เปิดยอดกฐินสามัคคี ปี 63 ของวัดเจดีย์ ไอ้ไข่ มากกว่าปีที่เเล้วเกือบ 40 ล้าน

เปิดยอดกฐินสามัคคี ปี 63 ของวัดเจดีย์ ไอ้ไข่ มากกว่าปีที่เเล้วเกือบ 40 ล้าน เมื่อเพจหนึ่งได้เผยภาพกองธนบัตรมหึมา เเละมีชาวบ้านพ่อเเม่พี่น้องช่วนกันนั่งนับ  พร้อมเผยยอดเงินงานทอดกฐินวัดไอ้ไข่ ได้ประมาณเกือบ 58 ล้านบาท เจ้าอาวาสตกใจเพราะได้มากเกินเกินคาด หลังจากที่ทางวัดได้จัดงานบุญกฐินสามัคคี ปี 63 ของวัดเจดีย์(ไอ้ไข่) อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 ด้านในส่วนของวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) ก็ได้เผยว่า “เสร็จสิ้นงานบุญกฐินสามัคคี ปี 63 ของวัดเจดีย์(ไอ้ไข่) ด้วยยอดเงิน 56,552,782.69 (ยอดสรุปขั้นต้น ณ วันที่ 18 ต.ค.63) กลุ่มต่างๆ ก็จะเปิดให้จองวัตถุมงคลรุ่น “ยอดทรัพย์ 64″ ต่อไปจนครบ 14 ชุดและเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบรายชื่อผู้ประสงค์จะใช้สิทธิ์จองของแต่ละกลุ่ม และประมวลผลเพื่อประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว …ให้ผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิ์จอง พิมพ์คีย์เวิร์ด ด้วยคำ หรือพยางค์ อย่างน้อย 3 ตัวอักษร เช่น จอง – […]

การถวายผ้าอาบน้ำฝน ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา อีกหนึ่งวัฒนธรรมอันดีงาม

นอกเหนือจากการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ฟังธรรม และการเวียนเทียนที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายต่างยึดถือปฏิบัติในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาอย่างพร้อมเพรียงแล้ว “การถวายผ้าอาบน้ำฝน” ยังถือเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมอันดีงามที่มีเรื่องราวเล่าขานถึงประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ และอานิสงส์อันยิ่งใหญ่แห่งการนำถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ ย้อนกลับไปสมัยพุทธกาล พระศาสดาประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร นางวิสาขาได้มาฟังธรรม แล้วทูลอาราธนาพระศาสดาและหมู่สงฆ์ไปฉันที่บ้านของนางในวันรุ่งขึ้น เช้าวันนั้น เกิดฝนตกครั้งใหญ่ ตกในทวีปทั้ง 4 พระศาสดาจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายสรงสนานกาย พระสงฆ์ทั้งหลายที่ไม่มีผ้าอาบน้ำฝนจึงออกมาสรงน้ำฝนโดยร่างเปลือยกายอยู่ พอดีกับนางวิสาขามหาอุบาสิกาสั่งให้นางทาสีไปนิมนต์ภิกษุมารับภัตตาหารที่บ้านของตน เมื่อนางทาสีไปถึงที่วัดเห็นภิกษุเปลื้องผ้าสรงสนานกาย ก็เข้าใจว่า ในอารามมีแต่พวกชีเปลือย (อาชีวกนอกพระพุทธศาสนา) ไม่มีภิกษุอยู่จึงกลับบ้าน ส่วนนางวิสาขานั้นเป็นสตรีที่ฉลาดรู้แจ้งในเหตุการณ์ทั้งปวง เมื่อถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขในวันนั้นแล้ว จึงได้โอกาสอันควรทูลขอพรต่อพระศาสดา โดยนางวิสาขาได้ให้เหตุผลการถวายผ้าอาบน้ำฝนว่า เพื่อให้ใช้ปกปิดความเปลือยกายในเวลาสรงน้ำฝนของพระสงฆ์ที่ดูไม่งามดังกล่าว ดังนั้น นางวิสาขาจึงเป็นอุบาสิกาคนแรกที่ได้รับอนุญาตให้ถวาย “ผ้าวัสสิกสาฏก” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ผ้าอาบน้ำฝน เพื่อให้พระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยนกับผ้าสบงปกติ จนเป็นประเพณีทำบุญสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ผ้าอาบน้ำฝน เป็นผ้าที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ใช้ได้เป็นผืนที่ 4 นอกเหนือจากไตรจีวรและทรงอนุญาตให้พระสงฆ์รับถวายได้ก่อนเข้าพรรษา 1 เดือน ที่เรียกว่าผ้าอาบน้ำฝนเพราะเป็นผ้าที่ถวายกันในต้นฤดูฝน การถวายผ้าอาบน้ำฝนมีความเชื่อที่ถือกันมานานว่า ผู้ใดที่ถวายผ้าอาบน้ำฝนให้กับพระภิกษุสงฆ์ จะถือว่าเป็นการทำบุญที่ช่วยทำนุบำรุงและสนับสนุนพระศาสนาให้คงอยู่สืบไป และเพื่อมิให้พระภิกษุสงฆ์ต้องลำบากในการแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน แต่จะได้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนของพุทธศาสนาและช่วยเผยแผ่ให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป และผู้ทื่ได้บริจาคผ้าอาบน้ำฝน ก็จะได้พบแต่ความสุขความเจริญ จะมั่งมีด้วยทรัพย์สินเงินทองและบริวารมากมาย

