‘หมอเรวัต’ ซัด ‘ประยุทธ์’ มอบแต่ความน่าอับอาย

วันที่ 27 ก.ย.64 นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่สารพันปัญหากำลังรุมเร้าบ้านเมืองทั้งโรคระบาด ความยากจน และน้ำท่วมซ้ำเติมอีก คนกำลังเดือดร้อนหนัก ผู้นำต้องแสดงปรีชาญาณความสามารถ ที่สำคัญ คือ ความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาความทุกข์ยากให้กับประชาชนอย่างเอาจริงเอาจัง แทนการพูดล้อเล่นหรือแสดงออกอย่างเหลาะแหละ ไม่เป็นโล้เป็นพายโดยการเล่นมุกคุยกับวัว ซึ่งไร้สาระและไม่ถูกกาลเทศะ ข่าวที่เกี่ยวข้อง มีไหม ? นพ.เรวัต ” ไม่ต้องการผู้นำที่โง่ ไม่ขี้ขลาด ไม่เวิร์กฟรอมโฮม ” พร้อมแนะ 3 มาตรการ แก้ระบบ (สธ.) นพ.เรวัต ลั่น ! ” คนไทยไม่ใช่หนูทดลอง ” รัฐบาลเป็นอะไรมากไหม เมื่อเปรียบกับผู้นำในหลายประเทศที่ในยามบ้านเมืองอยู่ในวิกฤตหน้าสิ่วหน้าขวาน สุนทรพจน์และการสื่อสารกับประชาชนสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธาและความประทับใจให้กับคนทั้งโลก เช่น นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีและนิวซีแลนด์ สำหรับผู้นำของเรา นอกจากแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้แล้ว ยังคงมอบให้แต่ความน่าอับอายเช่นหลายครั้งที่ผ่านมา

“เสรีพิศุทธ์” ยัน ไม่ไว้วางใจ “บิ๊กตู่” มีพฤติการณ์ 6 ประเด็นไม่เหมาะสม

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าตนไม่ไว้วางใจตั้งแต่วันนี้โดยไม่รอลงคะแนน เนื่องจาก บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่อง ไร้ประสิทธิภาพ และไร้ความสามารถที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้นำประเทศ โดยมีพฤติการณ์ 6 ประเด็น คือ ข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกฯ เข้าสภา พร้อมซักฟอก ส.ส.กดดันให้โหวตไม่ไว้วางใจ ปัดตอบนักข่าว แต่ทำแบบนี้? เตรียมแผนอพยพ หากมีการชุมนุมปิดเส้นทางเข้าออกอาคารรัฐสภา 1.กู้เงินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจ ตั้งงบประมาณเกินดุลทุกปี ตั้งแต่ 58-65 ตั้งแต่เป็นนายกฯ กู้เงินทั้งหมด 5,308,000 ล้านล้านบาท เป็นการกู้เงินมาใช้ในโครงการต่างๆ เพื่อซื้อเสียงล่วงหน้า ถึงเวลาเลือกตั้งจะได้ชนะ หวังสืบทอดเป็นนายกฯ อีกต่อไป ตนขอถามว่า 7 ปีไม่พอหรือ พล.อ.ประยุทธ์ จะเอาอะไรอีก ต้องรู้จักพอบ้าง ที่สำคัญโครงการทั้งหมดตรวจสอบไม่ได้ 2.จัดทำงบประมาณโดยไม่เข้าใจปัญหาของประเทศและประชาชน เป็นการตั้งงบประมาณไว้เผื่อโจรด้วย แต่ใครจะเป็นโจรบ้างนั้นตนไม่รู้ ในช่วงสถานการณ์แบบนี้งบประมาณควรไปที่กระทรวงสาธารณสุข แต่งบประมาณกลับไปที่กลาโหมที่ฟาดเรียบ 3.ปรนเปรอแต่กองทัพเพื่อใช้เป็นฐานคุ้มจุนอำนาจของตน เพราะงบกลาโหมอยู่อันดับที่ 3-4 มาโดยตลอด ตนอยากจะถามว่ามีผลงานอะไรชี้วัดได้ เพราะเอาเงินไปก็ไม่มีผลงาน 4.ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่และความทุกข์ยากของประชาชน รัฐธรรมนูญมาตรา 47 5. ใช้กฎหมายและอาวุธที่ซื้อมาจากภาษีประชาชน เป็นเครื่องมือข่มขู่ปราบปรามประชาชน โดยเฉพาะการจับกุมดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ให้เด็กที่เป็นนักเรียนไปอยู่ในคุกและติดโควิด 6.ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนโดยที่ไม่เคยมีนายกฯ คนใดปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน ในวันนี้ตนก็จะพูดว่า ผมมาไล่ท่านแล้ว ให้พ้นจากตำแหน่งไป พฤติกรรมต่างๆ ของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม และผิดกฎหมาย จึงไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ อีกต่อไป

