2 พส.ยอมปรับไลฟ์!! ฝ่าดราม่าผู้ใหญ่ติงไม่สำรวม

  เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แห่งวัดสร้อยทอง ได้เดินทางมาพบกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงประเด็นการไลฟ์ ซึ่งถูกมองว่า ไม่สำรวมนั้น พระมหาสมปอง เปิดเผยก่อนชี้แจง กมธ.ศาสนา ว่า ไม่ได้เตรียมอะไรมา ท่านถามอะไรมา ว่า ตรงไหนบ้างที่ขาด หรือเกิน ก็ตอบไป ภาพแรกอาจจะเป็นการที่เราทั้งสองพบกันครั้งแรก วันนี้ก็จะเริ่มเข้าเนื้อหา เด็กๆ ก็อาจจะหลับได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง มาแล้วววว!!อดีตพุทธะอิสระ สวดยับ 2พส. ชี้สอนธรรมะต้องมี5คุณสมบัติ? นักเขียนดัง อ้างถ้า 2 พส. ไม่มีวัดอยู่ พร้อมบริจาคที่ดิน เมื่อถามว่ามองอย่างไรถึงประเด็นที่ถูกตำหนิว่า ไม่สำรวม พระมหาสมปอง กล่าวว่า กังวลเพราะผู้ใหญ่ก็คงเป็นห่วงมาก กมธ. มีหน้าที่ปกป้อง คุ้มครองศาสนาอยู่แล้ว ก็คงจะคุ้มครองเรา ต่อจากนี้ ก็จะ รลล. ไลฟ์เรียบร้อยขึ้น ไม่ถึงกับเหมือนเดิม ขอให้เชื่อเราบรรยายธรรมมาเป็นยี่สิบปี จะบรรยายธรรมอย่างไร จัดการกับผู้ฟังแบบไหน พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า คุยกับหลายท่านออกทีวีมาก็เยอะ จริงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร เสียงหัวเราะไม่น่าเป็นปัญหาระดับชาติ การไลฟ์อาจจะไม่ถึงกับเหมือนเดิม แต่ก็จะปรับให้ดีขึ้น อย่างเมื่อวานมีโยมส่งภาพให้ดู ว่าลูกสามารถนั่งสมาธิได้หลังจากไม่เคยนั่งสมาธิ เมื่อถามว่านอกจาก กมธ.ศาสนาฯ มีหน่วยงานอื่นเรียกไปชี้แจงด้วยหรือไม่นั้นพระมหาสมปอง ตอบว่า จริงๆวันนี้มาเกือบทุกหน่วยงาน ซึ่งอาตมาก็พร้อมจะชี้แจงทุกประเด็น โดยหลังจากนี้หากมีหน่วยงานอื่นเชิญเข้าไปชี้แจงเพิ่มเติมอาตมาก็พร้อมที่จะเข้าไปชี้แจงทุกกรณี แต่ก็มีสิ่งที่อยากจะถามกลับทไปยัง กมธ.ศาสนาฯ เช่นเดียวกัน ในกรณีที่บอกว่า กมธ. มีหน้าที่อุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้มีใครอุปถัมถ์เลย ต่อไปพระรุ่นใหม่ ที่ฝึกฝนตนเอง กมธ. จะสนับสนุนพระรุ่นใหม่อย่างไร ทั้งนี้ พระมหาสมปอง ได้ฝากธรรมมะไว้ ก่อนที่จะขึ้นพบกรรมธิการว่า จงลืมเสียเถิดความหลัง จงสร้างปัจจุบันและอนาคตที่ดี ยังยืนยันว่าจะเน้นเผยแพร่พระพุทธศาสนาต่อแน่นอน คิดซะว่าการไลฟ์สดแต่ละครั้ง เหมือนการพรีเซนต์งานหน้าห้องเรียน แล้วอาจารย์คอมเมนต์ว่าต้องแก้ไขเพิ่ม หรือต้องเพิ่มเติมข้อมูลบางอย่าง ซึ่งอาตมาก็พร้อมทำ และทำให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ “อยากฝากถึง สว.