เนื่องในสัปดาห์มาฆบูชา พุทธศาสนิกชนไทย-ลาว ร่วมเวียนเทียน ห่มผ้าพระธาตุพนม

วันมาฆบูชาถือเป็นวันสำคัญทางศาสนอีกวันหนึ่ง ซึ่งมีหลายที่มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและที่บริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม นายประทีป ฤทธิกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานฝ่ายฆราวาสนำพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวลาว ตลอดจน นักท่องเที่ยว ร่วมกันประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา ฟังธรรมเทศนา เวียนเทียนและห่มผ้าพระธาตุพนม ในงานสัปดาห์มาฆบูชาอาเซียนสานสัมพันธไมตรีในมิติพระพุทธศาสนาของจังหวัดนครพนม มีพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งงานดังกล่าวจังหวัดนครพนม จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา และได้ทำกิจกรรมร่วมกัน รวมถึงได้น้อมนำเอาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประพฤติปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดความสุขในชีวิตและสังคม วันมาฆบูชา เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งหลักคำสอนนี้ เป็นหลักการและวิธีการปฏิบัติใจความสำคัญ คือการทำความดี ละเว้นความชั่ว และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ทั้งนี้ในวันมาฆบูชายังได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือมีพระสงฆ์ 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันยังวัดเวฬุวัน โดยมิได้นัดหมาย เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา หรือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6 และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต” หรือวันที่มีองค์ประชุมด้วยองค์ […]

พุทธศาสนิกชนแห่เข้าร่วมพิธีอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดสระเกศฯ

เป็นอีกหนึ่งวันดีที่ชาวพุทธศาสนิกชนทั้งหลายต่างได้มาเข้าร่วมในงานนี้ วันที่ 25 ก.พ.61 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เป็นประธานในพิธีอัญเชิญผอบทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ทางผู้สืบสุกลเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ได้นำมาถวายสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อปี 2551  ขึ้นไปประดิษฐานบนพระบรมบรรพต(ภูเขาทอง) ที่เจดีย์บริวาร ฝั่งพระวิหารวัดสระเกศฯ ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ ทั้งนี้พระราชกิจจาภรณ์  (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวว่า พระบรมสารีริกธาตุดังกล่าว เป็นชุดเดียวกับที่รัฐบาลอินเดียถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี 2440  ซึ่งถูกค้นพบโดยนายวิลเลียม เปปเป วิศวกร และนักโบราณคดีชาวอังกฤษ เมื่อปี 2439 ซึ่งขณะนั้นทางอินเดียยังอยู่ใต้การปกครองของประเทศอังกฤษ  และนายวิลเลียม ได้ขุดพบผอบที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่สถูปร้าง เมืองกบิลพัสดุ์  ที่ผอบมีจารึกตัวอักษรโบราณกำกับไว้ ถอดความได้ว่า “พระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในส่วนของศากยะราชสกุล ซึ่งได้รับการแบ่งไปในคราวโทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ภายหลังถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระหลังพุทธกาล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวต่อไปว่า ในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับไทยเมื่อปี 2440พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช ขณะดำรงยศเป็นพระยาสุขุมนัยวินิต เป็นผู้แทนรัฐบาล ออกเดินทางไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมาปี 2442  ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ ณ […]