แฉกันชัดๆ เอกสารหลักฐานคดีทายาทกระทิงแดง พยายามปั้นเรื่องเพื่อพลิกคดี โยนความผิดไปให้ผู้ตาย

“รสนา” เปิดเอกสาร กมธ.สนช.ชี้ชัด “ธานี” นำทีมปั้นรายงานลดความเร็วรถ “บอส อยู่วิทยา” เพื่อขอความเป็นธรรม แต่ถูกอัยการสูงสุด 2 คนก่อนสั่งยุติทั้งหมด จน อสส.คนปัจจุบันเข้ามา มี “ไอ่โม่ง” นำรายงาน กมธ.สนช.มาปัดฝุ่นยื่นขอความเป็นธรรมอีกครั้ง นำไปสู่การใช้ “ดุลพินิจใหม่” จากหลักฐานเก่าที่เคยถูกตีตกไปแล้ว พลิกคดีเป็นสั่งไม่ฟ้อง เป็นกระบวนการสมคบคิดเพื่อตัดตอนไม่ให้ผู้ต้องหามีคดีติดตัว ด้วยอำนาจเงินและคอนเนกชันหรือไม่ ภายหลังจาก น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้ยื่นหนังสือขอเอกสารกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตํารวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เกี่ยวกับการพิจารณาเรื่องร้องขอความเป็นธรรมในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ล่าสุด วันนี้ (15 ส.ค.) น.ส.รสนา ได้โพสต์ภาพเอกสารกรรมาธิการ สนช.ดังกล่าว พร้อมแสดงความเห็นทางเฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล ว่า “คดี วรยุทธ อยู่วิทยา คือ กระบวนการสมคบคิดตัดตอนคดี ใช่หรือไม่ “เอกสารรายงานบันทึกการประชุม และหนังสือนำส่งอัยการของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติ (กมธ.สนช.) กรณีข้อร้องเรียนขอความเป็นธรรมในคดีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่ดิฉันได้รับจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ประกอบด้วย รายละเอียดการประชุมของคณะกรรมาธิการที่พิจารณาการร้องขอความเป็นธรรมจากทนายของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา และหนังสือนำส่งรายงานไปถึงอัยการสูงสุด และ อธิบดีอัยการ สำนักคดีอาญากรุงเทพใต้ สาระหลักในรายงานพิจารณาศึกษาสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ของ กมธ.สนช.อยู่ที่การนำเสนอเรื่องความเร็วรถที่นายวรยุทธขับชน ดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ ถึงแก่ความตายว่าเป็นการขับในความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. จึงไม่ใช่การขับรถโดยประมาทที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต แต่เป็นเหตุสุดวิสัยที่ผู้ตายขับรถสวนเลนเข้ามากะทันหัน พร้อมพยานบุคคลที่มายืนยันเรื่องความเร็วรถ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว  หลังจากที่ กมธ.สนช.ประชุม และตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา เรื่อง ร้องขอความเป็นธรรมกรณีการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมี นายธานี อ่อนละเอียด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน การทำรายงานของ นายธานี อ่อนละเอียด คือ การแสดงหลักฐานว่าความเร็วรถที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับไม่เกินกฎหมายกำหนด และมีพยานบุคคล ทั้งนักวิชาการอย่าง ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาคำนวณความเร็วรถและพยานบุคคลอีก 2 คน ที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ที่นายวรยุทธ ขับรถ 50-60 กม./ชม. หลังจากทำรายงานเสร็จประธานคณะกรรมาธิการ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ได้ลงนามหนังสือนำส่งพร้อมรายงานไปถึงอัยการสูงสุด และ อธิบดีอัยการสำนักคดีอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งมีหนังสือไปถึงอัยการสูงสุด และอธิบดีอัยการฯ 2 ครั้ง 1) ครั้งแรกเมื่อ 22 ธันวาคม 2559 ในหนังสือนำส่งอัยการสูงสุด และอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ พร้อมรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องความเร็วของรถนายวรยุทธ อยู่วิทยา 2) ครั้งที่ 2 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 หนังสือทวงถามผลการพิจารณาจากอัยการสูงสุด และ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เกี่ยวกับผลของคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา 3) ต่อมาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ได้ตอบคณะกรรมาธิการ ว่า กรณีขอให้สอบสวนรองศาสตราจารย์ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว และได้เสนอเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องให้อัยการสูงสุดพิจารณา ซึ่งต่อมาอัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม 4) ต่อมาวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ตอบคณะกรรมาธิการ สนช.โดยสรุปว่า อัยการสูงสุด (ร.ต.ต พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร) ได้พิจารณาความเห็นของรองศาสตราจารย์ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม เห็นว่า เป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่ยังไม่เคยพิจารณามาก่อน ส่วนหลักฐานอื่นได้พิจารณายุติไปแล้ว และเห็นว่าความเห็นของ ดร.สายประสิทธิ์ […]

