จ่อยกเลิก พ.ร.ก ฉุกเฉิน!

วันนี้ (6 ก.ย.64) มีข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ในการประชุมศูนย์บริการสถานการณ์โรคโควิด-19 หรือ ศบค. วันที่ 10 กันยายน 2564 นี้ จะรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาด พร้อมประเมินผลหลังคลายล็อกรอบล่าสุดได้ 1 สัปดาห์ และจะพิจารณาทบทวนการใช้อำนาจตามราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งมาตรา 5 การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ข่าวที่เกี่ยวข้อง ประกาศด่วนล็อคดาวน์เพิ่มเป็น 13 จังหวัด โควิดระบาดหนักเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ปังไม่ไหว!”ดาราสาว ทุ่มสุดตัว”บินศัลยกรรมเกาหลี สวยสมใจ   และจะให้สิ้นสุดในปลายเดือนกันยายนนี้ และ มาตรา 9 ซึ่งใช้ออกข้อกำหนดต่างๆ เช่น เคอร์ฟิว การจำกัดการเดินทาง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกลับไปใช้กฎหมายปกติ เช่น พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 แทน ทั้งนี้  หากยกเลิกการใช้อำนาจดังกล่าว จะส่งผลให้ต้องยุบ ศบค. ไปโดยปริยาย และ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบตามหน้าที่ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 นี้เป็นต้นไป

วิษณุ เผย!! อาจยุบสภา เพราะเหตุผลนี้

เมื่อ 27 พ.ค.64  เวลา 08.45 น.​ ณ ทำเนียบรัฐบาล​ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท รัฐบาลจะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาได้เมื่อใด ว่า ไม่ทราบ แต่คาดว่าอาจจะส่งให้สภาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมในช่วงวันที่​ 27-28 พ.ค.นี้ โดยสามารถพิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งวันที่จะพิจารณาก็แล้วแต่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯจะกำหนด​ ความจริงพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทมีความสำคัญ ก่อนร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ด้วยซ้ำไป เพราะในรัฐธรรมนูญใช้คำว่า เสนอในโอกาสแรก แต่เผอิญร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯได้จัดคิวไว้แล้ว และส่งวาระแล้ว​ ตอนนี้เสียเวลาไปแล้ว 15 วัน ดังนั้น​ เมื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ เสร็จแล้วจะพิจารณาพ.ร.ก.เงินกู้เลย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การผ่านหรือไม่ผ่านร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลกับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ‘ถ้าผ่านก็มีผลถ้าไม่ผ่านก็ไม่มีผล ซึ่งพ.ร.ก.ที่ผ่านไปก็มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงแต่ว่า หากสภาฯ ไม่อนุมัติหรือไม่เห็นชอบก็แปลว่าต้องหยุด’ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากร่างพ.ร.ก.กู้เงินไม่ผ่านต้องยุบสภาฯ หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ‘ใช่ ถูก โดยธรรมเนียม“เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าเสียง ส.ส.รัฐบาลยังเหนียวแน่นอยู่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ก็ไปถามฝ่ายค้านด้วยแล้วกัน’

วิรัช แจง! 5แสนล้านยังไม่เข้าสภาฯ เพราะเหตุนี้…

วันที่ 26 พ.ค. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมสมัยสามัญในวันที่ 27-28 พฤษภาคมนี้ ว่า จะการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 2 ฉบับคือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ข่าวที่เกี่ยวข้อง ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เผ่าภูมิ แจง!! 3ข้อ ที่รัฐบาลไม่ได้บอกประชาชนใน พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้าน ในส่วนเรื่องพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ยังไม่สามารถนำเข้าได้ เนื่องจากหนังสือจากทำเนียบรัฐบาลยังส่งมาไม่ถึง และถึงแม้ว่าจะส่งมาถึงก็ต้องเว้นระยะห่างไว้อย่างน้อย 1 วัน ถึงจะนำเข้าได้ แต่ระเบียบวาระในการประชุมก็วางไว้ติดกัน คือในวันที่ 27-28 พฤษภาคม จะเป็นการพิจารณาพ.ร.ก. 2 ฉบับ ส่วนวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน จะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ 2565 ทั้งนี้ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน อาจเข้าที่ประชุมภายหลังสัปดาห์ที่พิจารณาพ.ร.บ.เสร็จแล้ว

รัฐบาลดัน พรก. เอื้อต่างชาติซื้อ “บ้านหรู” หวังช่วยประเทศ !?

