ศาลพิพากษาประหารชีวิต “สมคิด พุ่มพวง” ฆาตกรต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 ศาลจังหวัดขอนแก่นอ่านคำพิพากษาในคดีที่ นายสมคิด พุ่มพวง หรือ “คิด เดอะริปเปอร์” ฆาตกรต่อเนื่อง ก่อเหตุฆ่ารัดคอหญิงวัย 51 ปี ชาว อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เหยื่อรายที่ 6 เมื่อปลายปี 2562 ทั้งที่พึ่งพ้นโทษออกมาเพียง 6 เดือนเศษ ศาลพิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย ให้ลงโทษประหารชีวิต ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี ทั้งนี้จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม และชั้นสอบสวนในครั้งแรก เพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน แต่ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ทำให้คำรับสารภาพดังกล่าว ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเพียงกลวิธีในการต่อสู้คดีของจำเลย เพื่อให้ศาลพิจารณาลดโทษให้เท่านั้น ประกอบกับพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลย ได้กระทำต่อเนื่องในลักษณะเดียวกัน รวมคดีนี้ด้วยถึง 6 คดี หลังจากจำเลยพ้นโทษจากคดีทั้ง 5 คดีก่อนนั้น เป็นเวลาเพียง 6 เดือนเศษ     จำเลยยังกลับมากระทำความผิดเป็นคดีนี้อีก โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ทั้งไม่สำนึกในการกระทำความผิด ขาดความเมตตาปรานี สร้างความสูญเสียแก่สุจริตชน และเป็นอันตรายต่อสังคมอย่างใหญ่หลวง จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษ เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย จึงไม่อาจนำโทษจำคุกในความผิดกระทงอื่นของจำเลยมารวมได้อีก คงให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว

ด่วน! ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต ‘บังฟัต’ คดีฆ่า ‘ผู้ใหญ่บัติ’ ยกครัว

ด่วน! ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต ‘บังฟัต’ คดีฆ่า ‘ผู้ใหญ่บัติ’ ยกครัว 8 ศพ ส่วนทีมสังหารก็โดนสั่งประหารด้วย ปิดคดีดังเมื่อปี 2560   วันที่ 18 มี.ค.64 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิต “บังฟัต” พร้อมพวกอีก 6 คน หลังลงมือก่อเหตุวางแผนและฆ่านายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ อดีตผู้ใหญ่บ้านกลาง อำเภออ่าวลึก จ.กระบี่ เสียชีวิตพร้อมสมาชิกในครอบครัว ภายในบ้านพัก 8 ราย เหตุเกิดเมื่อปี 60 ย้อนความโหด‘บังฟัต’ ฆ่ายกครัว 8 ศพ ลงมือโหดผู้หญิง-เด็ก 3 ขวบก็ไม่ไว้ชีวิต เปิดโฉม “บังฟัต” จอมบงการโหด แฉแผนแยบยล สร้างเรื่องผู้ใหญ่เครียดหนี้รุม   ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 1 คนคือจำเลยคนที่ 8 ถือว่าได้รับโทษเบาที่สุด โดยศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์จำคุก 12 เดือนเช่นเดิม เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้มีส่วนร่วมและรู้เห็นในการฆ่า ซึ่งปัจจุบันจำเลยที่ 8 ได้รับโทษครบตามจำนวนและพ้นโทษไปแล้ว ถือเป็นอันปิดฉากคดีสะเทือนขวัญครั้งใหญ่ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กระทั่งถึงวันนี้เป็นเวลา 3 ปีกับอีก 8 เดือน โดยการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาวันนี้ ใช้วิธีการอ่านคำพิพากษาผ่าน Video Conference จากศาลจังหวัดกระบี่ไปยังเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีครอบครัวของนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ อดีตผู้ใหญ่บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ที่เสียชีวิตพร้อมสมาชิกในครอบครัว 8 ราย เดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดกระบี่ด้วย คดีนี้มีจำเลยทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วย นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัต นายคมสรรค์ เวียงนนท์ นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ นายอรุณ ทองคำ นายประจักษ์ บุญทอย นายธนชัย จำนอง นายธวัฒชัย บุญคง และจำเลยที่ 8 นางชลิดา สังข์โชติ โดยวันนี้ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ลงโทษประหารชีวิต บังฟัตพร้อมกับจำเลยที่ 2 ถึง 7 เนื่องจากศาลให้ความเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้ง 7 เป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง และเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น และให้จำเลยทั้ง 7 จ่ายชดใช้ค่าเสียหายให้กับญาติผู้เสียชีวิตทุกคนด้วย ตั้งแต่วงเงิน 4 แสนบาทไปจนถึง 2 ล้านบาท ส่วนจำเลยที่ 8 นางชลิดา ยืนโทษจำคุก 12 เดือนเช่นเดิม เนื่องจากศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการลงมือฆ่า

สุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมพวก กปปส. 39 คน พร้อมฟังผลคำพิพากษาคดี Bangkok Shutdown

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวก เดินทางมายังตามที่ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ กับพวกรวม 39 คน ฐานร่วมกันเป็นกบฏ และข้อหาอื่น ๆ กรณีชุมนุมขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป บุกยึดสถานที่ราชการ ปิดกรุงเทพมหานคร (Bangkok Shutdown) ด้วยการตั้งเวทีปราศรัยทั่วกรุงเทพมหานครรวม 7 จุด นายสุเทพกล่าวว่า จำเลยทั้ง 39 คน ได้พูดคุยกัน และทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร พวกเราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง และวันนี้พวกเรามาครบทั้ง 39 คน และการต่อสู้ของพวกเราที่ผ่านมามี 24 คนที่เสียชีวิต 900 กว่าคนบาดเจ็บ และมีผู้เสียอวัยวะ บางคนก็ถูกลงโทษจำคุก ดังนั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน แต่การต่อสู้ของพวกเราเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นการกระทำที่รับผิดชอบ ไม่ได้ต้องการฝ่าฝืนกฎหมาย เราเคารพกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม และน่าชื่นใจมากทุกกรณีทุกจังหวัดที่พวกเราถูกดำเนินคดี ไม่มีใครหลบหนีคดี นายสุเทพยังกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังทั้งกำลังใจผ่านออนไลน์ และประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจมอบดอกไม้ให้ที่ศาล ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจสำหรับคนที่ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเพื่อแผ่นดินต่อไป ขณะที่บรรยากาศในวันนี้ กลุ่มจำเลยทยอยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีประชาชนมารอมอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจ และมีกำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พหลโยธินดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับรายชื่อจำเลยทั้งหมดในคดี กปปส ชุดใหญ่ในวันนี้ 39 รายประกอบด้วย

ศาลสั่ง “ไอซ์หีบเหล็ก”

