เพื่อไทย จ่อฟ้องกลับ สนธิญา หลังถูกยื่นยุบพรรค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับกรณีมีการร้องเรียนต่อกกต.เพื่อให้ยุบพรรคพท. ว่า ตามที่นาย สนธิญา สวัสดี ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ยุบพรรคพท. โดยอ้างคำพูดของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุทำนองว่าพรรคพท.สนับสนุนเรื่องทุนให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองนั้น ข่าวที่เกี่ยวข้อง วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เพื่อไทย จ.เชียงราย เขต 3 โมโห! ประกาศมีการแจกเงินที่ห้องพักนายกรัฐมนตรี ชั้น 3 ให้ ส.ส. คนละ 5 ล้านบาท “พรรคเพื่อไทย” จัดแคมเปญเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อโหวตไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์  พรรค พท. ขอเรียนว่าการที่นายสนธิญา สวัสดี ได้นำเพียงข้อความบนเฟซบุ๊กของนายไชยอมร ไปร้องขอให้ยุบพรรคพท.นั้น เป็นการดำเนินการที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เพียงพอก่อนนำไปร้อง แต่กลับนำข้อความหรือคำพูดดังกล่าวไปร้องต่อ กกต.ทันทีแสดงให้เห็นว่านายสนธิญาฯ มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้ง พรรค พท. ซึ่ง พรรค พท.ก็จะได้ดำเนินการตามกฎหมายกับนายสนธิญา เช่นกันตามกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 101 ซึ่งกำหนดว่า ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองว่ากระทำความผิดต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น แถลงการณ์ระบุอีกว่า พรรค พท. ขอเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่าพรรคพท.ยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยและต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาโดยตลอด แต่พรรคก็ยึดหลักสันติวิธี ไม่นิยมการใช้ความรุนแรงใดๆ และพรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่าไม่เคยมีนโยบายหรือให้เงินทุนสนับสนุนผู้ชุมนุมกลุ่มใด แต่ด้วยความเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกจำนวนมาก การที่จะมีสมาชิกพรรคคนใดไปร่วมชุมนุมหรือสนับสนุนการชุมนุมก็ถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลและความรับผิดชอบส่วนตัว ที่ผ่านมาไม่เคยมีสมาชิกผู้ใดไปกล่าวอ้างว่ากระทำในนามพรรค ดังนั้น การที่นายสนธิญาฯ ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่นายสนธิญาฯ ได้ทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ก็ยื่นขอให้ยุบพรรคพท. กรณีที่โฆษกของพรรคออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีน พรรคจึงขอให้สังคมอย่าไปให้ความสำคัญกับนักร้องพวกนี้มากนัก เพราะแม้แต่นายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐก็ยังปฏิเสธว่าบุคคลนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค จากกรณีการ call out ของดารา ในส่วนของพรรคนั้นเมื่อมีการร้องและหาก กกต.รับเรื่องพรรคก็พร้อมจะชี้แจงและไม่รู้สึกกังวลใดๆ เพราะพรรคดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใสพร้อมให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ พรรค พท.ขอเรียนว่าการชุมนุมทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับรองและคุ้มครองไว้ และถือเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนมีความตื่นตัวที่จะแสดงออกซึ่งความคิดเห็นและข้อเรียกร้องทางการเมือง อันเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยสากล โดยพรรคได้ต่อสู้ทางการเมืองอยู่ในระบบไม่เคยใช้วิธีการใดที่จะเป็นการผิดกฎหมาย จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

เจ้าสาวฟ้องกลับ…!! เตรียมเรียกคุณจอย 2 ล้าน เนื่องจากทำให้อับอาย เสียชื่อเสียง

เจ้าสาวฟ้องกลับ…!! เตรียมเรียกคุณจอย 2 ล้าน เนื่องจากทำให้อับอาย เสียชื่อเสียง เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว จากกรณีข่าวสาวชื่อจอย เมียหลวงถือทะเบียนสมรสบุกงานแต่งของ หมู่เปา สามีของตัวเองซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่แต่งงานซ้อนกับสาวอีกคน โดยจอย ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายกับเมียน้อยเป็นเงิน 3 แสนบาท พร้อมยืนยันว่ารับคำขอโทษ เป็นเงินสดเท่านั้น โดยศาลได้ตัดสินให้ทางคู่กรณีจ่ายเงินจำนวน 2 แสน ล่าสุดในขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า เมียน้อยเตรียมฟ้องกลับ เรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาท เนื่องจากทำให้อับอาย เสียชื่อเสียง งานนี้ต้องบอกเลยว่าคงไม่จบลงง่ายๆแน่ๆ   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -รัฐบาล…!! ไฟเขียวแล้ว ไม่เลื่อนโครงการ “คนละครึ่งเฟส3” เผยวันเงินเข้า -ส่งมอบวัคซีนให้ไทย ! ครบจำนวน ” 6 ล้านโดส ” ภายในสัปดาห์นี้  

