พบอีกราย…!! ชายพิการนอนเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ หลังกลับจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เพียงคืนเดียว

พบอีกราย ชายพิการนอนเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ หลังกลับจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เพียงคืนเดียว ลูกชายเผย พ่อมีอาการไข้ขึ้น หลังกลับจากฉีดวัคซีน พบอีกราย ชายพิการนอนเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ หลังกลับจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เพียงคืนเดียว ลูกชายเผย พ่อมีอาการไข้ขึ้น หลังกลับจากฉีดวัคซีน จึงหายาพาราให้ทาน ก่อนพาพ่อเข้านอน ครั้งสุดท้ายช่วงตีหนึ่งยังได้ยินเสียงพ่ออยู่ ก่อนพบพ่อนอนไร้ลมหายใจในช่วงเช้า เชื่อเป็นผลจากการฉีดวัคซีน ที่บริเวณบ้านเลขที่ 8 ถนนแสงชูโตสายใหม่ ตำบลตะคร้ำเอน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนายวุฒิศักดิ์ ล้อเธียรประธาน อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของนายทวีศักดิ์ ล้อเธียรประธาน อายุ 58 ปี หนุ่มผู้พิการขาขาด ซึ่งถูกพบเป็นศพ นอนเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ อยู่ภายในห้องนอนของตนเอง ซึ่งนายวุฒิศักดิ์ ลูกชายของผู้เสียชีวิต เชื่อว่า ผู้เป็นพ่อเสียชีวิตเนื่องจากผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยนายวุฒิศักดิ์ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.00 นาฬิกา ของวันที่ 14 มิถุนายน 2564 พ่อของตนได้เดินทางไปฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่บริเวณเทศบาลตำบลท่ามะกา ก่อนจะเดินทางกลับมาบ้านในช่วงบ่าย โดยหลังจากฉีดวัคซีนเสร็จเรียบร้อย พ่อของตนก็ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ กระทั่งช่วงเย็นวันเดียวกัน พ่อของตนเริ่มรู้สึกมีไข้ ตัวร้อน ตนและน้องสาวจึงรีบหายาพาราให้พ่อทาน ก่อนจะพาพ่อเข้านอนพักผ่อน ซึ่งพ่อก็เข้านอนตามปกติ โดยในช่วงเวลาประมาณตีหนึ่งของคืนเดียวกัน น้องสาวของตนก็ยังได้ยินเสียงพ่อร้องโอดโอยตามปกติ กระทั่ง ช่วงเช้าวันที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 07.30 นาฬิกา น้องสาวของตน ได้ไปเรียกพ่อให้ตื่นมาทานข้าว แต่ก็พบว่าพ่อไม่ตอบ เมื่อเข้าไปจับชีพจรจึงพบว่าชีพจรไม่เต้น น้องสาวจึงตัดสินใจโทรเรียกรถพยาบาล แต่เมื่อรถพยาบาลมาถึงและทำการตรวจสอบก็พบว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว -ข่าวที่น่าสนใจ –แม่สบายมาก! “กบ สุวนันท์” รีวิวฉีดวัคซีนโควิด –สุดทน!! กลุ่มแท็กซี่ ปิดถนนราชดำเนินกดดัน ”ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” นายวุฒิศักดิ์ ยังได้กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่า สาเหตุที่พ่อของตนเสียชีวิต น่าจะมาจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากที่ผ่านมา แม้พ่อของตนจะเป็นผู้พิการและมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งความดัน โรคไตและเบาหวาน แต่พ่อก็ไม่เคยมีอาการรุนแรงแต่อย่างใด ทุกครั้ง พ่อจะไปพบแพทย์ตามนัดตลอด ซึ่งก่อนจะไปฉีดวัคซีน พ่อก็เพิ่งกลับจากการไปฟอกไตที่โรงพยาบาลได้เพียงหนึ่งวัน ซึ่งตนเชื่อว่า สาเหตุที่ทำให้พ่อของตนเสียชีวิตอย่างกะทันหันในครั้งนี้ น่าจะมาจากการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน โดยในขณะนี้ ทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการส่งศพพ่อของตนไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและอยู่ในระหว่างการรอผลชันสูตร อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจและให้ตนกรอกเอกสารยื่นเรื่องขอรับเงินชดเชยเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม! เมื่อหนุ่มพิการทางสายตามาซื้อทุเรียน พี่สุดใจดีเลยปอกทุเรียนให้