     ศาลศาลอาญาธนบุรี สั่งจำคุก ‘ไอซ์ หีบเหล็ก’ 11 ปี 4 เดือน และ ปรับ 5.8 แสนบาท คดีข่มขืน-อาวุธปืน โดยพิพากษา ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์      วันที่ 30 ธ.ค. 63 ที่ศาลอาญาธนบุรี ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ.586/2563 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาธนบุรี 2เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอภิชัยหรือ ไอซ์ องค์วิศิษฐ์ ในความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ      โดยคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2562 เวลากลางคืนหลังเที่ยง ถึงวันที่ 24ธันวาคม 2562 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง ต่อเนื่องกัน จำเลยได้กระทำผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้อาวุธปืนดังกล่าวข่มขืนใจให้ผู้เสียหายไปที่บ้านแล้วกระทำชำเราผู้เสียหายโดยผู้เสียหายไม่ยินยอม            เดิมจำเลยให้การต่อสู้คดี แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องทุกข้อหา     คดีนี้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 508,000 บาท แต่ระหว่างพิจารณา จำเลยได้โอนเงินชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายจำนวน100,000บาท ตามที่ตกลงกัน จนผู้เสียหายพอใจ จึงถอนคำร้องไป             ศาลสืบพยานโจทก์ปากผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนฟังประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว มีความเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 11ปี4เดือนเดือน โดยให้นับโทษต่อจากคดียาเสพติด หมายเลขดำ ย.199/2563 ซึ่งมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 18 มี.ค.63 จำคุก 10 ปี 5 เดือน ที่ศาลอาญาธนบุรีได้ตัดสินไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า การอ่านคำพิพากษาในวันนี้เป็นการอ่านผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากศาลอาญาธนบุรี ไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรีซึ่งเป็นที่คุมขังจำเลยโดยไม่ได้เบิกตัวมาศาลอันเป็นหนึ่งในมาตรการของการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดเชื้อโควิดระลอกใหม่ในช่วงนี้ด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับจำเลยนี้ยังคงมีคดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลอาญาธนบุรี อีก 2 สำนวนซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดต่อชีวิต ความผิดเกี่ยวกับศพ โดยศาลอาญาธนบุรีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาคดี 2 สำนวนดังกล่าวในช่วงกลางเดือน ม.ค.2564 ด้วย           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 23 ธ.ค. 62 โดยผู้เสียหายชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นเพื่อน กับน.ส.บี (นามสมมติ) คนที่เคยรับงานจากนายไอซ์ และเคยฝากไลน์ไว้ให้หากต้องการงานเอนเตอร์เทรน จากนั้น น.ส.เอ จึงไลน์มาหานายไอซ์ แล้วนัดเจอกันที่ตลาดบางแค เขตบางแค กทม. ก่อนที่เสี่ยไอซ์จะใช้อาวุธปืนมาจี้ เนื่องจากเกิดความชอบแล้วบังคับให้ขึ้นรถกลับไปยังบ้านพักเลขที่ 59 ซึ่งเป็นบ้านพักที่เกิดเหตุ           จากนั้นใช้อาวุธปืนจี้ข่มขู่บังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ เมื่อเสี่ยไอซ์เผลอ น.ส.เอ ได้ส่งข้อความไลน์บอกเพื่อนให้ช่วยแจ้งตำรวจมาช่วยเหลือในทันที เนื่องจากเสี่ยไอซ์ มีอาการคลุ้มคลั่งเกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงชีวิต จนกระทั่งเวลา 00.10 น. วันที่ 23 ม.ค. ตำรวจสายตรวจ สน.เพชรเกษม จึงเข้าไปช่วยเหลือ น.ส.เอ ออกมาได้อย่างปลอดภัย       แต่ขณะนั้นยังไม่สามารถควบคุมตัว นายไอซ์ ได้ทันที เนื่องจากยังไม่มีหลักฐาน ก่อนพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.หญิง กฤตยาพร ทัดแก้ว […]

สาวสั่งข้าวหน้าน่องเป็ด แต่ให้น้อยจนโดนดราม่า “เครื่องเซ่นไหว้ผียังเยอะกว่านี้อีก”

สาวสั่งข้าวหน้าน่องเป็ด แต่ให้น้อยจนโดนดราม่า “เครื่องเซ่นไหว้ผียังเยอะกว่านี้อีก” สาวโอดสั่งซื้อข้าวหน้าน่องเป็ดทางออนไลน์ในราคา 100 บาท เมื่อไรเดอร์นำมาส่งเปิดกล่องดูต้องตกใจกับปริมาณที่ได้ เพราะในกล่องมีเนื้อเป็ดชิ้นเล็กๆอยู่เพียง 5 ชิ้น ดูอย่างไรก็ไม่สมกับราคาแม้จะมีส่วนลด 20 บาท ขอโซเชียลช่วยตัดสินว่าน้อยไปหรือไม่เพราะไม่อยากคิดไปเอง อยากให้หลายๆ คนช่วยตัดสิน ซึ่งเพจหนึ่ง ได้นำเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งมาเผยแพร่หลังช็อกกับปริมาณข้าวหน้าน่องเป็ดที่เธอจ่ายเงินซื้อไปในราคา 80 บาท “อยากให้พระเจ้าช่วยพิพากษา ข้าวหน้าน่องเป็ดราคา 100 บาท ลดเหลือ 80 ได้เท่านี้น้อยไปหรือพอดี ไม่อยากคิดไปเอง ให้ประชาชนช่วยตัดสิน“ สำหรับความคิดเห็นของชาวเน็ตต่างก็มองว่าปริมาณของเนื้อเป็ดนั้นน้อยเกินไปจริงๆ “เป็ดย่างไฮโซ ไงค่ะตามชื่อร้านเลยค่ะ ไฮโซเขาชอบกินกันแบบนี้เลยค่ะ คำสองคำอิ่ม ทางร้านเขาเลยจัดมาแบบนั้นค่าา“ “สงสัยเป็ดตัวนี้ไดเอ็ด เลยน่องเล็ก ธรรมดา“ “บางทีแม่ค้าอาจจะรีบ แต่ถ้าเราเจอแบบนี้ครั้งเดียวจบ“ “เครื่องเซ่นไหว้ผียังเยอะกว่านี้อีก555″

1 2