ชัดกันไปเลย ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ยิงคำถามเด็ด ปมยืมเงินหรือยืมนาฬิกา ต้องแจงทรัพย์สินมั้ย

ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยลุกถามวิทยากร ป.ป.ช. ในงานสัมมนา ส.ส. ปมยืมเงิน – ยืมนาฬิกาต้องแจงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ โดย ป.ป.ช. แจงว่าถ้าไม่ใช่ทรัพย์สินของตัวเอง คู่สมรส หรือบุตรไม่ต้องแจ้ง ในระหว่างการสัมมนา ส.ส. 500 คนที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ นายวิรัตน์ วรสศิริน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ลุกขึ้นถามวิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า หากเป็นคนที่มีเพื่อนมาก และมีโอกาสยืมของหรือยืมนาฬิกาเพื่อนมา จะต้องแจ้งทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงว่า ไม่จำเป็นต้องแสดงก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ใหม่ ก็อาจจะเป็นในส่วนของทรัพย์สินมีมูลค่า โดยทรัพย์สินที่ต้องแจ้งมีอะไรบ้าง หมายรวมถึงทรัพย์สินที่ให้บุคคลอื่นครอบครอง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ในทางกลับกัน ถ้าครอบครองทรัพย์สินแทนบุคคลอื่น เพื่อความบริสุทธิ์ใจอาจแสดงเป็นข้อเท็จจริง ทำให้นายวิรัตน์ ถามอีกครั้งถึงความหมายของคำว่า “อาจ” หรือว่า “ต้อง” เพราะความหมายต่างกัน โดยเจ้าหน้าที่ตอบกลับมาว่า “อย่างที่ผมเรียนว่า ทรัพย์สิน ก็คือ ทรัพย์สินของท่าน คู่สมรส และบุตร ในเมื่อทรัพย์สิน ไม่ใช่ของท่าน ตามหลักเกณฑ์ ตามกฎใหม่ ท่านไม่จำเป็นต้องแสดงก็ได้”  นายวิรัตน์ จึงระบุว่า “ไม่ต้องแสดงนะครับ จะได้เป็นมาตรฐานของทุกคน”

พรรคเพื่อไทย แถลงร่วมจับมือ 6 พรรคการเมือง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่ไร้พรรคภูมิใจไทย

เป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่หลายคนให้ความสนใจมากในวันนี้ 27 มี.ค.62 ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พรรคเพื่อไทยร่วมกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย คือ อนาคตใหม่ เศรษฐกิจใหม่ เสรีรวมไทย เพื่อชาติ ประชาชาติ  เปิดแถลงข่าวแถลงความร่วมมือจัดตั้งรัฐบาล โดยในส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ไม่ได้ร่วมแถลงด้วยนั้นเนื่องจากติดภารกิจ โดยมี นายธนาธร จึงรุงเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, พรรคเพื่อชาติ พรรคปวงชนชาวไทย ได้เดินทางมาถึงแล้ว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมาก โดยที่แต่ละพรรคได้พูดถึงประเด็นหลักสำคัญคร่าวๆดังนี้ พรรคเพื่อไทย ที่เราได้ประกาศเป็นสัญญาประชาคมในระหว่างรณรงค์การเลือกตั้ง ว่าพวกเรามีเจตนารมย์ในพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ที่จะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. พรรคอนาคตใหม่ มองว่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบันอยู่ในภาวะที่อำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยพยายามต้องการเข้ามามีบทบาทหลังเลือกตั้ง ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในระยะยาว และมีจุดยืนจะร่วมกับพรรคการเมืองที่มาแถลงข่าววันนี้สกัดกั้นการสืบทอดอำนาจ คสช.ให้ถึงที่สุด พรรคเสรีรวมไทย ยืนยันจะยืนหยัดอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม และอยากให้อำนาจเก่าอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ หมดอำนาจไป พรรคประชาชาติ รัฐบาลที่จะมาบริหารประเทศ ควรจะเป็นรัฐบาลที่เคารพในสิทธิของ ปชช. แล้วต้องการที่จะพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศอย่างจริงจัง ไม่ควรเป็นรัฐบาลที่เห็นแก่พวกพ้อง อยากเห็นรัฐบาลที่จัดตั้งต่อไป มาจากเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพราะการบริหารประเทศต้องบริหารโดยอาศัยสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลัก ในการออกกฏหมาย, อนุมัติงบประมาณ และในการแถลงข่าวครั้งนี้ ที่หลายคนตั้งตารอว่าจะมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล มาเข้าร่วมหรือไม่ ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า พรรคภูมิใจไทย คงจะเข้าร่วมกับทางฝั่งของพรรคพลังประชารัฐแน่นอน