ข้าราชการระดับ บิ๊ก ได้ปลอมตัวเป็นคนส่งอาหาร เพื่อจะได้เข้าใจปัญหาและจะได้นำไปพัฒนา !

พอกันทีกับการนั่งเทียนเขียนนโยบายโดยไม่ได้เข้าใจหรือลิ้มรสถึงปัญหาของประชาชนจริงๆ  รองผู้อำนวยการสำนักแรงงานสัมพันธ์ แห่งกรมสวัสดิการ กรุงปักกิ่ง “หวังหลิน” 王林 โด่งดังเป็นพลุแตก รูปภาพจาก http://www.macaodaily.com หลังจากเปิดปฏิบัติการลงมือลงแรงสัมผัสชีวิตชาวบ้านด้วยตนเอง ด้วยการปลอมตัวลงไปขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่งอาหารเดลิเวอรี่ นี่เป็นนโยบายจากกรุงปักกิ่งสั่งลงมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ให้หน่วยงานระดับกรมและสำนักงาน พรางตัวลงไปสัมผัสชีวิตจริงในสังคม เพื่อรับรู้ถึงปัญหา , ข้อด้อย , จุดเสี่ยง และความทุกข์ใจของผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะกลุ่ม “ผู้ขับขี่รถส่งอาหาร” หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 外卖小哥 wàimài xiǎogē (ไว่-ไม่-เสี่ยว-เกอ) ซึ่งเป็นอาชีพที่เพิ่มจำนวนบุคลากรขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย หากแต่สวัสดิภาพและสวัสดิการของพวกเขา ยังคงถูกมองข้าม รวมถึงบางส่วนยังถูกบริษัทผู้ให้บริการเอารัดเอาเปรียบ ท่านรองผอ. “หวัง” อาสาเป็นตัวแทนสำนักงาน ลงพื้นที่ขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากการฝึกงานกับผู้ขับขี่รถเดลิเวอรี่ตัวจริง 1 วัน ก่อนที่วันต่อมาจะลุยเดี่ยว วันแรกของ “รองหวัง” ผู้น่าสงสาร ส่งอาหารผิดตึก หาร้านอาหารไม่เจอ จราจรติดขัด โทรหาลูกค้าไม่ติด ไปส่งอาหารช้าโดนปรับเงิน! สารพัดปัญหา ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอุปสรรคที่บรรดาผู้ทำอาชีพส่งอาหารต้องพบเจอในแต่ละวัน . หลังจากลิ้มรสความลำบากพอสมควรแล้ว วันที่ 2 รองหวังขอแก้ตัว เมื่อประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ขอตั้งเป้าทำเงินให้ได้สัก 100 หยวน (500 บาท) จัดเต็มขี่รถส่งของแบบลืมเหนื่อยสัก 12 ชั่วโมง! ปรากฏว่าสาหัสเอาเรื่อง ในเวลามากถึง 12 ชั่วโมง ท่านรองฯ ส่งอาหารได้เพียงแค่ 5 ออเดอร์ ได้เงินค่าเหนื่อยรวมแค่ 41 หยวน หรือราว 200 บาท เท่ากับ 1 ชั่วโมงได้เงินไม่ถึง 17 บาท ซึ่งอย่าลืมว่าค่าครองชีพปักกิ่งสูงกว่าเมืองไทยพอสมควร เจ็บปวดที่สุดคือ ช่วงใกล้ค่ำ วิ่งรถไปส่งอาหาร เนื่องจากการจราจรติดขัดสุดขีด ทำให้ไปช้ากว่าเวลานัดหมาย โดนหักเงินไปอีก 60% เหลือได้รับค่าจ้างเพียง 6.6 หยวน หรือประมาณ 30 บาท! “งานนี้ไม่ง่ายจริง ๆ ผมรู้สึกท้อใจมาก ด้วยเวลาทำงานมากถึง 12 ชั่วโมง ทำเงินได้แค่นี้ (200 บาท) ยังห่างจากเป้าที่ผมวางไว้มากโข” แน่นอนว่าประสบการณ์ลงพื้นที่ อาบเหงื่อสัมผัสชีวิตคนหาเช้ากินค่ำในครั้งนี้ ทำให้รองหวังได้ข้อมูลมากมาย นำกลับไปทำรายงาน เพื่อการปรับแก้นโยบายและบังคับใช้อย่างเข้าเป้าและตรงจุด เพื่อความพึงพอใจของประชาชน “ผมรู้เลยว่ายุคนี้นโยบายต้องยืดหยุ่น และเราต้องลงรายละเอียดในแต่ละอาชีพ จะเหมารวมไม่ได้ โดยเฉพาะอาชีพใหม่ ๆ เราต้องทำการบ้าน หาข้อมูลกันหนักกว่านี้” “พอกันทีกับการนั่งเทียนเขียน คิดนโยบายเอาเองจากในออฟฟิศ การคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงานที่ได้ผล ผู้บังคับใช้กฎหมายจะเข้าใจอาชีพนั้น ๆ อย่างถ่องแท้จริง ๆ” นโยบายที่รัดกุม ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ จะทำให้การเอารัดเอาเปรียบ และความขัดแย้งระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้างลดน้อยลง ความสุขของประชาชน โดยเฉพาะคนทำงานในระดับฐานรากจะเพิ่มมากขึ้น สังคมจะน่าอยู่ขึ้น หลังจากเรื่องราวการผจญภัยของรองผู้อำนวยการสำนักแรงงานสัมพันธ์ปักกิ่งถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดบริษัทผู้ให้บริการส่งอาหารชั้นนำของจีนถึง 2 แห่ง ออกแถลงการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน พร้อมทบทวนระเบียบ “การปรับเงิน” ค่าจ้าง กรณีส่งอาหารล่าช้า และให้คำมั่นจะส่งทีมงานสำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของบรรดาพนักงานขับขี่ รวมถึงพัฒนาประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าการ “ขยับตัว” ลงพื้นที่ทำงานจริงจังของเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนในครั้งนี้ ส่งแรงกระเพื่อมมหาศาล ทั้งเป็นตัวอย่างให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ ปฏิบัติตาม รวมถึงช่วยกระตุ้นเตือนบรรดาผู้ประกอบการ ไม่ให้ค้ากำไรเกินควร และเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน เป็นปฏิบัติการพิชิตใจพี่น้องประชาชน ทำให้ทุกคนรู้สึกว่ารัฐบาลปกป้องดูแล ภาษีที่เสียไปคุ้มค่าทุกหยวนทุกสตางค์ ขอขอบคุณข้อมูล http://www.macaodaily.com , FB ไทยคำ-จีนคำ  ข่าวที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลจีนลบข่าว โคลอี จ้าว คว้าออสการ์ เกลี้ยงเน็ต เหตุเคยวิจารณ์ประเทศ คุณแม่ชาวจีนใจป้ำ ทุ่มเงิน 6 ล้าน สร้างสะพานลอย เพื่อให้ลูกข้ามถนน โควิด-19 : ขณะโลกยังไม่ฟื้นจากโรคระบาด เศรษฐกิจจีนไตรมาส […]

