ชาวสวนแทบทรุด!!! พายุฤดูร้อน พัดต้นทุเรียนโค่น เสียหายเป็นแสนๆ บาท

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 น.ส.หัทยา พรมโต เกษตรอำเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์ พร้อมเกษตรตำบลฝายหลวง อ.ลับแล เข้าสำรวจความเสียหายของผลผลิตทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล พันธุ์ทุเรียนขึ้นชื่อของ จ.อุตรดิตถ์ หลังรับแจ้งจาก นายชยพล รังสฤษฎ์นิธิกุล ชาวสวนทุเรียน หมู่ 10 ต.ฝายหลวงว่า สวนทุเรียนได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่โหมกระหน่ำนับมูลค่าความเสียหายเป็นเงินกว่าแสนบาท (มีคลิป) “สาวเกาหลี” โชว์สกิลปอกทุเรียน… โจรแสบ! ขโมยรถพร้อมทุเรียน เผยแค่อยากกินทุเรียนเฉยๆ ช็อก! เกิดพายุฤดูร้อนถล่มพัดเสาไฟริมแถนน ล้ม112 ต้น จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า มีต้นทุเรียนหลายต้นกิ่งหักโค่นลงมา ผลทุเรียนหลายผลที่มีน้ำหนักกว่า 1.5 กิโลกรัมร่วงพรูลงมากองที่พื้นจำนวนมาก เหตุเพราะต้านกระแสลมพายุไม่ไหว โดยต้นทุเรียนในสวนหลายต้นมีอายุเกือบ 100 ปี สูงกว่า 15 เมตร โดยหลังจากพายุสงบลงจึงเลือกเก็บเฉพาะทุเรียนลูกที่ใกล้จะตัดขายมากองรวมไว้ได้กว่า 300 ลูก นายชยพล เจ้าของสวนกล่าวว่า ใจไม่กล้ามากพอที่จะตีมูลค่าของทุเรียนกองดังกล่าว เพราะเกรงจะเครียด จากที่เฝ้าดูแลบำรุงมา 1 ปีเพื่อรอจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้ ยิ่งช่วงระบาดโควิด-19 ชาวสวนหวังรายได้หลักจากการขายทุเรียนหลงลับแลและหลินลับแล ช่วงที่เกิดพายุช่วงค่ำวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนเองก็อยู่ที่สวน ลมโหมมาอย่างแรงเป็นพายุหมุนตรงมาที่สวน ซึ่งน่าจะเป็นช่องทางลมพอดี เพียง 5 นาที กิ่งก้านทุเรียนก็ฉีกขาด หักโคนลงมาต่อหน้าต่อหน้า ตนทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนมองดูด้วยความเสียดายเท่านั้น ทุเรียนกว่า 300 ลูกที่ใกล้จะตัดออกจำหน่ายแล้วนั้นเป็นทุเรียนรุ่นแรก ยังไม่รวมรุ่นสองที่ขนาดเล็กลงมา โดยราคาปัจจุบันของทุเรียนหลงลับแลอยู่ที่กิโลกรัมละ 500 บาท ส่วนหลินลับแลกิโลกรัมละ 700 บาท อย่างไรก็ตาม สำหรับต้นทุเรียนหลงลับแลและหลินลับแล ที่เกษตรกรปลูกไว้ตามภูเขา และเป็นต้นทุเรียนดั้งเดิมก่อนที่เกษตรกรจะนำทุเรียนพันธุ์หลงลับแล และพันธุ์หลินลับแลมาเสียบยอด ซึ่งแต่ละต้นจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี แต่พายุที่เกิดขึ้นเพียง 5 นาที ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ต้องเริ่มฟื้นฟูใหม่อีกรอบ ซึ่งไม่รู้กี่สิบปีถึงจะได้จำหน่ายผลผลิตออกสู่ท้องตลาดอีกครั้ง ด้านเกษตรอำเภอลับแล กล่าวว่า ด้วยต้นทุเรียนหลง-หลินลับแลใช่วิธีเสียบยอดจากต้นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ทำให้ต้นมีความสูงไม่ต่ำกว่า 15 เมตร และปลูกตามภูเขาสูง เมื่อมีพายุลงแรง จึงหักโคนได้ง่าย ส่วนใหญ่จะเป็นกิ่งที่ติดผลที่หัก น้ำหนักเยอะ เบื้องต้นมีอีกหลายสวนที่ได้รับผลกระทบ แต่เป็นการเสียหายบางส่วน เฉพาะสวนนายชยพล ถ้าตัดและได้ขายผลผลิต 300 ลูกไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท

ช็อก! เกิดพายุฤดูร้อนถล่มพัดเสาไฟริมแถนน ล้ม112 ต้น

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครนายกเร่งตัดกระแสไฟฟ้าบนถนนสายรังสิต-นครนายก ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุพายุฤดูร้อน เกิดลมพัดส่งผลให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มพร้อมกันถึง 112 ต้น บ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายและมีหญิงวัย 62 ปี ถูกกระเบื้องหลังคาหล่นลงมาใส่หลัง ในบนนถนนสาย 305 รังสิ -นครนายก ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 10 ตำบลบางอ้อ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เกิดพายุฝนฤดูร้อนประกอบกับมีลมแรง ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนล้มเรียงรายกถึง 112 ต้น ระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร ช่วงหลักกิโลที่ 55-100 ถึง 52-900 รวมไปถึงต้นไม้ประมาณ 15 ต้นที่ล้มทับบ้านเรือนประชาชนและกีดขวางถนนทำให้รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง อุตุฯ เตือน “พายุฤดูร้อน” ถล่มไทย! พายุฤดูร้อนถล่ม อีสาน/เหนือ เสียชีวิต 2 ราย ด้านเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ระดมรถการไฟฟ้าและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดนครนายก และจังหวัดใกล้เคียงมายังจุดเกิดเหตุเพื่อเร่งช่วยกันนำเสาไฟฟ้าทั้ง 112 ต้นที่ล้มตั้งขึ้นให้ไว้ที่สุด ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาตลอดทั้งคืนนี้หรืออาจจะถึงวันพรุ่งนี้ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วโดยเบื้องต้นจะเร่งเปิดช่องทางจราจรให้รถสามารถแล่นผ่านให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

