สุดสงสาร ! ทำงานจนไม่ไหว ทรุดไปกองที่พื้น จนเพื่อนต้องมาถอดชุด PPE ให้

ล่าสุด 4 กรกฎาคม 2564 เฟซบุ๊ก Aom Suwanun ซึ่งเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้เผยให้เห็นภาพสุดสะเทือนใจ เมื่อด่านหน้าสาธารณสุข ทำงานจนเหนื่อยและยืนไม่ได้ มีสภาพเหมือนจะเป็นลมคาชุด PPE ทำให้พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์คนอื่น ๆ ต้องรีบเข้ามาช่วย ตั้งแต่การถอดชุด PPE ออก และเมื่อถอดชุดออกได้แล้ว พยาบาลคนดังกล่าวมีอาการเหนื่อยหอบชัดเจน จนเพื่อน ๆ ต้องรีบมาพัด และนำอุปกรณ์ทางการแพทย์มาใส่ วัดความดัน วัดออกซิเจน เอาแอมโมเนียมาให้ดม และพบว่าหัวใจของพยาบาลคนนี้เต้นเร็วมาก วัดชีพจรได้ถึง 150 จากนั้น ภาพก็ตัดไป กลายเป็นมีเพียงเสียงแห่งความวุ่นวายอยู่ด้านหลัง ที่บอกว่า “น้องไม่ไหวแล้วนะ” “ฉันก็จะเป็นลมไปอีกคนหนึ่ง”ซึ่งทางพยาบาลเจ้าของโพสต์ก็ยังบอกอีกว่า “สิ่งที่กลัวที่สุดวันนี้ก็มาถึง เหนื่อยจนไม่รู้ว่าจะเหนื่อยอย่างไร คนอื่นอยู่รอดแล้วเราจะอยู่รอดกันหรือเปล่า เสียงที่ไม่มีความสำคัญ ดังแค่ไหนก็เบา” ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวถูกแชร์ต่อกันกว่า 76,000 ครั้ง และมีคนจำนวนมากที่เข้ามาให้กำลังใจเหล่าแพทย์ พยาบาล และสาธารณสุขทุกคน ที่ทำงานกันทุกนาที เพื่อช่วยเหลือชีวิตให้ได้มากที่สุด และหลายคนโพสต์ว่า หวังว่าภาพเหล่านี้ คลิปเหล่านี้ จะไปถึงรัฐบาลที่ต้องเร่งหาวัคซีนที่ดีและมีประสิทธิภาพมาให้ทุกคนอย่างเร่งด่วน และต้องเร่งฉีดให้ได้มากที่สุด เพื่อที่เหล่าด่านหน้าและนักรบชุดขาวทุกคน จะไม่ต้องมาเจอกับสภาพนี้อีก คลิป ขอบคุณข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Aom Suwanun

มันหนักจริงๆ ผู้ช่วยพยาบาลขึ้นเวรติดต่อกัน สุดท้ายเป็นลมล้มหลังจากออกจากห้องคนไข้

