พายุเฮอริเคน “ไอดา” ขึ้นฝั่งสหรัฐฯ ที่รัฐลุยเซียนา ความแรงระดับ 4 จาก 5

พายุเฮอริเคน “ไอดา” ขึ้นฝั่งสหรัฐฯ ที่รัฐลุยเซียนา ความแรงระดับ 4 จาก 5 พายุเฮอริเคน “ไอดา” ซึ่งมีกำลังความแรงระดับ 4 ขึ้นฝั่งสหรัฐฯ ที่รัฐลุยเซียนาในวันอาทิตย์ ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 16 ปี เหตุหายนะจากฤทธิ์ของพายุเฮอริเคน “แคทรินา” ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ รายงานว่า “ไอดา” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งด้วยแรงลมสูงถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยทางการได้ออกคำเตือนภัยเฮอริเคนในพื้นที่เมือง อินทราโคสซัลซิตี้ (Intracoastal City) รวมทั้งบริเวณปากแม่น้ำ เพิร์ล ริเวอร์ (Pearl River) และทะเลสาบพอนท์ชาร์เทรน (Pontchartrain) ทะเลสาบมอว์รีพาส (Maurepas) และเขตมหานครนิวออร์ลีนส์ (New Orleans) แล้ว ข่าวที่เกี่ยวข้อง พายุดีเปรสชัน “เกรซ” จ่อถล่มเฮติซ้ำหลังแผ่นดินไหวรุนแรง พายุฝนถล่มหนัก สวนทุเรียนภูเขาไฟ ศรีสะเกษ เสียหายเป็นล้าน!! เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ปี ค.ศ. 2005 พายุเฮอริเคน “แคทรินา” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งรัฐลุยเซียนาด้วยความแรงระดับ 3 และสร้างความเสียหายไปทั่ว พร้อมกับเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้คนกว่า 1,800 คนด้วย โดยหลังเหตุภัยพิบัติครั้งนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำการปรับปรุงระบบเขื่อนของรัฐนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรียบร้อยแล้ว และก่อนที่ พายุเฮอริเคนไอดา จะเคลื่อนตัวเข้าฝั่ง จอห์น เบล เอ็ดเวิร์ดส ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา ได้ออกคำเตือนผู้ที่อาศัยอยู่ในเส้นทางที่คาดว่าพายุจะเคลื่อนผ่าน ให้ทำการหาที่หลบภัยภายในที่พักอาศัยของตน แทนที่จะทำการอพยพ และรอจนกว่าพายุจะผ่านพ้นไป นอกจากนั้น ผู้ว่าฯ เอ็ดเวิร์ดส ยังประกาศสภาวะฉุกเฉินในพื้นที่รัฐ และสั่งให้สมาชิกกองกำลังสำรองของรัฐ (National Guard) จำนวน 5,000 นายประจำการตามแนวชายฝั่งเพื่อเตรียมทำปฏิบัติการค้นหาและช่วยชีวิต รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ช่างเทคนิคจำนวน 10,000 นาย เตรียมออกปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ หลังพายุเคลื่อนตัวผ่านไปแล้ว ขณะเดียวกัน ลาโทยา แคนเทรลล์ นายกเทศมนตรีนครนิวออร์ลีนส์ ออกคำสั่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกระบบเขื่อนของเมืองให้เตรียมตัวอพยพหนีภัยด้วย ส่วนที่รัฐแอละบามา ผู้ว่าการ เคย ไอวีย์ ออกคำสั่งประกาศภาวะฉุกเฉินสำหรับพื้นที่เขตปกครองที่อยู่ริมฝั่งและที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของรัฐฯ เช่นกัน สำนักงานพยากรณ์อากาศของรัฐบาล ประเมินว่า พื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐลุยเซียนา ไปจนถึงบริเวณริมฝั่งรัฐมิสซิสซิปปีและรัฐแอละบามา มีรายงานว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมานั้นน่าจะอยู่ระหว่างที่ 20 เซนติเมตรและ 40 เซนติเมตร โดยบางพื้นที่อาจมีฝนตกมากถึง 50 เซนติเมตร ขณะที่ ฝนที่ตกหนักและภาวะคลื่นพายุ (Storm Surge) อาจะส่งผลให้เกิดเหตุน้ำทั่วเป็นวงกว้างในบริเวณที่กล่าวมาได้ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเบื้องต้นว่า ล่าสุด ประชาชนได้รับผลกระทบและไม่มีไฟฟ้าใช้มีจำนวนกว่า 7.42 แสนครัวเรือน ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ   ขอขอบคุณ ภาพ :Patrick T. FALLON / AFP