โลกโซเชียลต่างแห่ให้กำลังใจพี่ขายทุเรียนสุดใจดี เมื่อหนุ่มพิการทางสายตามาซื้อทุเรียน พี่สุดใจดีเลยปอกทุเรียนให้ โดยโพสต์ระบุว่า ลูกค้าท่านนี้สั่งทุเรียนปกติเหมือนลูกค้าท่านอื่นๆ แต่พอไปถึงเราโทรไปแจ้งว่าถึงแล้วนะคะ รบกวนพี่ลงมารอที่ด้านหน้าของตึกด้วยค่ะ หนูขับรถฟอร์จูนเนอร์สีดำจอดรออยู่หน้าตึกเลยค่ะ ซึ่งเราคุยโทรศัพท์อยู่กับพี่เค้าบนรถ ก็สงสัยว่าทำไมไม่เดินมารับทุเรียนที่รถซะที เพราะเราไม่สามารถขับเข้าไปถึงตรงที่พี่เค้ายืนรอได้ เราก็มองเค้าจากบนรถว่าจะเอายังไง จนแฟนเราบอกว่า พี่เค้ามองเราไม่เห็น(พิการทางสายตา) เรากับแฟนก็เลยเดินไปหาเค้า . และถามว่าพี่เป็นคนสั่งทุเรียนหนูหรอ คำตอบคือ ใช่ครับ เราถามต่อว่า…พี่อยู่กับใคร พี่เค้าบอกว่า อยู่คนเดียว เราก็ถามอีกว่าแล้วพี่จะปอกทุเรียนยังไง พี่เค้าบอกว่าเค้ามีปังตอ น่าจะพอแกะได้ #คือคนปกติปอกทุเรียนยังยากมากเลยและพี่เค้าจะปอกเองได้ยังไง เรากับแฟนเลยปอกและแพ็คใส่ถาดให้พี่เค้าไป และตั้งใจแล้วว่าจะไม่รับเงิน เลยบอกพี่เค้าไปว่า เหลือแพ็คสุดท้ายพอดีหนูให้พี่เลย . พี่เค้าบอกว่า ขายแบบไม่ปอกไม่ใช่หรอ ไม่เป็นไรครับกี่บาท มันแพงนะของซื้อของขาย เราก็เลยบอกเค้าไปว่า 100 บาทค่ะ พี่เค้าบอกว่ามันถูกไปหรือเปล่า เราตอบเค้าไปว่า ไม่ถูกหรอกค่ะเท่านี้แหละพอแล้ว แบ่งๆกัน พี่ก็ให้เงินหนูแล้วไง พี่ลองจับๆดูเบาๆนะชอบมั้ย กินเลยนะพี่อร่อยมั้ยบอกหนูด้วยนะ #คือตอนนั้นเรารู้สึกแบบเห็นใจและดีใจในเวลาเดียวกันที่เห็นรอยยิ้มของพี่เค้าที่ได้รับในสิ่งที่เราให้ วันนั้นรู้สึกว่าได้กำไรเยอะสุดๆแล้ววันนี้ที่ขายของมาได้ (กำไรเราคือรอยยิ้มพี่เค้านั่นแหละ) ได้แบ่งปันให้พี่เค้า . เรารู้สึกมีความสุขที่เป็นผู้ให้ หลังจากนั้นก็ได้พูดคุยกันต่อว่าพี่สั่งยังไง เค้าบอกว่าโทรศัพท์ของเค้าสำหรับผู้พิการทางสายตา เรายืนมองพี่เค้าจนสุดสายตาเดินขึ้นตึกไป ตอนค่ำๆพี่เค้าโทรกลับมาบอกว่าทุเรียนอร่อย ผมอยากสั่งอีกคิดราคาปกตินะครับ เลยถามกลับไปว่า ตอนนี้อยู่กับใคร พี่เค้าตอบว่าอยู่คนเดียว และวันไหนที่เค้าอยู่คนเดียว พี่เค้าจะสั่งอาหารแล้วให้มาส่งที่ตึกแบบนี้แหละค่ะ #พ่อค้าแม่ค้าในกลุ่มนี้เคยไปส่งของพี่เค้ามั้ยคะ บ้านเอื้ออาทร บ้านฉาง ตึก 26 ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : บริดเจ็ท โจนส์ เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เก้า จิรายุ พร้อมคุณแม่ก้อย เสริมทัพด้วยเพื่อนๆส่งน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาโควิด “เป้ย ปานวาด” นำทีมปันน้ำใจ มอบอาหารให้บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