สส.ว่า ในเมื่ออยากเป็น หรืออยากอยู่ในตำแหน่งนี้ก็จะต้องทำงานไปด้วย ก็ต้องทำงานให้สมกับที่อยากเป็น เหมือนกับที่อาตมาต้องการเผยแพร่ศาสนาเรื่อยๆ แต่จงจำไว้ว่า ธรรมชาติของตาอยู่ต่ำกว่าสมอง จงอย่าตัดสินแค่การมอง โดยการลืมไตร่ตรองด้วยสมองที่สูงส่ง ไม่ว่าจะเห็นอะไรอยากให้ตัดสินใจให้ดีก่อน หรือดูหนังให้จบม้วน ค่อยตัดสิน เพราะสมัยนี้โลกโซเชียลเร็ว และเรียลมากๆ” พระมหาสมปอง กล่าว หรือเอาคำพูดของพ่อพระพยอม”พ่อพยอมเทศน์คึกคะนองจังเลย มาอยู่ที่สวนโมกตั้ง 7 ปี พ่อพยอมบอกสั้นๆว่า ที่เทศน์คึกคะนองลองชั่งน้ำหนักดู ว่าโทษกับประโยชน์ อันไหนมากกว่ากัน” อาตมาเชื่อว่าทุกคนเพิ่มประโยชน์ได้ ด้านพระมหาไพรวัลย์ กล่าวเสริมว่า ถูกต้องทั้งหมดอาจจะไม่มี ไม่ถูกต้องทั้งหมดก็ไม่มีอยู่จริง อยากให้ชั่งใจเอาไว้ก่อน อาตมามองว่าการจะทำอะไรให้ถูกใจทุกคนคงยาก ตอนนี้คงต้องเอาอาตมา และพระมหาสมปองขึ้นชั่ง

นักเขียนดัง อ้างถ้า 2 พส. ไม่มีวัดอยู่ พร้อมบริจาคที่ดิน

จากกรณีการออกมาไลฟ์สดธรรมะของ 2 พส. คือ พระมหาไพรวัลย์ และ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แล้วมีกระแสข่าวว่า พระผู้ใหญ่ไม่ปลื้ม แล้วอาจไม่มีอนาคตในวงการสงฆ์ ตามข่าวที่เคยเสนอไปแล้วนั้น ข่าวที่เกี่ยวข้อง ศรีสุวรรณ ไม่ตลกด้วย! ร้องเอาผิด 2 พส. ปมไลฟ์สดเอาธรรมมะมาเล่นตลก มาแล้วววว!!อดีตพุทธะอิสระ สวดยับ 2พส. ชี้สอนธรรมะต้องมี5คุณสมบัติ? ต่อมา เฟซบุ๊ก ปราย พันแสง นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความ โดยระบุว่า ถ้า พส. ไม่มีวัดจะอยู่ มีที่ดินจะบริจาคให้ท่าน พส.สร้างวัดใหม่ อยากให้อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา บ้านเรามีพระเจ๋งๆ แบบนี้บ้าง ที่ดินวิวภูเขาแถวนี้สวย น้ำไม่ท่วม อากาศดี ไม่มีปัญหาหมอกควันไฟป่า สัญญาณมือถือ-อินเทอร์เน็ตก็ยอดเยี่ยมกว่าในกทม. มีมอเตอร์เวย์ใหม่ ไปกลับกรุงเทพฯ ใกล้นิดเดียว กำลังจะมีรถไฟความเร็วสูงด้วย ญาติโยมทุกสารทิศไปมาสะดวก พร้อมระบุต่อว่า สมัยนี้ไลฟ์ธรรมะจากตรงไหนก็ได้ ใครจะอยู่ตรงไหนก็ได้ตราบใดที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่การอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่แออัดยัดเยียด มันก็ดีสำหรับยุคโควิดนะ เพราะพวกเราชาวบ้านแถวนี้ยังใช้ชีวิตกันตามปกติ แค่สวมหน้ากากเวลาต้องเข้าใกล้กันเท่านั้น ทั้งนี้ พส.ท่านยังไม่ถูกขับออกจากวัด แค่ กมธ.ศาสนาเรียกตัวไปพบแค่นั้น ตอนนี้ท่านยังมีวัดอยู่.  