“พายุกระหน่ำ” เมืองบุรีรัมย์ พังพินาศทั่วทั้งเมือง

เมื่อช่วงคืน 5 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาพายุกระหน่ำ หลายพื้นที่ใน จ.บุรีรัมย์  อ.เมืองบุรีรัมย์  ถูกพายุกระหน่ำหนักมาก บ้านเรือน ร้านค้า โรงพยาบาล ตลาด ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ถูกแรงลมพายุซัดพังเสียหาย ทั้งฟ้าร้อง ฟ้าเเลบ ฟ้าผ่า ลูกเห็บ พายุ ฝน มาครบทุกอย่าง ห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.บุรีรัมย์ ก็ถูกพายุซัด กระจกเเตกพังยับเยิน ตลาดรถไฟ ตลากไนท์ เเละทุกๆตลาดที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พังยับ! พายุฝนถล่ม 3 อำเภอศรีสะเกษ “ทุเรียนภูเขาไฟ”ใกล้สุกร่วงกองเกลื่อน บ้านพังกว่า 50 หลัง พายุฝนถล่มเสาไฟฟ้าริมถนนพระราม 2 กว่า 50 ต้น รวมทั้งจังหวัดเกือบ100 ต้นหักโค่น ทำไฟดับเป็นบริเวณกว้าง  

สลด! พายุถล่มบ้านพัง แม่กอดศพลูกชายวัย 7 ขวบ หนีตายจากพายุ

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม  2564 ช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุพายุฝน ลมแรงในหลายจุดในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมทะเลพังถล่ม ไหลจมทะเลทั้งหลัง 3 ชีวิต พ่อ แม่ ลูก ตัดสินใจขึ้นเรือหนีตาย เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! เจอคลื่นซัดเรืออับปางล่มกลางทะเล เด็กชายวัย 7 ขวบ จมน้ำเสียชีวิต นายสุรพล เกื่อกาล อายุ 52 ปี บิดาของเด็กชายวัย 7 ขวบ เล่านาทีชีวิตว่า ตนเองปลูกบ้านพักอยู่ริมทะเลชายฝั่ง ห่างจากจุดพบเจอลูกเมียประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อช่วงตี 3 ที่ผ่านมา เกิดพายุฝนทั้งลมแรงพัดถล่มบ้านที่อยู่ชายทะเล ซึ่งปลูกเป็นลักษณะเพิงพัก ไม่ได้มีความมั่นคงแข็งแรงมากนัก ช่วงเกิดเหตุพายุเข้านั้น บ้านพักทำท่าจะถล่มลงมา ตนเองจึงรีบพาบุตรชายและภรรยาหนีตายด้วยการขึ้นเรือเล็ก ขับออกมาจากบ้านพัก เพื่อให้พ้นรัศมีของบ้านหากพังถล่มหวังเพียงว่าจะปลอดภัย สุดท้ายเจอคลื่นยักษ์ซัดเรือของตนเองทำให้เรือล่มลงกลางทะเล ตนเองและภรรยาและลูก ถูกซัดแยกคนละทิศคนละทาง ลูกเมียไปทางตนเองไปทาง จากนั้นตนเองพยามว่ายสู้คลื่นน้ำทะเลเข้าไปหาลูกเมียจนประชิดตัวได้ พยามลอยคอหาที่ยึดเกี่ยวเพื่อเอาชีวิตรอด จังหวะนั้นภรรยาและลูก ถูกน้ำซัดออกห่างไปอีก ตนเองพยามยื่นไม้ให้ลูกเมียเกาะจับไว้ แต่ด้วยความแรงของน้ำและคลื่นทำให้ภรรยาและลูกถูกน้ำซัดหายไปอีกครั้ง ซึ่งตนเองคิดในใจว่าหากเป็นเช่นนี้ ภรรยาและลูกคงไม่มีชีวิตรอดแน่ ถึงแม้จะพยามช่วยเหลือเต็มที่แล้วแต่ก็สู้กับแรงน้ำไม่ไปไหว พากันลอยคอไร้ทิศทาง จนกระทั่งรุ่งเช้าตนเองได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านขึ้นฝั่งส่วนภรรยาและลูกไม่ทราบชะตากรรมจึงช่วยกันออกตามหาจนมาทราบว่ามีเรือชาวบ้านไปพบเจอและช่วยเหลือขึ้นฝั่งแต่สุดท้ายภรรยารอดชีวิต ส่วนบุตรชายสำลักน้ำเสียชีวิตแล้ว นางสาวจงกล สง่างาม อายุ 42 ปี มารดา เล่าทั้งน้ำตาและก้มหอมแก้มลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย หลังเจอพายุซัดบ้านจมหายไปตนเองและสามีและลูกจึงพากันขึ้นเรือ หวังหนีตายแต่สุดท้ายเจอคลื่นยักษ์ซัดจนเรือล่ม ตนเองตัดสินใจกอดตัวลูกชายไว้แน่นคาอกไม่ยอมให้หลุด เพราะลูกชายว่ายน้ำไม่เป็น ลอยคอและถูกน้ำซัดจนไปติดต้นไม้ หวังว่าลูกชายจะรอดแต่สุดท้ายสำลักน้ำตายคาอก ขณะที่นาย นที อ่ำถนอม พลเมืองดี ที่ขับเรือเข้าช่วยเหลือสองแม่ลูกเล่าว่า ขณะที่ตนเองขับเรือกำลังผ่านจุดที่เจอแม่ลูก ตนเองได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนว่า ช่วยด้วยช่วยด้วย จึงดับเครื่องเรือและมองหาเสียงนั้น ตอนแรกก็มองหาไม่เห็นแต่ก็ไม่ได้ละความพยายามมองหาจนไปเจอหญิงคนหนึ่งลอยคอเกาะติดกิ่งแสมอยู่จึงเทียบเรือเข้าไปช่วย แต่ต้องตะลึงเพราะไม่ได้มีแค่หญิงรายเดียวพบว่าหญิงคนดังกล่าวกอดลูกชายไว้แน่นคาอก จึงรีบนำตัวขึ้นเรือและเข้าฝั่งจากนั้นพบว่าบุตรชายของหญิงคนดังกล่าวนั้นหมดสติแล้วจึงโทรหารถพยาบาลและช่วยปั้มหัวใจเบื้องต้นแต่สุดท้ายก็ไม่ทันการณ์เด็กชายวัย 7 ขวบ เสียชีวิตแล้ว เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง สลด! พิษโควิด 2 ตายายขายผลไม้ หนี้ท่วม ผูกคอดับคู่ หนุ่มตีเมียดับสลดคาที่พัก สารภาพขาดสติ-อารมณ์ชั่ววูบ ขอชดใช้กรรม