สุดงง! หนุ่มหัวร้อนฟาดไม้ใส่พนักงานส่งของ ถามของคืออะไรตอบไม่ได้

วันที่ 17 เม.ย. 2564 มีผู้ใช้เฟสบุ๊คหนึ่งได้แชร์เรื่องราวของหนุ่มหัวร้อนผู้นี้โดยเล่าว่า “พนักงานส่งของไปส่งที่บ้านคุณพี่ท่านหนึ่งในคลิปเริ่มต้นถ่ายที่คุณพี่ถือไม้อยู่ไกลๆ(เหตุการณ์ก่อนหน้าไม่รู้ นะ) คุณพี่ถามของในกล่องที่มาส่งนั้นมีกี่ชิ้น? คลิปเริ่มที่พนักงานส่งของ บอกผมส่งของครับไม่ได้มีหน้าที่แพคของ ผมไม่ทราบครับ ข้างในมีกี่ชิ้น คุณพี่จะเอาไม้ฟาด มึงจะไปไม่ไป มึงรีบไปไกลๆตีนเลยพูดอย่างนี้ ถามดีๆตอบกวนเสียงเหมือนเมียพี่หรือใครมาขวางคุณพี่ก่อนถึงพนักงาน พนักงานส่งของบอกผู้หญิงคนนั้น  พี่เขาถามข้างในมีกี่ชิ้น ผมไม่ไม่รู้ ผมบอกถ้าไม่สะดวกใจ ไม่รับของก็ได้” เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ชาวเน็ตจวกเละ ภาพวงจรปิดเผยพนักงานส่งของค่ายหนึ่ง โยนของไม่ยั้ง ไม่รู้อะไรพังรึเปล่า? ชื่นชม “หนุ่มส่งของ” บริการดีเยี่ยม เเม้ประตูจะปิด ก็ไม่โยนพัสดุให้เสียหาย อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นกันว่า “ผมดูแล้วทำไมหัวร้อนขนาดนี้แล้วคุณพี่สั่งอะไรมาละ จะถามคนส่งของเขาจะรู้มั้ย มาดูจากกล่องสิใครส่งมาถึงใคร ไม่แน่ใจโทรเช็คก่อนรับไม่รับก็ได้พนักงานบอกอยู่” บ้างก็บอกว่า “ถามดีๆก็ได้นะ ไม่เห็นต้องถืออาวุธแล้วพูดจาแย่ใส่เค้า”