สรุปไทม์ไลน์ดราม่า บ่อบาดาลของ #พิมรี่พาย ทั้งหมด!

หลังจากที่ พิมรี่พาย ไปเจาะบ่อบาดาลให้ชาวบ้านที่ จ.ยโสธร เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตร โดยใช้เงินส่วนตัวแค่ 1.9 แสนบาทเท่านั้น จึงทำให้คนไปยกข่าวเก่าเมื่อมกราคม 2563 ซึ่งลงในสื่อว่า “ครม.อนุมัติงบ 3 พันล้าน ขุดบ่อบาดาลทั่วประเทศ แก้ปัญหาภัยแล้ง” และตั้งข้อสงสัยว่าทำไมงบมหาศาลขนาดนี้แต่ชาวบ้านยังไม่มีน้ำใช้ แล้วทำไมใช้งบสูงกว่าพิมรี่พายมาก ข่าวที่เกี่ยวข้อง “บิ๊กป้อม” แจง ดราม่า “บ่อบาดาล” รัฐเจาะ 1.8 ล้าน ส่วนพิมรี่พายเจาะ 1.9 แสนบาทเท่านั้น!! พิมรี่พายถึงกับ หลั่งน้ำตา หลังเดินหน้าทำสิ่งนี้!! นักข่าวจึงไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ซึ่งท่านตอบว่า ราคาขุดเจาะขึ้นอยู่กับความลึก ถ้าขุดลึกก็แพง ถ้าขุดตื้นก็ถูก การขุดบ่อลึก 300-400 เมตร จะให้ราคาเท่าบ่อลึก 30 เมตรได้ยังไง ท่อที่ใส่ลงไปก็ไม่เหมือนกัน ยืนยันว่าทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ต่อมาอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ่อบาดาลของพิมรี่พาย พบว่าบ่อลึก 40 เมตร ใช้ท่อขนาด 6 นิ้ว มีแผงโซลาร์เซลล์ 4 แผง 340 วัตต์ และปั๊มน้ำขนาด 1 แรงครึ่ง มีการสูบน้ำมาใช้ปลูกพืชผักสวนครัวและเลี้ยงวัวในพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เกษตร อธิบดีฯ กล่าวว่าบ่อบาดาลของพิมรี่พายเล็กกว่าบ่อที่กรมขุดหลายสิบเท่า ราคาจึงต่างกัน และบ่อก็ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการเทปูนซีลปากบ่อ หากมีปัญหาจะเกิดการปนเปื้อนลงไปชั้นน้ำใต้ดินได้ และที่สำคัญ หมู่บ้านนี้ไม่เคยมีคำร้องขอให้กรมเข้าไปช่วยขุดบ่อบาดาล และสภาพพื้นที่ไม่ใช่โซนที่ขาดแคลนน้ำผิวดิน อธิบดีฯ บอกว่าเรื่องที่วิจารณ์กันในโซเชียลฯ สร้างความสับสนและเข้าใจผิดต่อหน่วยงานราชการ ตนได้ทำความเข้าใจกับชุมชนและผู้นำท้องถิ่นแล้ว ไม่อยากให้ทุกคนที่เข้าไปช่วยเหลือเสียกำลังใจ ต่อมาพิมรี่พายได้พูดถึงเรื่องนี้ขณะไลฟ์ขายของว่า “ทุกครั้งที่ทำบุญต้องมีดราม่า แต่ก็เป็นเรื่องดีที่สังคมพูดถึง เพราะเมื่อก่อนประชาชนไม่มีสิทธิ์รับรู้ว่าเอาเงินหลวงไปใช้ทำอะไรบ้าง แต่ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไป พอมีดราม่า ประชาชนก็สงสัย หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ได้ออกมาชี้แจง” พิมรี่พายบอกอีกว่า “ทุกวันนี้โลกเรามีแต่คนเก่งเยอะขึ้นทุกวัน คนเก่งยืนเบียดเสียดกันเยอะมากจนไม่มีที่ให้คนโง่ยืนเลย แต่สิ่งหนึ่งที่โลกนี้ยังขาดอยู่ คือยังขาดคนที่พยายามจะเข้าใจคนอื่น” เจ้าตัวบอกว่า จะไม่หยุดทำ และไม่ต้องมาเซฟพิมรี่พาย เธอไม่ต้องการกำลังใจ เพราะกำลังใจที่ได้มามันจอมปลอม วันหนึ่งถ้าเธอทำผิดเขาก็ถอนกำลังใจออกไป เธอจะยืนหยัดในสิ่งที่ทำ และคิดหน้าคิดหลังให้ดีว่าสิ่งที่ทำไปจะมีผลกระทบกับใครบ้าง ส่วนเรื่องการขุดบ่อบาดาล เธอดูแล้วว่าไม่ได้กระทบกับใคร ไฟฟ้าก็ใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ เธอทำทิ้งไว้ถ้าเขามาใช้เธอก็ยินดี ถ้าเขาไปได้ที่ดีกว่า ก็ให้เขาไปใช้ที่ดีกว่าได้เลย พิมรี่พายยังฝากถึงผู้ใหญ่ว่า “อย่ามองว่าเด็กสมัยนี้ไร้สาระ บางคนเป็นยูทูบเบอร์ เป็นเกมสตรีมเมอร์ เขาได้ทำสิ่งที่เขาชอบ ได้สร้างความมั่นใจ และหาเงินได้ด้วย เด็กรุ่นต่อไปเวลาเขานัดกันไปเที่ยวตามแก่งตามป่า เขาจะแวะทำบุญดูแลชุมชนไปด้วย” เจ้าตัวเสริมอีกว่า “อยากให้ผู้ใหญ่มองโลกเป็นบวกบ้าง อย่ายึดติดกับอะไรเดิม ๆ ส่วนผู้ใหญ่ท่านใดที่ยังมีข้อครหากับเด็กอยู่ พิมก็ขออนุญาตแนะนำว่า ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ ทำให้เด็กมันเห็นดีกว่า เพราะถ้ายิ่งพูดไป เด็กมันจะยิ่งขำเอาเปล่า ๆ ส่วนบ่อบาดาลที่พิมไม่ได้ขุดเข้าไปลึกเนี่ย เพราะว่าพิมกลัวเจอนรกค่ะ” ดูไลฟ์ที่นี่ https://www.facebook.com/pimrypie.cosmatic/videos/800905377194449/