สุดเศร้า… พายุฝนถล่ม!! พัดต้นไม้โค่นทับช้างตาย 3 แถมบ้านเรือน ปชช.พังยับ

 สุดเศร้า… พายุฝนถล่ม!! พัดต้นไม้โค่นทับช้างตาย 3 แถมบ้านเรือน ปชช.พังยับ วันที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 11.19 น.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดพายุฝนและลูกเห็บพัดถล่มในพื้นที่ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 14. เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 50 หลังคาเรือน และมีช้างถูกต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มทับตายคาที่ 2 เชือก คือ พังแม่มูล อายุ 40 ปี กับลูกน้อยพลายแบงค์ อายุ 3 ขวบครึ่ง และยังมีช้างบาดเจ็บอีก 4 เชือก บริเวณปางช้างแม่วาง เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลช้างลำปาง เพื่อให้การช่วยเหลือเร่งด่วน ซึ่งล่าสุดเช้าวันนี้ มีรายงานว่าช้าง พลายชื่อโจ๊ก ที่บาดเจ็บสาหัส ได้ล้มลงเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางเข้าช่วยเหลือ มีทีมเข้ารักษาช้างหน้างาน จากสมาคมสหพันธ์ช้างไทย และศูนย์วิจัยช้างและสัตว์ป่าคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยช้างทั้งหมดอยู่ปางชื่อปางช้างแม่วาง ภายใต้มลูนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม พายุฝนถล่ม แม่วิน จ.เชียงใหม่ กลางดึก ลูกเห็บตก พัดต้นไม้โค่นล้มทับช้างตาย 3 เชือก สพ.ญ.สิตฏยา จรรยาเมธากุล สัตวแพทย์สมาคมสหพันธ์ช้างไทย เปิดเผยว่า เรื่องน่าเศร้านี้เกิดขึ้นเมื่อเย็นวานนี้โดยช้างปางช้างแห่งนี้มีทั้งหมด 6 เชือกขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและเกิดต้นตะเคียนฝั่งตรงข้ามโรงฟาดลงมา โดนช้างทั้งหมด 3 เชือก ตาย 2 เชือก และบาดเจ็บสาหัส 1 เชือก ตอนนี้สมาพันธ์ช้างไทยพร้อมด้วยทีมสัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ลงพื้นที่มาดูช้างที่บาดเจ็บสาหัสกะโหลกยุบ ที่ถูกต้นไม้ล้มใส่   สพ.ญ.สิตฏยา กล่าวต่อว่า ซึ่งทีมสัตวแพทย์ได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือชีวิตช้างที่บาดเจ็บสาหัส และช้างก็สิ้นใจตายไปในเวลา 22.00 น.ของคืนที่ผ่านมา ซึ่งทีมสัตวแพทย์ที่เข้ามารักษาได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ในส่วนช้างที่เหลืออีก 2 เชือกที่ถูกกิ่งไม้ฟาดลงมาก็จะมีอาการบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่ง ตอนนี้ได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง แล้ว สพ.ญ.สิตฏยา กล่าวอีกว่า และขณะนี้มีช้างที่ยังเหลืออยู่ในปางแห่งนี้อีก 1 เชือก ชื่อ น้องแพรวา ซึ่งจากการตรวจสภาพร่างกายแล้วพบว่าไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ตอนนี้ทีมสัตวแพทย์ได้ประเมินดูอาการแล้วเพราะว่าน้องปลอดภัยดี ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ข่าวที่เกี่ยวข้อง พายุฤดูร้อนถล่มโคราช บ้านเสียหายกว่า 90 หลัง ต้นไม้ใหญ่หักโค่นกีดขวางถนน อุตุฯ เตือน “พายุฤดูร้อน” ถล่มไทย! “พายุฤดูร้อน” ถล่มโคราช น้ำไหลหลากท่วมบ้าน

