ฮีโร่ชุดขาว เจ้าหน้าที่แบกผู้ป่วยติดโควิดขึ้นหลัง รถเข็นไม่สามารถเข้าไปรับได้

เมื่อคืนนี้ (1 พฤษภาคม 2564) พยาบาล/เจ้าหน้าที่ ทีมแพทย์ รพ.แพทย์รังสิต จ.ปทุมธานี ออกรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้านอยู่ในซอยแคบไม่สามารถใช้รถในการเคลื่อนย้าย ใช้การแบกผู้ติดเชื้อออกมาทำการรักษาที่โรงพยาบาล เพราะรถเข็นเข้าไม่ได้ กระบวนการทั้งหมดต้องรัดกุมเพราะเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ข่าวเพิ่มเติม บีบหัวใจชาวเน็ต! พยาบาลอาบน้ำให้เด็กน้อย 7 เดือน ติดโควิดด้วยความรัก (มีคลิป) เริ่มแล้ว! รัสเซียผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับสัตว์ ครั้งแรกในโลก เจ้าหน้าที่ รพ.แพทย์รังสิต บอกว่า ได้รับการแจ้งว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขอรับความช่วยเหลือ เพราะสูงอายุ เหนื่อย หายใจไม่ทัน จึงพยายามติดต่อหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ กระทั่งติดต่อได้ เมื่อเข้าไปถึงพบว่าเป็นซอยแคบมาก รถเข็นผู้ป่วยเข้าไม่ได้ จึงปรึกษากันและเห็นว่าควรใช้วิธีการแบก นำผู้ป่วยออกมาเพื่อให้ได้ทำการรักษาก่อน ในยามที่คนไทยกำลังเผชิญกับโรคระบาด เรายังเห็นการทำงานบนความเสี่ยง โดยต้องรักษาชีวิตผู้คนเอาไว้ของบุคลากรทางการแพทย์  

สุดประทับใจ คุณพยาบาลดูแลทุกชีวิต หลังผู้ป่วยโควิดฝากน้องหมาก่อนไปรักษา

สุดประทับใจ คุณพยาบาลดูแลทุกชีวิต หลังผู้ป่วยโควิดฝากน้องหมาก่อนไปรักษา บุคลากรทางการแพทย์ ทำงานอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้ป่วย ทั้งทางกายทางจิตใจ โดยเฉพาะในวิกฤตโควิดแบบนี้ ทำให้งานของบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ชาวเน็ตได้แชร์ภาพ จากเพจ สื่อสารโควิด19 น่าน ซึ่งเป็นภาพความน่ารักของบุคลากรทางการแพทย์ ที่นอกจากจะดูแลเรื่องความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น แต่ยังเผื่อแผ่ไปดูแลครอบครัว และอีกหลายชีวิตในบ้านของผู้ป่วย โดยโพสต์ระบุว่า ” คำขอร้องของ “ผู้ติดเชื้อโควิด” ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปรักษาที่โรงพยาบาล “ฝากดูแลน้องหมาตวยเน้อจ้าว” ภาพที่ปรากฎ หลังจากวันนั้น ก็เป็นเช่นนี้ เป็นทุกอย่างแล้ว…เพื่อคนเชียงกลาง #ชีวิตหมออนามัย อ. เชียงกลาง จ.น่าน” ข่าวที่เกี่ยวข้อง ดับ…!! ตาวัย 93 ติดโควิด-19จากคนในครอบครัว ทรุดหนักก่อนจากไป “ณวัฒน์” เดินเครื่องโครงการ “เป็นโควิดต้องมีที่รักษา” รับตกใจยอดผู้ป่วยรอการรักษาอยู่ในที่พักอาศัยพุ่ง ภาพทีมแพทย์ช่วยผู้ป่วยโควิด โพสต์ซึ้ง สถานการณ์โควิด