พนักงานสอบสวนจะว่าไง หมอฟันของ บอส อยู่วิทยา ยืนยันด้วยตัวเอง ไม่ได้ใช้โคเคนในการรักษา

จากกรณี มีการเปิดเผยในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ว่า เรื่องสารเสพติดโคเคนที่พบในตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส นั้น พนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่าได้รับการยืนยันจากหมอฟันว่า สารที่ตรวจพบในร่างกายของนายวรยุทธเป็นยาที่ให้ผู้ต้องหารักษาฟันที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ ทำให้ไม่สั่งฟ้องเรื่องสารเสพติด ทพ.เผด็จ ตั้งงามสกุล อุปนายกคนที่ 1 ทันตแพทยสภา กล่าวว่า ขณะนี้ทันตแพทย์ที่รักษานายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ได้ติดต่อมาเป็นการส่วนตัวกับทางกรรมการทันตแพทยสภาท่านหนึ่ง โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีการใช้โคเคนในการรักษาฟัน เพราะคลินิกทันตกรรมหรือในวงการทันตกรรมไม่มีการใช้สารโคเคนอยู่แล้ว เพราะเป็นยาเสพติด จะมีการใช้เพียงยาชาที่อนุญาตทางทันตกรรมเท่านั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเชิญทันตแพทย์รายดังกล่าวมาหรือไม่ ทพ.เผด็จ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอให้เขาพร้อม และเตรียมข้อมูลการรักษา เนื่องจากผ่านมา 7 ปีกว่า แต่ที่เขาจำได้ คือ เขายืนยันว่าไม่ได้ใช้โคเคน ซึ่งเขาก็สงสัยว่า เพราะเหตุใดจึงมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่สอบสวนบอกว่า มีการใช้สารโคเคน อย่างไรก็ตาม ทันตแพทยสภาขอรอเวลาสักระยะ เพื่อติดต่อและประสานในการให้ข้อมูล เนื่องจากปัจจุบันก็ยังมีคณะกรรมการอีกชุดที่ทางนายกรัฐมนตรีตั้ง ดังนั้น คงต้องมีหลายฝ่ายอยู่ในการดำเนินการเรื่องนี้ แต่ขอยืนยันว่า ไม่มีการใช้โคเคนในวงการทันตกรรมแน่นอน  

งงกันทั้งประเทศ? ผลตรวจพบสารโคเคนในร่างกาย บอส อยู่วิทยา กลายเป็นแค่ยารักษาฟันเฉยๆ

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษก กมธ.ตำรวจ เปิดถึงสารเสพติดที่ถูกตรวจพบในตัว “บอส อยู่วิทยา” ว่า เรื่องสารเสพติดโคเคนที่พบในตัวผู้ต้องหานั้น พนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่าได้รับการยืนยันจาก หมอฟันว่าสารที่ตรวจพบในร่างกายนายบอสเป็นยาที่ให้ผู้ต้องหาในการรักษาฟันที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ ทำให้ไม่สั่งฟ้องเรื่องสารเสพติด ส่วนการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ต้องหา หลังจากเกิดเหตุไปแล้ว 10 ชั่วโมง ก็ยังพบปริมาณแอลกอฮอล์ 60 มิลลิกรัม แต่ผู้ต้องหายืนยัน เป็นการดื่มหลังเกิดเหตุ เพราะเครียด ไม่ได้ดื่มสุราระหว่างขับรถ แต่กมธ.ยังติดใจว่า ช่วงเวลาที่ห่างกัน 10 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาไปกินอาหารหรืออะไรบางอย่าง เพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลงหรือไม่.