ฟันดับสยอง 3 ศพ ในสวนยาง บาดเจ็บ 1

เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ประมาณ 17.30 น. เกิดเหตุฆ่าทำร้ายภายในสวนยางพารา บ้านสะพานพุทธ หมู่ 2 ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่เกิดเหตุพบศพ นายสรวิทย์ ปกครอง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 2 ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ลักษณะไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีน้ำเงิน สวมรองเท้าแตะ นอนตะแคงคว่ำเสียชีวิต ใบหน้ามีเลือดไหลนองเต็มพื้น บริเวณหัวไหล่ขวามีรอยแผลฉกรรจ์ จากการถูกอาวุธมีดฟัน บริเวณกรามด้านซ้ายถูกของมีคมฟันเป็นแผลลึก และข้อมือซ้ายถูกฟันเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบ นายอนุชิน ปกครอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 2 ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นหลานชายของนายสรวิทย์ ผู้เสียชีวิตรายแรก ได้รับบาดเจ็บจากการถูกมีดฟันตามร่างกายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่ง รพ.ศรีเชียงใหม่ นางนวลใย ปกครอง อายุ 34 ปี ภรรยานายสรวิทย์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายสรวิทย์กับตนอยู่ในสวนยางห่างออกไปจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร ได้ยินเสียงคนร้องตะโกน นายสรวิทย์ กับ นายอนุชินจึงพากันขี่รถจักรยานยนต์ออกไปดู โดยพบนายบังรอน ซึ่งเป็นชาวลาวมาทำงานรับจ้างทั่วไป เดินตรงเข้ามาแล้วใช้อาวุธมีดฟันนายสรวิทย์จนตกจากรถจักรยานยนต์ แล้วเข้าไปฟันซ้ำจนเสียชีวิต ขณะนั้นนายอนุชินพยายามจะเข้าไปช่วย ก็ถูกบังรอนใช้อาวุธมีดเล่มเดียวกันฟันเข้าตามร่างกาย แต่สามารถวิ่งหนีออกมาได้ จากนั้นนายบังรอนได้ขโมยรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไปพร้อมอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ ด้านนายเฉลิม วันเสนา อายุ 27 ปี น้องชายผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับพี่ชายทำงานอยู่ในสวนยางพาราคนละฝั่ง จากนั้นก็ไม่เห็นพี่ชายอีก ขณะนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนัก พอฝนซาได้ออกตามหาพี่แต่ไม่เห็น จนมาทราบข่าวว่าพี่ชายก่อเหตุฆ่าคนตาย และคาดว่าพี่จะไม่ได้หนีกลับประเทศลาว เพราะไม่มีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่นแล้ว และอยากให้พี่มามอบตัวกับตำรวจ นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ในสวนยางพารา ห่างจากศพแรกประมาณ 200 เมตร เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย โดยศพผู้ชายสวมเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน ศพผู้หญิงสวมเสื้อสีน้ำเงินกางเกงขายาวสีดำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทีมไล่ล่าผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในพื้นที่ไม่ไกล น่าจะอยู่ในพื้นที่ จ.หนองคาย ส่วนสาเหตุการฆาตรกรรมดังกล่าว คาดว่าเกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัว แต่ยังไม่ระบุเหตุผลที่แน่ชัดได้ โดยเฉพาะศพผู้หญิงถูกฟันที่ท้ายทอย ผู้ต้องหาน่าจะอยู่ในอารมณ์ไม่มั่นคง และอาจมีอาวุธ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวัง คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้ พร้อมประสานหน่วยงานข้างเคียงร่วมค้นหาและเฝ้าระวังทางน้ำด้วย เพื่อป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศ

พี่ชาย 73 ปี ก่อเหตุสลดใช้มีดอีโต้ฟันน้องสาวตัวเองวัย 63 ดับกลางแม่น้ำ เหตุเพราะปลูกผักบุ้งล้ำที่กัน

วันที่ 4 ก.ย.62 เวลา 09.50 น. ร.ต.อ.เศรษฐา สาระนันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านหมี่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สรพัศ คำพานิช ผกก.สภ.บ้านหมี่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างอาริโยธรรมสถาน ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณแม่น้ำบางขาม หมู่ 2 ต.บางผึ้ง อ.บ้านหมี่ หลังจากรับแจ้งมีผู้จมน้ำ พบอาสาสมัครประดาน้ำมูลนิธิสว่างอาริโยธรรมสถาน และชาวบ้าน ได้ลงงมในน้ำที่ห่างจากตลิ่งประมาณ 80 เมตร น้ำลึกประมาณ 2 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พบศพหญิงสูงวัย เจ้าหน้าที่ได้นำศพขึ้นมา ทราบชื่อนางบัวงาม ศรีเจือ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 2 ต.บางผึ้ง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี สภาพศพที่กลางศีรษะมีรอยถูกฟันด้วยของมีคมเป็นแผลขนาดใหญ่ และนิ้วชี้มือขวาขาด เจ้าหน้าที่นำศพส่ง รพ.บ้านหมี่ เพื่อชันสูตรอีกครั้ง สอบถามชาวบ้านใกล้ที่เกิดเหตุทราบว่า ผู้ตายได้พายเรือลงไปในแม่น้ำบางขาม ที่อยู่หลังบ้านตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ เพื่อไปดูแลแพผักบุ้งและเก็บผักบุ้งที่ปลูกไว้กลางแม่น้ำ ขณะเดียวกันได้มีพี่ชายแท้ๆ ได้พายเรือตามไป และได้เกิดมีปากเสียงกัน ก่อนที่พี่ชายชื่อนายบำรุง แสนบางผึ้ง อายุ 73 ปี จะใช้มีดอีโต้ฟันนางบัวงาม น้องสาว จนตกลงไปในน้ำไปต่อหน้า และเรือทั้ง 2 ลำได้ล่มลง แต่นายบำรุงได้ว่ายน้ำเข้าฝั่งกลับมาบ้าน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปที่บ้านนายบำรุง ซึ่งอยู่ติดกันกับบ้านผู้ตาย สอบถาม นายบำรุงให้การรับสารภาพว่าตนได้ใช้มีดอีโต้ฟันนางบัวงาม น้องสาวจริง เนื่องจากทะเลาะกันเรื่องปลูกผักบุ้งล้ำที่กัน ตรงบริเวณจุดที่เกิดเหตุ ส่วนมีดของกลางจมน้ำไปตอนเรือล่ม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายบำรุงมือมีดวัย 73 ปีไปสอบสวนที่ สภ.บ้านหมี่ และแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ ดำเนินคดีต่อไป       ภาพและข้อมูลจาก  Thairath