พล.อ.ประวิตร ชี้แจง พลทหารบริการต้องสมัครใจ ยกเลิกระบบรับใช้ไปนานแล้ว

พร้อมกับชี้ว่า การส่งตัวหรือขอยืมตัวพลทหาร ผู้บังคับบัญชาจะบีบบังคับไม่ได้ ส่วนผลสอบข้อเท็จจริง กรณีคลิปพลทหารเลี้ยงไก่สรุปแล้ว และเตรียมรายงานผู้บัญชาการทหารบกพรุ่งนี้ (18 ก.ค.) โดยผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการยกเลิกพลทหารรับใช้ พลเอกประวิตร ชี้แจงว่า “กองทัพยกเลิกอยู่แล้ว…ยกเลิกไปนานแล้ว ไม่มีระบบนี้” เว้นแต่การขอตัวไปเป็นพลทหารบริการ ซึ่งถือเป็นความสมัครใจ ผู้บังคับบัญชาไม่สามารถบีบบังคับได้ และกรณีคลิปพลทหารเลี้ยงไก่ ได้กำชับให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ผู้บังคับบัญชาการจะต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจน   ขณะที่ พลตรี สุเทพ นพวิง ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ยืนยันผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีคลิปพลทหารเลี้ยงไก่สรุปแล้ว และเตรียมที่จะรายงานผู้บังคับบัญชา แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ทั้งนี้ จะถึงมือพลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในวันพรุ่งนี้ สำหรับประกาศของกองทัพบก ปี พ.ศ.2544 เรื่องการบริหารจัดการทหารสมัครใจ อายุ 18 – 20 ปี นั้น พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ระบุว่า สิ้นสุดในทางปฏิบัติไปแล้ว จะมีก็แต่การเรียกทหารกองเกิน อายุ 21 ปีขึ้นไป ซึ่งกองทัพก็จะพิจารณาบรรจุงานให้สอดรับกับวัยวุฒิและคุณวุฒิเฉพาะบุคคล ทั้งพลบริหาร พลปืนเล็ก พลลาดตระเวน หรือตามตำแหน่งในภารกิจที่เหมาะสม