มาแล้วววว!!อดีตพุทธะอิสระ สวดยับ 2พส. ชี้สอนธรรมะต้องมี5คุณสมบัติ?

จากกรณี พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แห่งวัดสร้อยทอง ได้ไลฟ์สดเผยแพร่ธรรมะสะเทือนโซเชียล จนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ โดยผู้เข้าชมไลฟ์สดกว่า 2 แสน และตอนนี้ยังมีผู้เข้าชมย้อนหลังกันอีกถล่มทลายถูกใจคนรุ่นใหม่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันที่ 7 ก.ย.2564 นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ถามมา ตอบไป 7 กันยายน 2564 ข่าวที่เกี่ยวข้อง ศรีสุวรรณ ไม่ตลกด้วย! ร้องเอาผิด 2 พส. ปมไลฟ์สดเอาธรรมมะมาเล่นตลก “พระพยอม” วอนอย่าตำหนิ 2หลวงพี่พส. มีที่ไหนสอนธรรมะ คนดูไลฟ์ 2แสน ถาม ท่านรู้สึกยังไงกับเฟซบุ๊กไลฟ์ ของมหาสองรูปที่แสดงธรรม ออกมาเล่นตลกให้คนดู? ตอบ พฤติกรรมส่อถึงตัวตนของผู้กระทำ ผู้มีปัญญา มองแล้ว เห็นแล้ว รู้แล้ว ก็พอเข้าใจได้ว่า พระธรรมวินัยนี้คงจะไปหวังอะไรกับคนเก้อยาก ถาม ดราม่าที่เกิดขึ้นในกรณีเฟซบุ๊กไลฟ์ของมหาทั้งสองนี้ท่านมองอย่างไร? ตอบ ก็มหาออกมาพูดเองไม่ใช่หรือว่า เขาโนสน โนแคร์ เพราะเขามีมวลชนสนับสนุนเขาเป็นแสน ทำให้เขามีตัวตนดังที่เห็น เมื่อเขาเห็นจำนวนมวลชนยังสนับสนุนเขาจำนวนมากเสียขนาดนี้ ใยเขาต้องมาสนใจพระธรรมวินัย จารีตประเพณี และกฎเถรสมาคมอีกเล่า นั้นก็คงเป็นเพราะ เขายึดจำนวนมวลชนเป็นหลักนั่นเอง ถาม แล้วพระธรรมวินัยว่าอย่างไร กับการแสดงธรรม? ตอบ พระธรรมวินัยบอกไว้ชัดว่า ผู้ที่จะประกาศธรรม เผยแพร่ธรรม จักต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ 5 ประการ 1.แสดงธรรมไปโดยลำดับ 2.อธิบายชี้แจ้งให้เข้าใจตามหลักเหตุและผล 3.แสดงธรรมด้วยความเมตตา 4.แสดงธรรมธรรมโดยมิได้มุ่งหวังอามิส 5.แสดงธรรมโดยไม่กระทบผู้อื่น และยังต้องมีจุดมุ่งหมายในการแสดงธรรมเพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเบื่อหนาย ให้ผู้ฟังคลายความกำหนัด ความทะยานอยากเพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ฟัง เพื่อความดับภพ ชาติ บวชเรียนมาจนได้ปริญญา เรียนได้ถึงมหาเปรียญ เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังไม่รู้ ไม่รู้ก็ต้องบอกว่า โนคอมเมนต์แล้วล่ะ” อดีตพุทธะอิสระ ตอบปม พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง ชี้ เผยแพร่ธรรมต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ 5 ข้อ

มาตามนัด “พส มหาไพรวัลย์” ไลฟ์ล่าสุดฝ่ากระแสดราม่าไม่เหมาะสม ?!