จับได้แล้ว !! สาวผู้ใช้เงินปลอมหลอกซื้อลอตเตอรี่คนพิการ ทำมาแล้ว 7 ครั้ง เน้นเหยื่อ ‘ผู้สูงอายุ-พิการ’

ตร.สืบเมืองหมอแคน จับแล้วสาวแสบ ใช้แบงก์ 500 ปลอมหลอกซื้อลอตเตอรี่คนพิการ รับหาเงินใช้หนี้บัตรเครดิต ทำมาแล้ว 7 ครั้ง เน้นเหยื่อ ‘ผู้สูงอายุ-พิการ’ เชื่อเช็กธนบัตรไม่เป็น กรณี เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง โพสต์คลิปวิดีโอคลิปชายพิการขายลอตเตอรี่ ใน จ.ขอนแก่น ถูกมิจฉาชีพสาวแสบใช้ธนบัตรปลอมหลอกซื้อลอตเตอรี่ พร้อมกับขอแลกเงินหลบหนีไป สูญเงินไป 3,500 บาท และลอตเตอรี่ส่วนหนึ่ง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น สามารถจับกุม น.ส.กรรณิการ์ คูละโคตร์ อายุ 36 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ข้อหาทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาล และใช้พันธบัตรรัฐบาลปลอม และฉ้อโกงพร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็มจำนวนหนึ่ง สมุดบัญชีธนาคารหลายธนาคาร สลากกินแบ่งรัฐบาลกว่า 10 ชุด ธนบัตรปลอมชนิดละ 500 บาท 10 ใบ และธนบัตรจริงชนิดละ 500 บาท โดยจับกุมตัวได้บริเวณหน้าร้านซ่อมรถ จยย.แห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น สอบสวนเบื้องต้น น.ส.กรรณิการ์ รับสารภาพว่า ก่อเหตุจริงทำมาแล้วประมาณ 7 ครั้ง เพราะต้องการเอาเงินไปจ่ายหนี้ธนาคารและบัตรเครดิต จึงถ่ายเอกสารธนบัตรฉบับละ 100 ฉบับ ออกมาแล้วนำไปใช้ซื้อสินค้าลักษณะแตกแบงก์ย่อย โดยเลือกเหยื่อเป็นผู้สูงอายุหรือพิการ ที่เปิดร้านขายของชำหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะคิดว่าน่าจะดูหรือเช็กธนบัตรปลอมไม่เป็น ล่าสุดไปก่อเหตุกับชายพิการที่จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลจนเป็นข่าว กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตามความผิดตามมาตรา 240 การปลอมขึ้น ซึ่งเงินตราหรือธนบัตรที่รัฐบาลออกใช้ และมีความผิดฐานปลอมเงินตรา ปลอมจากธนบัตรของจริงจนอาจจะทำให้คนหลงเข้าใจผิดว่าเป็นของจริง มีโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 400,000 บาท ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านผงะ! เจอถุงปริศนาข้างทาง เปิดมาเป็นธนบัตรปลอมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เตือนภัยธนบัตรปลอม! พ่อค้าสุดเซ็ง โดนหนุ่มหลอกเอาแบงค์ปลอมมาซื้อของ เสียทั้งเงิน-ของ (ชมคลิป) แม่ค้าสาว…!! ถึงกับหน้าชา มือไม้สั่น น้ำตาคลอ เมื่อเอาเงินไปฝากธนาคาร