มันไม่ไหวจริงๆ คณะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ออกจดหมายเปิดผนึก วอนให้ล็อกดาวน์ หลังรัฐล้มเหลวในการรับมือโควิด

วันนี้ (25 เม.ย. 2564) คณะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ออกจดหมายเปิดผนึก ถึงรัฐบาลและผู้มีอำนาจหน้าที่ในการรับมือการแพร่กระจายของ CV-19 ระลอกใหม่ หลังสถานการณ์เริ่มรุ นแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยระบุว่า แถลงการณ์ข้อเสนอของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ต่อสถานการณ์การแพร่กระจายของ CV-19 ระลอกใหม่ (25 เมษายน 2564) ฉบับที่ 1 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่กระจายของ CV-19 ณ เวลานี้ กำลังดำเนินไปด้วยความรุนแรงและอันอาจจะนำมาซึ่งความล้มเหลวต่อการระบบสาธารณสุขโดยรวม ซึ่งมีผลต่อชีวิตและสุขอนามัยของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า แต่หลังจากการชี้แจงของผู้นำประเทศและผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขหลายครั้ง ยังสะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ขาดซึ่งวุฒิภาวะที่นำมาซึ่งความไม่ไว้วางใจต่อการดูแลชีวิตของบุคลากรทางสาธารณสุขและประชาชนได้ จากการรวบรวมความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานจริงหลายฝ่าย ทางกลุ่มฯ จึงขอเสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรียกเลิกข้อตกลงที่ว่า โรงพยาบาลแห่งใดตรวจพบว่าคนไข้มีการติดเชื้อให้โรงพยาบาลนั้นต้องรับผิดชอบดูแล จนกระทั่งคนไข้นั้นมีเตียงนอนในโรงพยาบาล ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าระบบที่มีอยู่ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริง และมีผู้ป่วยคงค้างรอเตียงจากโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก คนไข้ที่ติดเชื้อแล้วไม่ได้เป็นภาระของโรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง เครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ที่มีผู้ประสานงานที่ชัดเจนต้องเข้ามาบทบาทในการจัดการ รับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาลที่เหมาะสม หรือโยกย้ายผู้ป่วยในพื้นที่รับผิดชอบ ต้องเป็นการร่วมมือทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนในเขตสุขภาพนั้น และการคัดกรองผู้ป่วยเป็น 3 ระดับแยกตามสมรรถนะของโรงพยาบาลเป็นสิ่งจำเป็น ความล้มเหลวของระบบการหาเตียงผ่านคู่สาย 1668 ทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าการบริหารงานในช่วงเวลาวิกฤตที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอยู่นั้น ล้มเหลวและต้องแลกมาด้วยชีวิตของประชาชนที่ไม่สามารถข้าถึงระบบการรักษาได้อย่างเท่าเทียม ดังนั้น 1668 จึงควรทำหน้าที่ประสานงานระหว่างเขตสุขภาพเท่านั้น ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งจัดหายา remdesivir สำหรับการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงซึ่งถือเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล […]

กลุ่มเจ้าหน้าที่พยาบาลหลายคน เดินร้องไห้ปาดน้ำตา ต้องไปกักตัว เพราะเจอคนไข้ปกปิดข้อมูล