วันที่ 2 ก.ค.64 ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊กคนหนึ่ง​ โพสต์ภาพขณะผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นอนเป็นลมอยู่หน้าห้องผู้ป่วยโควิด พร้อมระบุข้อความว่า “ตึกมีคนไข้covid 14 PUI 2 พยาบาลขึ้นเวร 3 คน PN 2 ภาระงานรับใหม่ทุกวัน ทั้งตึกมีเจ้าหน้าที่ไม่ถึง 10 คน ขึ้นเวร 4-5 เวรต่อกัน วันนี้มีเจ้าหน้าที่เป็นลมล้มหลังจากออกจากห้องคนไข้ที่ต้องเข้าไปทำหัตถการ ที่ใส่ชุด PPE เวลานาน เกือบชั่วโมง อัตรากำลังไม่เคยเพิ่ม อยู่มาตั้งแต่ระลอกแรกจนระลอก 3 ก็ยังไม่เคยมีคนเปลี่ยนโคตรไม่ยุติธรรม” จนชาวโซเชียลเข้าไปแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่ก็ให้กำลังใจ ขณะที่บางคนก็ฝากถึงต้นสังกัดให้ดูแลจัดสรรบุคลากรให้เพียงพอ จากนั้นผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสอบถามจนทราบว่า​ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ รพ.ลำปลายมาศ อ.ลำ​ปลาย​มา​ศ​ จ.บุรีรัมย์ จึงได้เดินทางไปยัง รพ.ลำปลายมาศ ทราบว่า​ ผู้ที่ปรากฏในภาพเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด ซึ่งวันนี้ทางผู้บริหารได้ให้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน จากการสอบถาม​ นายบุญโฮม แก้วชนะ ผอ.โรงพยาบาลลำปลายมาศ กล่าวว่า เรามีอัตรากำลังเป็นชุดเฉพาะกิจในการที่จะดูแลผู้ป่วยโควิด​ ตั้งแต่เริ่มแรก เป็นพยาบาล 10 คน ผู้ช่วยพยาบาล 3 คน โดยสลับหมุนเวียนกันขึ้นปฏิบัติงานเป็นกะละ 3 – 4 คน​ ตามจำนวนผู้ป่วยในแต่ละวัน แต่หากช่วงไหนผู้ป่วยโควิดเยอะก็จะเรียกเสริมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ดำเนินการแบบนี้มาตลอด ส่วนกรณีที่ปรากฎในโลกโซเชียลที่มีผู้ช่วยพยาบาลเป็นลม เนื่องจากช่วงหลังๆ​ มีผู้ป่วยเข้ามาตลอด ทั้งผู้ป่วยที่ยืนยันและที่มีอาการใกล้เคียง ทำให้เจ้าหน้าที่แทบไม่ได้พักก็จะมีอาการเหนื่อยล้า ซึ่งวันเกิดเหตุผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าวก็ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด เคสที่มียาย ลูกสาว และหลานติดเชื้อโควิด แต่วันนั้นยายอาการไม่ค่อยดีจึงจะแยกหลานออกไปไว้กับแม่ แต่ด้วยความที่เด็กเห็น จนท.ใส่ชุด​ พีพีอี. ก็เลยเกิดความกลัวเด็กก็เลยดิ้นร้องไห้ จนท.ก็ต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อมเพื่อแยกเด็กมาอยู่กับแม่ เพื่อจะได้ดูแลยายได้อย่างเต็มที่ ทำให้ จนท.ซึ่งรวมถึงผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าว​ ต้องสวมใส่ชุด​ พีพีอี. อยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานถึง 45 นาที ทำให้ผู้ช่วยพยาบาลเกิดอาการเหนื่อยล้าเป็นลม ฝีมือคนไทย! เปิดตัวนวัตกรรมทางการรแพทย์ “เตียงพลิกตะแคง ป้องกันแผลกดทับ” บุคลากรทางการแพทย์อยุธยา ติดเชื้อโควิด 9 ราย และระบุสายพันธ์ุไม่ได้ 8 ราย

สุดประทับใจ…!! ทหารพราน-พยาบาล ช่วยเหลือ 2 เด็กหญิงป่วยโรคหอบ พาลงจากเขาพร้อมแบกถังออกซิเจน เดินเท้ากว่า 7 กิโลเมตร ไปส่ง รพ.