ทนายความของครูปรีชา ขอขยายเวลาอุทธรณ์ในคดีหลักหวย 30 ล้านออกไปเป็นครั้งที่ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางครูปรีชา ได้ขอขยายเวลาอุทธรณ์ในคดีหลักหวย 30 ล้านออกไปเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 1กันยายน 2562 นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความของครูปรีชา ใคร่ครวญ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลให้ส่งแจ้งการถอนอายัดเงินในบัญชีธนาคารของ หมวดจรูญ ภายใน 7 วัน ดังนั้น จะรอดูว่าภายใน 7 วันนี้ทาง หมวดจรูญ จะสามารถเบิกถอนเงินได้หรือไม่ จากนั้นจึงพิจารณายื่นอุทธรณ์ในภายหลัง ทั้งนี้คดีหวย 30 ล้าน ยังไม่สิ้นสุด ในส่วนของคดีอาญายังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ในส่วนของคดีแพ่งก็ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ส่วนความคืบหน้าในการยื่นอุทธรณ์คดีอาญานั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการเรียบเรียงอยู่ เนื่องจากคำพิพากษามีมากถึง 71 หน้า ดังนั้นการโต้แย้งจะต้องโต้แย้งในทุกประเด็นที่ศาลได้โปรดวินิจฉัยไว้ และหากยังไม่สามารถเรียบเรียงได้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาที่ขอขยาย ก็จะยื่นขอขยายเวลาออกไปอีก เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาโดยละเอียด นายวรยุทธ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ฝ่ายหมวดจรูญจะมีการฟ้องกลับนั้น เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ก็ขอให้ว่ากันไป ซึ่งเราก็รอรับอยู่แล้ว เพราะว่าความจริงก็คือความจริง และกรณีที่หมวดจรูญ จะมีการเตรียมฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายด้วย นั้นไม่เป็นไร เชิญฟ้องได้ตามสบาย เราพร้อมอยู่แล้ว “เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันที่จะได้พิสูจน์ และอันที่จริงเราก็ต้องการให้เขาฟ้องกลับอยู่แล้ว เพราะอีกฝ่ายจะได้พิสูจน์ความจริงบ้างว่า เขาซื้อลอตเตอรี่มาจากใคร ขณะนี้แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่กองปราบ ก็ยังหาตัวแม่ค้าไม่ได้ ซึ่งเขาจะได้พิสูจน์ตัวเองบ้าง ดังนั้น จึงขอให้เขาฟ้องกลับมา เพราะที่ผ่านมามีเฉพาะฝ่ายของครูปรีชาเท่านั้นที่เป็นฝ่ายพิสูจน์ หากเขาฟ้องกลับมา เขาจะได้ออกมาพิสูจน์ตัวเองบ้าง” ทนายวรยุทธ กล่าว วันเดียวกัน ครูปรีชา เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ตนก็ยังจะขอเดินหน้าสู้ต่อไป และขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการยื่นอุทธรณ์ ส่วนจะยื่นอุทธรณ์ในประเด็นใดก็คงจะต้องหารือกับทีมทนายความอีกครั้ง

กกต.ก็ได้ไปแจ้งความเอาผิด เพนกวิน ในข้อหาหมิ่นประมาท วิจารณ์การทำงานของ กกต.

วันที่ 7 เมษายน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ สมาชิกสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กระบุว่า ถูก กกต.แจ้งความ มีรายละเอียดระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ทาง กกต.ได้ทยอยฟ้องหมิ่นประมาทเล่นงานนิสิตนักศึกษาและประชาชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และล่ารายชื่อถอดถอนตัวเอง ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ ผมได้รับแจ้งมาว่าทาง กกต.ก็ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.พญาไท ให้เอาผิดผมในข้อหาหมิ่นประมาท เพราะได้ไปปราศรัยวิจารณ์การทำงานของ กกต.ที่งานชุมนุม หยุดโกงเลือกตั้ง เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ในฐานะนักศึกษาคนหนึ่ง ผมขออนุญาตแนะนำให้ กกต. ทั้ง 7 ท่านได้ไปเรียนวิชาการบริหารเวลาเพิ่มเติม เพราะในขณะนี้ กกต.มีภารกิจสำคัญและเร่งด่วนคือรีบรับรองผลการเลือกตั้งให้ทันภายในวันที่ 9 พฤษภาคมตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ มิเช่นนั้น การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอาจเป็นโมฆะได้ ดังนั้น กกต.ควรจะเอาเวลาไปรีบทำภารกิจหลักของตัวเองให้เสร็จ มากกว่าจะมาแจ้งความคนที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวเองครับ โปรดอย่าลืมว่าเงินเดือนและงบประมาณของพวกท่านล้วนแล้วแต่มาจากภาษีประชาชน ดังนั้น ประชาชนก็ต้องมีสิทธิวิจารณ์พวกท่านทุกคนครับ และในเมื่อเห็นว่าทาง กกต.ได้ฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาทแล้ว ผมขอแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่าผมก็จะไปฟ้องดำเนินคดีกับท่านทั้ง 7 คนเหมือนกันในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ (ป.อ.157) เพราะการเลือกตั้งที่พวกท่านจัดนั้น ไม่มีความสุจริตและเที่ยงธรรมแม้แต่น้อย ผมจึงคิดว่าพวกท่านต้องรับผิดชอบ แล้วเจอกันที่ศาลครับ