วันที่ 25 เม.ย.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกโซเซียลต่างเผยแพร่คลิปติ๊กต็อกออกไปอย่างกว้างขวาง กรณีเหตุการณ์เมื่อกลางดึก 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่กลุ่มเจ้าหน้าที่พยาบาล ของ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จำนวนหลายคนเดินร้องไห้ปาดน้ำตาถือกระเป๋าส่วนตัวเดินเข้าไปกักตัว ณ สถานที่แห่งหนึ่งใน รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จึงเดินทางไปตรวจสอบ เบื้องต้นรับทราบข้อมูลว่า นอกจากกลุ่มพยาบาลดังกล่าวแล้วยังมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่งอีกหลายคนที่ต้องกักตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มเจ้าหน้าที่กู้ภัย ออกช่วยเหลือรับส่งผู้ป่วยเป็นไข้จากบ้านพักส่งรพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ขณะพยาบาลกลุ่มดังกล่าวเข้าเวร และทำการตรวจรักษา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา ทางโรงพยาบาลสอบสวนพบว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นผู้ป่วยอยู่ระหว่างกักตัว เนื่องจากเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงและมีไข้สูงมา 3 วันแล้ว แต่ได้ปกปิดข้อมูลทำให้แพทย์และพยาบาล รวมถึงเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ กระทั่งผลตรวจผู้ป่วยรายดังกล่าวออกมาเมื่อคืนวันที่ 24 เม.ย. พบว่าติดเชื้อโควิด ทำให้เจ้าหน้าที่พยาบาลเวรดังกล่าวต้องถูกกักตัวทันทีตามที่ปรากฎตามคลิป เพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่ไปรับตัวด้วย กระทั่งคลิปกลุ่มพยาบาลเดินร่ำไห้แพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ลักษณะเป็นห่วงและให้กำลังใจพยาบาลและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่ต้องเข้ากักตัวให้ปลอดภัยทุกคน พร้อมตำหนิผู้ป่วยรายดังกล่าวที่ปกปิดข้อมูลจนทำให้คนอื่นเดือดร้อนเนื่องจากปกติบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพออยู่แล้วยังต้องมาถูกกักตัวปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้อีกดังกล่าว ข้อมูลจาก – dailynews เศรษฐีอินเดียแห่เช่าเหมาลำ บินหนีโควิด-19 บางลำบินเข้าไทย ‘เจ๊หน่อย’แนะวิธีแก้ปัญหาโควิดเร่งด่วน ก่อนระบบสาธารณสุขเอาไม่อยู่

พยาบาล ร่ำไห้ หลังผู้ป่วยปกปิดข้อมูล ไม่ยอมบอก

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่มีการเผยแพร่ทั่วโลกโซเชียล เมื่อเจ้าหน้าที่รพ.และพยาบาล รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จำนวนหลายคน เดินปล่อยโฮเพื่อเข้ารับการกักตัว หลังจากคนไข้ปกปิดข้อมูล โดยทางเพจ ศูนย์นเรนทรนครศรีธรรมราช – ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ ได้โพสต์ภาพพร้อมเปิดเผยรายละเอียดต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 64 ที่ผ่านมา ผลของการปกปิดข้อมูล ทั้งที่ทราบว่าตัวเองเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง จนทำให้เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน ต้องโดนกักตัวหลายท่าน หน่วยงานขาดบุคลากร ซึ่งปกติก็ขาดอยู่แล้ว หลายคนมีลู กรออยู่ที่บ้าน บางคนทำงานตั้งแต่สงกรานต์ยังไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้าน ทุกคนมีครอบครัวรออยู่ที่บ้าน แต่เมื่อวานพวกเขาไม่ได้กลับบ้าน ต้องเดินน้ำตาตกเข้าไปกักตัวในโรงพย าบาล เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม จากสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ปกปิดประวัติ ขอความกรุณาเห็นใจเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย ที่เข้าไปช่วยเหลือคุณ อย่าเห็นแก่ตัว อย่าปกปิดประวัติให้ความร่วมมือในการสอบสวนโรค รพ.สนาม สถานที่รองรับผู้ป่วยสร้างเพิ่มได้ใน 1 วัน แต่บุคลากรทางการแพทย์ถ้าจะเพิ่มก็ต้องรอเด็กจบใหม่อีก 1 ปี ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปลอดภัย อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม พยาบาลหนุ่ม ยิ้มทั้งน้ำตา ฉีดซิโนแวคไป ดันได้รับผลข้างเคียงรุนแรง “อาม่า” ติดโควิดทั้งบ้าน – ได้โรงพยาบาลรักษาตัวเเล้ว     […]

1 2 3 4 10