 พล.อ.ประวิตร แจงเรื่องนาฬิกาจบแล้ว ไม่ให้สัมภาษณ์อีก ทั้งยังลั่น คสช.ไม่เคยคอรัปชั่น

หลังจากไม่กี่วันก่อนที่ ป.ป.ช.สรุปการประชุมคณะกรรมการ เรื่องปมนาฬิกาหรูของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็เป็นคำถามคาใจในสังคมว่าจะเป็นยังไงต่อกับคดีนี้ วันนี้ 2 เม.ย. ที่ที่กระทรวงกลาโหม “บิ๊กป้อม” ก็ได้ออกมาตอบว่า จะไม่ให้สัมภาษณ์เรื่อง นาฬิกา อีกแล้ว เพราะทุกอย่างจบแล้ว  พร้อมยังกล่าวต่ออีกว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านในยุค คสช. มีแต่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายทุจริตในช่วงที่ผ่านมา ย้อนหลังหลายปี ส่วน คสช.ไม่เคยมีการคอรัปชั่น ส่วนเรื่องการตรวจสอบตู้น้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของศูนย์อำนวบการลริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้( ศอ.บต.)นั้น ขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ภายใน 30 วัน ทั้งกระบวนการจัดหา ว่ามีการทุจริตอย่างไร ซึ่งการตรวจสอบทุกอย่างเป็นไปตามมติ ครม.  

หนุ่มจุดธูป36 ดอก ขอให้ดลใจพลเอกประวิตรฯ เข้าชี้แจงประเด็นนาฬิกาหรู กับปปช.

สน.ดุสิต รายงานเหตุ นายเอกชัย หงส์กังวานแลุะนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ เดินทางมาที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลเพื่อ จุดธูป 36 ดอกเพื่อปัดเป่าเสนียดจัญไรที่ขัดขวางความคืบหน้าในกรณีนาฬิกาหรู 25 เรือน (หรือมากกว่า) ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พร้มกับ สีซอ ให้คสช.ฟังด้วยเพลง “เขมรไล่ควาย” ที่ติดค้างจากการชุมนุมในวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงนายเอกชัยฯและนายโชคชัยฯ ได้กล่าวว่ามาในวันนี้เพื่อจุดธูป 36 ดอก ขอให้ดลใจพลเอกประวิตรฯ เข้าชี้แจงประเด็นนาฬิกาหรู กับปปช. และแสดงสีซอเพลงเขมรไล่ควาย ให้กับออเจ้าประวิตรฯ เพราะพักหลังๆ ท่านหูตาฟ่าฟางและหูไม่ดี ต่อมาเวลา 10.05 น.ยุติการจุดธูปและการสีซอ และเดินเพื่อเดินทางไปที่ศาลแขวงดุสิต เพื่อพบอัยการกรณีฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ที่ 3/2558 กรณีชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 61และ นายเอกชัยฯและนายโชคชัยฯ เดินทางไปศาลแขวงดุสิต โดยรถประจำทางสาย 509 เบื้องต้นไม่พบรายงานของความวุ่นวายพื้นที่ดังกล่าว     Cr./รูปสืบสวนดุสิต/ศูนย์ข่าวโยธี