สุดประทับใจ…!! ทหารพราน-พยาบาล ช่วยเหลือ 2 เด็กหญิงป่วยโรคหอบ พาลงจากเขาพร้อมแบกถังออกซิเจน เดินเท้ากว่า 7 กิโลเมตร ไปส่ง รพ. เฟซบุ๊กแฟนเพจ หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 35 ได้โพสต์ภาพภารกิจช่วยเหลือประชาชน เป็นเคสช่วยเหลือเด็กหญิงป่วยโรคหอบ 2 คน โดยต้องอุ้มน้องและแบกถังออกซิเจนขึ้นหลัง เดินเท้ากว่า 7 กิโลเมตร จากบ้านพักลงมารักษาเบื้องต้นที่ รพ.สพ.แม่ระเมิง เนื่องจากสภาพเส้นทางรถยนต์และยานพาหนะไม่สามารถสัญจรได้ ทางเพจ ระบุว่า ปลดเป้ วางปืน ช่วยน้องบนยอดเขา ป่วยโรคหอบเรื้อรังขั้นโคม่า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 โดย กองร้อยทหารพรานที่ 3506 จัดกำลังพลสนับสนุนรถยนต์บรรทุกขนาด 4×4 ของหน่วย “พันธุ์ปลาพระ ราชทานฯ” จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดให้กับกลุ่มจิตอาสาภายใต้ชื่อ “จิตอาสาใต้ร่มพระบารมี” เครือข่ายพัฒนาชนบท โครงการของขวัญจากก้อนดิน ได้มอบพันธุ์ปลาพระราชทาน จำนวน 1,000 ตัว ให้กับชาวบ้าน   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -คุณครู…!! ตกใจอย่างหนัก เห็นวินจยย. เข้ามาโรงเรียนถามหาเด็กนักเรียน -คุณยาย…!! เอาทองมาขาย พอขายเสร็จต้องย้อนกลับมาที่ร้านทองอีกครั้ง   โดยมี น.ส.มณิศรา โฮ่บรรเทา พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลนครนายก เป็นผู้รับมอบ ณ บ้านบลาเด หมู่ที่ 17 ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยได้ดำเนินการปล่อยพันธุ์ปลาพระราชทาน ประกอบด้วย ปลานิล จำนวน 500 ตัว และ ปลาทับทิม จำนวน 500 ตัว ลงในแหล่งน้ำ พร้อมทั้งดำเนินการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและความดันโลหิตให้กับราษฎรที่มาร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย โดยทีมพยาบาลวิชาชีพจากรพ.นครนายก ซึ่งในวันที่ 23 มิ.ย.2564 กำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 3506 เดินทางไปพร้อมกับ น.ส.มณิศรา และเป็นทีมจิตอาสาใต้ร่มพระบารมี เดินทางขึ้นไปช่วยเหลือ ผู้ป่วยเด็กหญิง เป็นโรคหอบ จำนวน 2 ราย ได้แก่ รายแรก เด็กหญิง พิญญาพร อายุ 3 ขวบ มีอาการป่วยเป็นโรคหอบเรื้อรัง และมีภาวะปอดอักเสบ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจน และพ่นยาเพื่อให้การหายใจได้สะดวก ด้วยสภาพอากาศของเด็กตอนนั้นมีภาวะหายใจติดขัด และพ่นยาบรรเทาอาการไปแล้วกว่า 4 ครั้ง แต่อาการยังไม่ปรากฏดีขึ้น พยาบาลวิชาชีพ รพ.ท่าสองยาง และพี่ๆ ทหารพรานที่ขึ้นไปช่วยเหลือ จึงได้ช่วยอุ้มน้อง แบกถังออกซิเจนขึ้นหลัง เดินเท้ากว่า 7 กิโลเมตร จากบ้านพักของผู้ป่วย ลงมาเพื่อทำการรักษาเบื้องต้นที่รพ.สต.แม่ระเมิง เนื่องจากสภาพเส้นทางรถยนต์และยานพาหนะไม่สามารถใช้สัญจรได้ พร้อมนำส่งรักษาต่อที่รพ.ท่าสองยาง จากนั้นเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2564 ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 3506 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 พร้อมด้วยรถยนต์บรรทุกของหน่วย เดินทางไปพร้อมกับ น.ส.มณิศรา ขึ้นไปช่วยเหลือ ผู้ป่วยเด็กหญิง เป็นโรคหอบ อีก 1 ราย ได้แก่ รายที่ 2 เด็กหญิง พัชราพา อายุ 3 ขวบ มีอาการป่วยเป็นโรคหอบเรื้อรัง และมีภาวะปอดอักเสบ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจน และพ่นยาเพื่อให้การหายใจได้สะดวก โดยนำตัวเด็กหญิงผู้ป่วยเดินทางขึ้นรถมาทำการรักษาเบื้องต้นที่ รพ.สต.แม่ระเมิง ก่อนส่งรักษาต่อที่ รพ.ท่าสองยาง

แนวคิดดี เปิดโรงเรียนโควิดวิทยาในโรงพยาบาล เหล่าหมอและพยาบาล ช่วยสอนหนังสือ เด็กๆที่ติดเชื้อโควิด