พายุฤดูร้อนถล่มโคราช บ้านเสียหายกว่า 90 หลัง ต้นไม้ใหญ่หักโค่นกีดขวางถนน

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา เกิดเหตุ พายุฤดูร้อน พัดถล่มพื้นที่ ต.ตูม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ส่งผลกระทบรวม 6 หมู่บ้าน ประกอบ หมู่ที่ 4, 7, 11, 12, 14 และ 16 โดยมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 92 หลังคาเรือน ในจำนวนนั้นพังเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ 17 หลังคาเรือน โดยเฉพาะบ้านของ นางนันทนิตย์ เกียรติสูงเนิน อายุ 52 ปี ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านสวนหอม ม.14 ถูกลมพายุพัดหลังคาและฝาบ้านบริเวณชั้น 2 ปลิวหายและพังถล่มลงมาเกือบทั้งหลัง ซึ่งนางนันทนิตย์ กล่าวว่า ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยประสบมา และยังไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนมาซ่อมแซมบ้านที่พังเกือบทั้งหลังเช่นนี้   นางนันทนิตย์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นวันนี้ต้องพาครอบครัวไปอาศัยอยู่กับบ้านญาติไปพลาง ๆ ก่อน จึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลตูม ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายเพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการเป็นการเร่งด่วนแล้ว   นอกจากนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ได้ขอสรุปสถานการณ์วาตภัย วันที่ 1 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ช่วงเวลา 15.00-16.45 น. ว่า เกิดวาตภัยเพิ่มเติมอีกในพื้นที่ 2 อำเภอ 3 ตำบล 1 เทศบาลเมือง 6 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.ปากช่อง เกิดเหตุลมพัดต้นไม้ล้มพาดสายไฟ เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าล้ม 15 ต้น ที่บริเวณถนนสาย นิคมสำตะคอง สาย 2235 หน้าวัดคลองทราย ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง เจ้าหน้าที่ได้เข้าให้การช่วยเหลือตัดต้นไม้ที่ล้มและสำรวจความเสียหายแล้ว และในเขตเทศบาลเมืองเมืองปากช่อง เกิดลมกระโชกแรง พัดเสาไฟสัญญาจราจร 1 ต้น บริเวณแยกเขาแคน-ซับสนุ่น เสียหายกับมีต้นไม้ล้มทับรถยนต์บริเวณถนนมิตรภาพสายเก่า ส่วนที่ อ.สูงเนิน บ้านเรือนในพื้นที่ ม.2, 4, 12, 13 ต.เสมา และ ม.14 ต.มะเกลือเก่า ได้รับความเสียหาย 8 หลัง ทางอำเภอสูงเนิน และ อปท. ในพื้นที่ ได้เข้าให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบแล้ว

1 2 3