เลขาธิการ ป.ป.ช. ชี้แจง พล.อ.ประวิตร ยังไม่ได้มีคำชี้แจงใดๆ ส่งมาที่ ป.ป.ช. จะครบกำหนด 15 มี.ค.นี้

อาจมีข่าวอื่นหลายกระแสจนบางคนอาจลืมไป ว่ายังมีปม นาฬิกาหรูยืมเพื่อนใส่ ที่ยังเคลียร์ไม่ได้อยู่ เมื่อวันที่ 14 มี.ค.61 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการถือครองนาฬิกาหรู 25 เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า ความคืบหน้าเรื่องนี้ต้องถามเลขาธิการ ป.ป.ช. ทราบว่าล่าสุดได้ส่งหนังสือให้ พล.อ.ประวิตรได้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับนาฬิกาทั้ง 25 เรือน คาดว่าในเวลาอันใกล้นี้คงจะครบถ้วน แต่ส่วนตัวบอกแล้วว่าจะไม่เข้าพิจารณาในเรื่องนี้ เมื่อมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตนจะออกจากห้องประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่า มีประเด็นอื่นอีกหรือไม่ที่จะต้องพิจารณา เพราะดูเหมือน ป.ป.ช.พิจารณาตามที่สื่อออนไลน์ได้นำเสนอว่า มีนาฬิกา 25 เรือน พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เท่าที่ทราบได้มีการดำเนินการตรวจสอบ เพราะไม่ได้ดูเฉพาะเรื่องที่มีคนแจ้งเข้ามา กระบวนการตรวจสอบนั้นมีขั้นตอนและแนวทางการปฏิบัติของสำนักตรวจสอบทรัพย์สินอยู่แล้ว มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.กำกับดูแลเรื่องนี้อยู่ โดย น.ส.สุภาเป็นคนละเอียดอยู่แล้ว เมื่อถามว่า การที่ประธาน ป.ป.ช.ถอนตัวในการพิจารณาจะทำให้คนเชื่อมั่นใน ป.ป.ช.มากขึ้นจริงหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ใช่เฉพาะตน แต่เกี่ยวข้องกับกรรมการทุกคน โดยกฎหมายแล้วถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องจะไม่สามารถเข้าไปพิจารณาได้ เพื่อความเป็นธรรมและความถูกต้อง จะได้ไม่ต้องมาเป็นข้อครหา และถ้าทำผิดจะถูกลงโทษสองเท่า ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ว่า ขณะนี้ พล.อ.ประวิตรยังไม่ได้มีคำชี้แจงใดๆ ส่งมาที่ ป.ป.ช. ทั้งที่จะครบกำหนดในวันที่ 15 มี.ค.นี้ เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรมีสิทธิขอขยายเวลาในการชี้แจงได้อีกหรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า อย่าพึ่งพูดถึงขั้นตอนดังกล่าว รอให้ พล.อ.ประวิตรชี้แจงมาเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนขณะนี้อยู่ในชั้นการทำงานของสำนักงานป.ป.ช. ที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อเท็จจริง เมื่อเสร็จจากขั้นตอนของสำนักงานแล้วจึงสรุปเรื่องส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า ขณะนี้ภายในคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร มีข้อถกเถียงกัน ว่าจะเชิญ พล.อ.ประวิตรมาให้ถ้อยคำด้วยตัวเองหรือไม่ โดยฝ่ายที่อยากให้เชิญมาให้ถ้อยคำเห็นว่า จะได้มีการสอบถามรายละเอียดได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาในการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรกันไปมา แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเห็นว่า ยังไม่จำเป็นถึงขั้นที่จะต้องให้มาชี้แจงด้วยตัวเอง โดยตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และขอให้รอการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งที่ 4 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 15 มี.ค.นี้ก่อน ที่จะดำเนินการในขั้นต่อไป

1 2