กลายเป็นภาพที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก “iraporn Pilaikul” ได้โพสต์ภาพของหมอและพยาบาล โรงพยาบาลมหาสารคาม ที่ช่วยกันสอนหนังสือเด็กๆที่ติดเชื้อโควิด-19 อีกทั้งยังหาของกินที่เด็กๆชอบมาให้อีกด้วยทั้งโดนัท พิซซ่า ไก่ทอดเคเอฟซี โดยผู้โพสต์ระบุว่า “วันที่ 2 ของการเปิดโรงเรียนโควิดวิทยาในโรงพยาบาล เริ่มมีการเรียนการสอนเกิดขึ้น เพราะเด็กจะว่างกันเกินไป เด็กๆให้ความร่วมมือกับคุณครูหมอ และคุณครูพยาบาลเป็นอย่างดี เริ่มสร้างความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน เพราะต้องอยู่กันไปอีก 14 วัน” พร้อมติดแฮชแท็ก #ขอบคุณทุกความห่วงใย #เอาใจช่วยพวกเราด้วยนะคะ #เปิดเทอมใหม่ในโรงพยาบาล ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามากดไลค์กว่า 7.3 หมื่นไลค์ และแชร์ต่อไปอีก 2.7 พันครั้ง ขณะที่คอมเมนต์ส่วนใหญ่ต่างก็ให้กำลังใจเด็กๆให้หายจากโรคโควิดในเร็ววัน อีกทั้งยังส่งกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด้วย น่าสงสาร เปิดเทอมไม่ทันไร เด็กนักเรียนติดโควิดแล้ว 5 ราย

หนูน้อยวัย 1 เดือน แม่ติดโควิด จนท.อุ้มนั่งรอญาติมารับท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว

วันที่ 21 พ.ค. 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kanokpitcha Leeprakhon โพสต์ภาพพยาบาลท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลสนามนิมิบุตร อุ้มดูแลทารกวัย 1 เดือน นานกว่า 30 นาที ท่ามกลางบรรยากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งแม่เด็กเป็นชาวเมียนมาติดเชื้อโควิด-19 แต่เด็กน้อยวัย 1 เดือน ไม่ติดเชื้อ โดยระหว่างรอญาติมารับเด็กกลับ ญาติหลงทางเพราะสื่อสารไม่ค่อยรู้เรื่องกับตุ๊กตุ๊ก รอนานกว่า 30 นาที เจ้าหน้าที่ทีมอาสาต้องโทรบอกทางญาติ และสุดท้ายทีมเจ้าหน้าที่และรถตู้อาสา ได้อาสาไปส่งเด็กและญาติที่บ้านเอง ข่าวอื่นเพิ่มเติม หนูน้อยติด CV-19 เจ้าหน้าที่รับตัวไปรักษา ครอบครัวหนูน้อย 10 เดือน ส่อคดีพลิกคนละเรื่อง? โดยโพสต์ระบุว่า “เรื่องราวดีๆ พยาบาลท่านหนึ่ง ณ “ศูนย์​แรกรับและส่งต่อ​ผู้ป่วยโควิด-19อาคารกีฬา​นิมิบุตร” อุ้มทารกวัย 1 เดือน ที่แม่ (ชาวต่างด้าว) ติดเชื้อโควิด-19 แต่เด็กไม่ติดเชื้อ ระหว่างรอญาติมารับกลับ ญาติหลงทาง เพราะสื่อสารไม่ค่อยรู้เรื่องกับตุ๊กตุ๊ก รอนานกว่า 30 นาที เจ้าหน้าที่ทีมอาสาต้องโทรบอกทางกับญาติ และสุดท้ายทีมรถตู้อาสา ได้อาสาไปส่งเด็กและญาติที่บ้าน” อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก ต่างบอกว่า”คุณพยาบาลที่ดีๆๆก็มีอยู่เยอะคุณทำไปเถอะอย่างน้อยคุณต้องภูมิใจแน่ๆๆที่ทำหน้าที่ของอาชีพตัวเอง…ฉันขอชมจากใจค่ะ” บ้างก็บอกว่า “ขอบคุณทุกภาคส่วนสำหรับความเสียสละ ความเหนื่อยล้าที่ทำเพื่อคนไทยและเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานที่บ้านเรา ขอบคุณมากจริงๆค่ะ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีนะค่ะ” กลายเป็นเรื่องราวน่ารักที่ชาวเน็ตต่างชื่นชมกันในขณะนี้

1 2 3 4 12