รัฐบาลเดินหน้าแก้กฎหมาย เปิดทาง “เศรษฐี-นักลงทุนต่างชาติ” ซื้ออสังหาฯ “คอนโดฯ-บ้านแนวราบ” หวังดึงเม็ดเงินต่างประเทศช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด ปลดล็อกต่างชาติซื้อ “บ้านจัดสรร” ระดับราคา 10-15 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมขยายเพดานซื้อ “คอนโดฯ” เป็น 70-80% แต่ส่วนเกิน 49% ไม่มีสิทธิโหวตประชุม “นิติบุคคลอาคารชุด” เผยออก “พ.ร.ก.” ให้สิทธิพิเศษซื้อภายใน 3-5 ปี เตรียมชงเข้าที่ประชุม ศบศ.ปลาย เม.ย.นี้ เปิดประตูดึงเงิน “ต่างชาติ”  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวบนเวทีสัมมนา “ประเทศไทยไปต่อ” ว่า ในช่วงการระบาดโควิด-19 ทำให้ชาวต่างชาติในหลายประเทศต้องการแสวงหาประเทศที่มี 2 อย่างคืออาหารที่สมบูรณ์และสาธารณสุขที่ดี ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี ซึ่งไทยต้องทำตัวให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนและน่าอยู่อาศัย ทำให้ประเทศไทยเป็น “บ้านหลังที่สอง” รวมถึงเป้าหมายการดึงดูดผู้สูงอายุที่เกษียณจากชาติตะวันตกมาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มนี้นอกจากจะมีเงินบำนาญ มีเงินเก็บ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ยังมีประกันสุขภาพที่เป็นรัฐสวัสดิการ โดยรัฐบาลก็ต้องดำเนินการแก้กฎ กติกาต่าง ๆ ให้สะดวกขึ้น เพื่อเปิดให้คนต่างชาติที่มีคุณสมบัติที่ประเทศไทยต้องการเข้ามาอยู่และใช้เงินในประเทศไทย แก้ กม.ซื้อบ้าน-คอนโดฯ แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องแก้กฎหมายเพื่อดึงดูดให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้สะดวกและจูงใจมากขึ้น อาทิ การแก้ประมวลกฎหมายที่ดิน, พระราชบัญญัติอาคารชุด (คอนโดฯ) รวมทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อขยายสิทธิการซื้อคอนโดฯ รวมทั้งปลดล็อกให้ชาวต่างชาติซื้อบ้านแนวราบได้ โดยตาม พ.ร.บ.อาคารชุดแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 ต่างชาติสามารถซื้อและถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมในประเทศไทยได้สูงสุด 49% ของพื้นที่ขายของโครงการนั้น ๆ และอีก 51% เป็นสิทธิของคนไทยถือครอง แต่การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จะขยายเพดานให้ต่างชาติเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ได้มากขึ้น โดยอาจถึง 70-80% ซึ่งตัวเลขยังไม่สรุปชัดเจน อยู่ระหว่างหารือ อย่างไรก็ตามจะมีการกำหนดเงื่อนไขว่า สัดส่วนต่างชาติที่ถือกรรมสิทธิ์ส่วนที่เกิน 49% ขึ้นไปจะไม่มีสิทธิในการออกเสียง (โหวต) ในการประชุมนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อไม่ให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองและกำหนดระเบียบที่จำกัดสิทธิของคนไทย ต่างชาติซื้อบ้าน 10 ล้านขึ้นไป แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับในกรณีของการให้คนต่างด้าวถือครองกรรมสิทธิ์ “บ้านเดี่ยว” ตามประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดให้ต้องเป็นการลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท สำหรับที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่ และยังมีขั้นตอนยุ่งยากโดยต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี ดังนั้นครั้งนี้จะมีการแก้ประมวลกฎหมายที่ดินให้คนต่างด้าวสามารถซื้อบ้านเดี่ยวได้เป็นการทั่วไป แต่จะเป็นการซื้อในโครงการ “บ้านจัดสรร” เท่านั้น และปรับลดวงเงินการซื้อบ้านเหลือระดับราคาประมาณ 10-15 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อให้ต่างชาติเข้ามาซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยกระตุ้นกำลังซื้อให้กับโครงการบ้านจัดสรร และจากการหารือคาดว่าจะกำหนดต่างด้าวสามารถซื้อบ้านเดี่ยวได้ไม่เกิน 49% ของพื้นที่ขายในโครงการ นอกจากนี้จะมีการแก้ไขพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม 2542 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จากเดิมที่กำหนดให้นักลงทุนต่างชาติทำสัญญาเช่าได้สูงสุด 30 ปี จะมีการขยายเพิ่มเป็น 50 ปี+40 ปี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติในกรณีที่ต้องการเข้ามาอยู่ระยะยาว แคมเปญพิเศษ “ชั่วคราว” 3-5ปี แหล่งข่าวกล่าวว่า การปรับแก้ไขกฎหมายเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าวจะเปิดให้เป็นการ “ชั่วคราว” ประมาณ 3-5 ปีเท่านั้น ช่วงหลังการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้เพื่อเป็นการดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของธุรกิจอสังหาฯซึ่งถือว่าเป็นภาคธุรกิจที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก ซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาก ขณะที่ปัจจุบันอสังหาฯโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในประเทศไทยก็อยู่ในภาวะโอเวอร์ซัพพลาย ซึ่งหากมีกำลังซื้อเข้ามาก็จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่ได้มากขึ้น แม้ว่าต่างชาติจะได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ก็อยู่ภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดของประเทศไทย และการให้ต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยก็จะช่วยให้มีเม็ดเงินจับจ่ายใช้สอยในประเทศมากขึ้น แม้ในกรณีที่เจ้าของต่างชาติไม่อยู่ก็ต้องมีการจ้างแรงงานคนไทยในการดูแลรักษาต่าง ๆ สำหรับแนวทางการแก้ไขกฎหมายจะออกเป็น “พระราชกำหนด” (พ.ร.ก.) แก้ไขกฎหมายฉบับต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้กระบวนการแก้กฎหมายเป็นไปได้รวดเร็ว ซึ่งนอกจากเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์บ้านและอาคารชุดแล้ว ยังมีในส่วนของการปรับแก้เรื่องกฎระเบียบอำนวยความสะดวก เช่น เรื่องเวิร์กเพอร์มิต วีซ่าที่คนเกษียณอายุที่จะเข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย รวมถึงในแง่ของการให้บริการต่าง ๆ ของภาครัฐ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกต่อชาวต่างชาติที่จะเข้ามาพักอาศัยหรือทำธุรกิจในประเทศไทย ปลาย เม.ย.เข้า ศบศ. แหล่งข่าวกล่าวว่า รองนายกฯสุพัฒนพงษ์กำหนดเป้าหมายว่าจะให้นำเสนอ “หลักการ” พระราชกำหนดแก้กฎหมายต่าง ๆ เข้าที่ประชุม ศบศ.ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ในส่วนการยกร่างกฎหมายก็มอบหมายให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการ พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เมื่อ 26 […]