หนุ่มใหญ่ขาพิการสู้ชีวิต! ทำไร่เลี้ยงชีพตัวเอง เผยไม่เคยคิดขอเงินใคร เพราะเงินหายาก

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวที่น่าชื่นชมของชายหัวใจนักสู้ คือ นายอนันต์ นนท์ขุนทด อายุ 49 ปี ชาวบ้านโคกวัวนอน ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ซึ่งแม้ 2 ขา จะพิการไม่สามารถเดินได้ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับรถวีลแชร์มานานกว่า 20 ปี แต่ก็ไม่เคยย่อท้อต่อชีวิต ยังคงใช้ 2 แขนหมุนล้อรถวีลแชร์พาตัวเองออกไปทำไร่มันสำปะหลังหาเลี้ยงชีวิต และเก็บออมจนสร้างบ้านได้ นายอนันต์ เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนพิการว่า เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เคยทำงานก่อสร้างอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร แต่พลาดเกิดอุบัติเหตุตกลงมาจากอาคารก่อสร้าง ส่งผลให้ขาทั้ง 2 ข้างหัก ไม่สามารถเดินได้อีกตลอดชีวิต ก่อนหน้านี้เคยมีภรรยา แต่ก็ได้แยกทางกันไปแล้ว ปัจจุบันสู้ชีวิตอยู่เพียงลำพังตัวคนเดียว โดยได้เงินเบี้ยยังชีพผู้พิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยบรรเทาขัดสน ที่ผ่านมาก็จะมีเพื่อนบ้านและพี่น้องใกล้เคียงนำสิ่งของหรืออาหารมาแบ่งปันให้บ้าง แต่ถ้าจะให้ไปขอเงินใคร ตนคงไม่ทำเพราะรู้ว่าเงินหายาก ทุกคนก็ลำบาก สู้หาเองดีกว่า ทุกวันนี้จึงพยายามดิ้นรนหาเลี้ยงชีวิตด้วยการออกไปทำไร่มันสำปะหลังที่มีพื้นที่อยู่ประมาณ 10 ไร่ โดยตนลงมือปลูกเอง ถางหญ้าเอง ไม่ได้จ้างใคร พื้นที่กว่า 10 ไร่ แต่ละวันสามารถทำได้เอง 2-3 ไร่ และยังไปสอยมะขาม เพื่อนำมาทำมะขามเปียกได้อีกวันละ 100 กว่ากิโลกรัม อีกทั้งยังเลี้ยงหมูไว้ขายจำนวน 11 ตัวด้วยซึ่งตนก็สามารถเก็บออมจนสร้างบ้านไว้อยู่อาศัยได้ 1 หลัง

มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ย หลังชาวเน็ตสงสัย เจ้าหน้าที่อุ้มคุณยายวัย 85 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยอัมพฤกษ์ ไปลงทะเบียนเราชนะ

กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก หลังจากที่เฟซบุ๊คที่ว่าการอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี โพสต์ภาพ จนท. 4-5 คนช่วยกันอุ้มคุณยายวัย 85 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยอัมพฤกษ์ พิการทางการเคลื่อนไหว และอาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ไปยังที่ว่าการอำเภอ เพื่อทำบัตรประชาชนให้ใหม่ พร้อมสมัครลงทะเบียนโครงการ “เราชนะ” ซึ่งโพสต์นี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงการกระทำดังกล่าว เนื่องจากชาวโซเชียลมองเป็นการกระทำที่แก้ไขไม่ตรงจุด หากต้องการบริการประชาชนจริงๆ ทำไมไม่มาบริการที่บ้าน การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอัมพฤกษ์อาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี นอกจากกนี้ยังพูดถึงการเยียวยาประชาชนของรัฐบาลว่า ในกรณีนี้เมื่อคุณยายมีบัตรประชาชนแบบ Smart Card และเข้าร่วมโครงการเราชนะ คุณยายก็ไม่สามารถไปใช้สิทธิ์ได้อยู่ดีเพราะเป็นอัมพฤกษ์

1 2 3