาตรฐาน คาดว่าในปีนี้หากยังไม่มีฝนตกในพื้นที่คงได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า