จากกรณีพระนักเทศน์ชื่อดัง พระมหาไพรวัลย์ และ พระมหาสมปอง ที่ไลฟ์สอนธรรมะผ่านเพจเฟซบุ๊กด้วยบรรยากาศสนุกสนาน ขำขัน ซึ่งหลังมีการไลฟ์พร้อมกัน 2 รูป เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีคนเข้ามาชมกว่า 2 แสนคน ซึ่งต่อมาก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องความเหมาะสม จากนั้นพระเทพปฏิภาณวาที หรือ เจ้าคุณพิพิธ ออกมาเตือนว่าพระผู้ใหญ่ไม่ปลื้มนั้น และต่อมาพระพยอมก็ออกมาว่าไม่ควรไปว่า แต่มีอะไรควรเตือนมากกว่า ล่าสุดวันนี้  (5 ก.ย.64)  พระมหาไพรวัลย์ ได้ไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ “บอกว่าไม่มีสาระ แต่เวลาพูดธรรมะ ไม่เคยเข้ามาฟัง สภาพพพพ” ซึ่งท่านก็ได้ระบุว่า เห็นกระแสดราม่าตลอดทั้งวัน รวมถึงคำวิจารณ์ต่างๆ โดยได้กล่าวถึง พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ที่ให้สัมภาษณ์ชื่นชมว่า “มีที่ไหนคนฟังธรรมะสองแสนคน คนเสิร์ชเป็นล้าน มันอาจจะน้ำท่วมทุ่งสนุกสนานเบิกบานไปบ้าง แต่มันก็ดีที่เทศน์ให้สนุกสนานไม่ใช่เทศน์ให้ง่วง ให้เครียด ให้หลับ” ระบุว่า ข่าวที่เกี่ยวข้อง “นิกกี้” ทำชาวเน็ตฮือฮา หลัง ขอเกาะชายผ้าเหลือง “พระมหาไพรวัลย์” ‘พชร์ อานนท์’ อยาก นิมนต์ พระนักเทศน์ชื่อดัง 2 ท่านนี้!? ร่วมแสดงหนังด้วย “อาจารย์พยอมเนี่ยเป็นพระรูปเดียวเป็นเจ้าคุณรูปเดียวในประเทศไทย ที่คนจำชื่อสมณศักดิ์ไม่ได้ เป็นเจ้าคุณยังไงให้ไม่เหมือนเป็นเจ้าคุณ สภาพ เป็นเจ้าคุณยังไงไม่ต้องสร้างภาพก็ไปดูอาจารย์พยอมนะ เป็นเจ้าคุณเป็นพระราชาคณะในดวงใจที่ปฏิบัติดี ไม่ใช่แค่พูดดีอย่างเดียว ปฏิบัติดีด้วย แล้วคอมเมนต์ดีมาก พูดดีให้กำลังใจ คือเราฟังแล้วรู้สึกว่า นี่สิพระผู้ใหญ่ คือผู้ใหญ่ท่านต้องรู้เวลาท่านจะวิจารณ์พระรุ่นน้องต้องวิจารณ์ยังไง ไม่ลืมๆ กูก็เคยเป็นเหมือนมัน ก็เคยเป็นอย่างมัน นี่คือเจ้าคุณอาจารย์พยอม ท่านไม่ลืม แล้วท่านให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างตรงไปตรงมา ถ้าจะพูดก็ได้ ถ้าสมมติเจ้าคุณอาจารย์พยอมจะพูดก็ได้ว่า ไม่สำรวมไพรวัลย์ สมปอง เป็นพระต้องสำรวม ต้องปฏิบัติ ปลอม สภาพ ปลอมมากคนดูออก อาจารย์เจ้าคุณพยอมท่านไม่ปลอม ท่านก็รู้ว่าตัวท่านเคยเป็นยังไง ท่านก็บอก ชอบมากอันหนึ่งวันนี้ที่คุยกับพระอาจารย์สมปอง ท่านอาจารย์สมปองท่านยกคำพูดหลวงพ่อพุทธทาสบอกว่า เวลาทำอะไรให้ชั่งเอาว่าคุณหรือโทษมากกว่ากัน ถ้าประโยชน์มากกว่าก็ทำไปเถอะ” นอกจากนี้ พระมหาไพรวัลย์ยังได้ชื่นชม นายสิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีของท่าน โดยฝากแฟนเพจว่า อย่าไปด่าหรือทัวร์ลง เพราะเป็นแนวคิดที่สำนักงานพุทธฯ ควรจะทำมานานแล้ว.