พายุกระหน่ำ – ลูกเห็บบุก “อุดรฯ” บ้านพังเสียหาย เสาไฟล้มระเนระนาด ในเวลาไม่ถึง 10 นาที

พายุลูกเห็บถล่มอุดรฯ เสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม 18 ต้น บ้านพังหลายหลัง  เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา เกิดพายุฤดูร้อนและมีลูกเห็บถล่มที่บ้านทุ่งใหญ่ บ้านช้างน้อย ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี โดยพายุมาไม่ถึง 10 นาที แต่ทำเสาไฟฟ้าแรงสูงจำนวน 18 ต้น ที่อยู่ริมถนนสาย อ.บ้านดุง – อ.หนองหาน หักโค่นทันที นอกจากนี้  ยังมีบ้านเรือนประชาชนที่บ้านทุ่งใหญ่ และบ้านช้างน้อย ถูกพายุถล่มจนบ้านพังลงมาทั้งหลัง บางหลังพายุพัดเอาหลังคาบ้านปลิวว่อนหายไป ขณะที่หลังจากพายุสงบลง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจได้ว่ามีจำนวนบ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวนเท่าไร เพราะยังคงมีฝนตกอยู่ อีกทั้งมึดค่ำแล้ว นายอภิชาติ เปตามาตัง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 160 หมู่ 1 บ้านทุ่งใหญ่ เล่าว่า ตอนพายุมาไม่ถึง 10 นาที มีลูกเห็บเท่าไข่นกกระทา มาเร็วมาก มารอบแรกไม่แรง รอบที่ 2 ก็เริ่มแรงขึ้น รอบที่ 3 ปรากฏว่าเสียงดังครืน พายุพัดเอาหลังคาบ้านยกไปทั้งหลังปลิวข้ามถนน ตอนนั้นตนเองอยู่กับลูกชายและหลาน 3 คน ภายในบ้าน ตกใจมาก พากันหลบใต้เตียง ทำอะไรไม่ถูก นึกถึงแต่พระคุณพ่อแม่ เกิดมา 52 ปี ไม่เคยเจอพายุอะไรหนักขนาดนี้ เพิ่งเจอครั้งนี้ครั้งแรก วันนี้ กรมอุตุฯ เตือน 57 จว.พายุฤดูร้อนถล่ม ลมแรง ลูกเห็บตก !! สุดเศร้า… พายุฝนถล่ม!! พัดต้นไม้โค่นทับช้างตาย 3 แถมบ้านเรือน ปชช.พังยับ  

สภาพอากาศของวันนี้ “ฝนฟ้าคะนอง” ทั่วไทยและหนักบางแห่ง เตือน!! ระวังลมแรง

  อุตุฯ เผย “เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก” ยังมีฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง-ฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนพื้นที่ “ใต้” ฝนฟ้าคะนอง-ตกหนักบางแห่ง ทะเลคลื่นสูง 1-2 เมตร เมื่อวันที่ 7 เม.ย.64 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้เริ่มมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันลดลง ข่าวที่เกี่ยวข้อง กู้ภัยถอยร่น น้ำขึ้นสูงไม่หยุด เร่งคิดแผนช่วยพระติดถ้ำโดยไว กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 28 จังหวัด ระวังอันตราย! “พายุฤดูร้อน” ถล่มโคราช น้ำไหลหลากท่วมบ้าน พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 น.วันนี้ ถึง 06:00 น.วันพรุ่งนี้   ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง […]

“พายุฤดูร้อน” ถล่มโคราช น้ำไหลหลากท่วมบ้าน

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุฤดูร้อน ได้พัดผ่านพื้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านแสนสุข ม.13 ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง โดยน้ำท่วมสูงกว่า 30 เซนติเมตร   นายคนิณ ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ฝนตกลงมาหนักติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำฝนไหลหลากเข้าท่วมบ้านของตน สูงประมาณ 30 เซนติเมตร เครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งของภายในบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะชุดเครื่องเสียงกลางแจ้งที่ตนเก็บไว้ในโรงเก็บของ ก็ถูกน้ำไหลเข้าท่วมได้รับความเสียหายนับแสนบาท ‘ นายคนิณ กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุที่ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมบ้าน เพราะว่า แขวงทางหลวงนครราชสีมา ได้มีโครงการก่อสร้างสะพานลอย และผู้รับเหมาได้ขุดดินเพื่อเตรียมวางเสาตอม่อ ทำให้ดินไปกีดขวางทางน้ำไหล เมื่อมีฝนตกหนักน้ำฝนจึงไม่สามารถไหลลงท่อระบายน้ำได้ แต่กลับไหลเข้าท่วมบ้านของตนและชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดก่อสร้างสะพานลอย 10 กว่าหลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วน

1 2 3 11