พระมหาไพรวัลย์ไลฟ์สดอีกรอบ โดยขอบคุณพระอาจารย์ทั้ง 2 ท่านที่ออกมาเตือนในเรื่องดังกล่าว โดยพระมหาไพรวัลย์กล่าวว่า ขอบคุณท่านทั้ง 2 โดยเฉพาะพระพยอมที่ออกมาเตือน ท่านเป็นพระปฏิบัติดดีด้วย ไม่ใช่แค่พูดดีอย่างเดียวให้คอมเม้นต์ดีมาก นี่คือพระผู้ใหญ่ที่วิจารณ์พระรุ่นน้อง ท่านให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา หากบอกให้สำรวม คนเขาดูออกว่าปลอมอย่าปลอม พระมหาสมปองกล่าวอีกว่า ที่คุยกันกับพระสมปองว่า ที่เราทำนั้น โดยเรายึดเอาคำพูดพุทธทาสว่าทำอะไรให้ช่างใจเอาว่าคุณหรือโทษมากกว่ากัน คนทำอะไรเรารู้ แต่เราถือคำแบบพุทธทาสมากกว่า ก็เลยทำและวันนี้อยากพูดอะไรที่เป็นกระแสดราม่า ว่า เรารับฟัง แต่วันนี้ชื่นชมคนนึงจากจากใจคืออาจารย์สิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ.ที่ท่านออกมาพูดนั้น ก็อย่าไปด่าท่าน และหากท่านจะเชิญไปปรับทัศนคติก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ และอยากบอกว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะสามารถช่วยคนได้ อย่างไรก็ตามไลฟ์สดไป 9 นาทีคนชมไปกว่า แสนคน เหมือนเดิม แต่วันนี้พระมหาไพรวัลย์ไลฟ์สดแค่รูปเดียว ส่วนพระมหาสมปองไม่ได้มาร่วมไลฟ์สดด้วย  

ศรีสุวรรณ ไม่ตลกด้วย! ร้องเอาผิด 2 พส. ปมไลฟ์สดเอาธรรมมะมาเล่นตลก

วันนี้ (6 ก.ย.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ทำคำร้องส่งไปยังมหาเถรสมาคมผ่าน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอให้มีบัญชาสอบสวนเอาผิดภิกษุอลัชชี (ผู้ไม่ละอาย) ที่ชอบเล่นโชเขียลมีเดียโดยไลฟ์สดเอาธรรมะมาสอนเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่พอมีคนสนใจเข้ามาดูมากๆ รวมทั้งมีเพจที่มาคอมเมนท์ขายสินค้า มาโปรโมทแบรนด์ตัวเอง กลับมาทวงถามให้จ่ายค่ามาใช้พื้นที่เพจของตนในขณะไลฟ์สดนั้น พฤติกรรมดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า พส. ดังกล่าวมิใช่วัตรปฎิบัติของภิกษุ ที่เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มุ่งแสวงหาปรมัติอันเป็นทางหลุดพ้นจากกิเลสสงสาร เพื่อถึงการดับทุกข์ โดยมีพระวินัยบัญญัติที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้ภิกษุทุกๆรูปที่บวชมาในพระศาสนาต้องปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยบัญญัติทุกรูป ถ้าทำไม่ได้ก็จะเป็นเพียงคนโกนหัวแล้วเอาผ้ามาห่มตนให้ดูเหลืองคล้ายดั่งพระภิกษุ ที่ไม่สังวรณ์ว่าตนต้องบิณฑบารตเลี้ยงชีพเป็นอาจิณ หาใช่มาแสวงหาเงินทองความร่ำรวยจากการบวชเป็นพระ ที่บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อเหมือนประชาชนทั่วไปเท่านั้น ข่าวที่เกี่ยวข้อง “พระพยอม” วอนอย่าตำหนิ 2หลวงพี่พส. มีที่ไหนสอนธรรมะ คนดูไลฟ์ 2แสน จึ้งมาก !! พส. เมื่อเกิดศึกไลฟ์ ระหว่าง 2 พส.แห่งวสท. ดังลั่นโซเชียล ข้ออ้างของการไลฟ์สดเพื่อต้องการเผยแพร่ธรรมะให้เท่าทันยุคสมัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่จะได้เข้าถึงธรรมะได้นั้น เห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างที่ไร้น้ำหนักของเหล่า พส.พวกนี้เท่านั้น เพราะคนจะซาบซึ้งในธรรมะต้องมาจากระบบการสั่งสอนอบรมมาตั้งแต่ครอบครัว วัด โรงเรียนร่วมกัน มิใช่มาจากภิกษุที่ทำตนเป็นคณะตลกที่เปลี่ยนหน้าจากหม่ำ เท่ง โหน่ง มาเป็น 2 พส.กลุ่มนี้แต่อย่างใด และเชื่อว่าไม่มีใครซาบซึ้งจากข้อธรรมะ ที่นำมาพูดให้ขบขันได้ แต่กลับเป็นการทำให้ศาสนามัวหมองถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์จากเหล่า พส.ดังกล่าว โดยสังเกตดูได้จากการโพสต์ทวงเพจต่างๆที่มาโปรโมทแบรนด์ของตนในขณะที่ พส.ไลฟ์โดยให้เบอร์พร้อมเพย์ อย่างไม่ละอายต่อพระธรรมวินัย ทั้งนี้ ตามพระวินัยปิฎก ได้ระบุเอาไว้ในพระมหาวิภังค์ ว่า “อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์” อันถือเป็นอาบัติ เป็นโลกวัชชะ หรือการกระทำที่ทำให้ขาวโลกติเตียนได้ และการเผยแพร่ธรรมะด้วยวิธีตลกขบขัน ไม่ปรากฎในพระไตรปิฎกแต่อย่างใด นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เหล่า พส.พวกนี้ก็เคยมีปัญหาจากข้อขัดแย้งเกี่ยวกับค่าตัวที่ไปเป็นวิทยากรในเวทีต่างๆ มาแล้ว หรือบางรูปก็ไปช่วยไลฟ์โฆษณาสินค้าต่างๆ ด้วย ซึ่งก็เข้าข่ายต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งตามหลักพระธรรมวินัยนั้นหากต้องอาบัติลักษณะนี้บ่อยครั้งต้องหลุดจากความเป็นพระดั่งโทษปาราชิกเลยทีเดียว ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจปล่อยให้ภิกษุอลัชชีเหล่านี้กระทำการย่ำยีพุทธศาสนาได้อีกต่อไป จึงส่งคำร้องไปยังมหาเถรสมาคมผ่านสำนักพุทธฯเพื่อให้มีบัญชาวางกฎเหล็กห้ามภิกษุใดๆกระทำเยี่ยงนี้อีกและให้สอบสวนเอาผิด พส.ที่ต้องอาบัติซ้ำดังกล่าวเพื่อลงโทษขั้นเด็ดขาดต่อไป

1 2