ตำรวจกองบังคับการปราบปรามคุมตัว เสี่ยโป้ พร้อมพรรคพวก ฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา

วันนี้ (5 ก.พ.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปราม คุมตัว “เสี่ยโป้” หรือ โป้ อานนท์ พร้อมพวกรวม 13 คน ไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา รัชดาฯ หลังจากที่ตำรวจจับ “เสี่ยโป้” พร้อมพวกได้ที่บ้านพักซอยเพชรเกษม 44 โดยตำรวจสอบปากคำพร้อมแจ้งข้อหาในความผิดฐานเปิดชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์ และความผิดตามกฎหมายฟอกเงินฯ ทั้งนี้ ระหว่างตำรวจคุมตัว “เสี่ยโป้” ขึ้นรถยนต์เพื่อไปศาลฯ “เสี่ยโป้” ตะโกนร้องขอความเป็นธรรม และอ้างว่าคดีนี้ ถูกกลั่นแกล้งโดยเป็นการนำสำนวนคดีเก่ามาจับตัวเอง ขณะที่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม ยืนยันตำรวจจับ “เสี่ยโป้” เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง พร้อมกันนี้ เตรียมสอบสวนขยายผลคดีเพิ่มเติม  

ฝากขัง 4 โจ๋ รุมโทรมนศ.สาว พี่สาปส่ง “ให้พวกมึงตายในคุก” แค้นใจ ไม่เคยขอโทษใดๆ กับครอบครัวตนเลย

ตำรวจดินแดงคุมตัว 4 ทรชนรุมโทรมสาววัย 18 ไปฝากขังศาลอาญาฯ ผัดแรก พร้อมคัดค้านประกันตัว เหตุคดีมีโทษสูง ขณะที่ญาติผู้ต้องหาเตรียมหลักทรัพย์ 3.5 แสนรอยื่นประกัน จากกรณีมีเหตุนักศึกษาสาว ได้ไปนั่งดื่มกับ นักศึกษาชายมหาวิทยาลัยดัง 4 คน ที่บริเวณร้านเหล้าแห่งหนึ่งในซอยรางน้ำ ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนถูกมอมเหล้าและหิ้วปีกขึ้นห้องพักนักศึกษาหญิง และกระทำการในลักษณะรุมโทรม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง จะตามจับกุม 4 นักศึกษาพร้อมแจ้งข้อหาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดที่ สน.ดินแดง เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดินแดง ได้ควบคุมตัว 4 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายฐิติวุฒน์ หรือเติ้ล จันทะคุณ อายุ 20 ปี นายสหทัย หรือโอม กลิ่นรอด อายุ 19 ปี นายชนะศักดิ์ หรือพีท ศรีสุข อายุ 19 ปี นายพิชัย หรือมิว บุญทอง อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาร่วมกันกระทำชำเราในลักษณะโทรมหญิงและลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาของสน.ดินแดง เพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา พ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผกก.สน.ดินแดง เปิดเผยว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุทั้ง 4 ราย ไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาล เนื่องจากเป็นคดีที่มีโทษสูง สำหรับผู้ต้องหาทั้งสี่ ขณะนี้ยังคงให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้ข่มขืน เพียงแต่ใช้มือล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ยอมให้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากผู้เสียหายยืนยันว่า ตัวเองได้ถูกข่มขืนจริง ดังนั้นจึงต้องรอผลการตรวจสอบร่างกายของผู้เสียหาย จากโรงพยาบาลตำรวจอีก 2 สัปดาห์ หรือจนถึง 1 เดือน ว่าได้ถูกกระทำชำเราอย่างไร โดยจะเร่งรัดให้ผลการตรวจออกมาเร็วที่สุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญาฯ ได้มีการจัดกำลังตำรวจชุดปราบปราม คอยเฝ้าระวังเหตุรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาไว้จำนวนหนึ่ง เนื่องจากพี่ชายและกลุ่มเพื่อนของผู้เสียหาย ได้มาเฝ้ารอตั้งแต่ช่วงเช้า  โดยระหว่างพาตัวขึ้นรถห้องขัง นายโต๋ พี่ชายผู้เสียหายได้มายืนดูด้วย พร้อมตะโกนบอก 4 ผู้ต้องหาว่า “ขอให้พวกมึงไปตายในคุก” ทางด้าน นายโต๋ พี่ชายผู้เสียหาย กล่าวว่า ช่วงวันเกิดเหตุ นายเติ้ล ซึ่งเคยมาจีบน้องสาวตน ได้ทักแชทมาชักชวนให้น้องไปดื่มกินกันย่านอนุสาวรีย์ชัย โดยนายเติ้ล ได้มารับเพียงคนเดียว แต่พอไปถึงร้าน ก็มีกลุ่มเพื่อนของนายเติ้ล อีกจำนวน 3 คน รออยู่แล้ว และดื่มกินกัน จนกระทั่งน้องสาวตนเองเกิดอาการเมา แต่ยังจดจำรายละเอียดเหตุการณ์ได้ ก่อนที่ทั้งหมดจะมาส่งน้องสาวที่หอพัก ซึ่งระหว่างนั้นน้องสาวเริ่มไม่ได้สติแล้ว แต่ผู้ต้องหาก็ถามคนในละแวกหอพัก จนมาถึงหอพักน้องสาวและหยิบกุญแจห้องน้องสาวจากกระเป๋าขึ้นไปบนห้องเอง โดยใช้เวลาอยู่ในห้องนานประมาณ 40-50 นาที เมื่อกลับออกไปก็เอากุญแจและคีย์การ์ดห้องน้องไปด้วย นายโต๋ กล่าวว่า ขณะที่น้องตน ได้ดื่มกินกัน มีเพื่อนผู้หญิงน้องสาวนั่งดื่มอยู่ด้วย แต่ไม่พบตัวน้อง ดังนั้น จึงมีเพื่อนมาตามหาน้องที่ห้อง ซึ่งเพื่อนคนนี้ได้เก็บกุญแจอีกชุดเอาไว้ เมื่อขึ้นไปถึงก็เห็นผู้ชาย 4 คน มี 1 ในนั้นที่กำลังถอดกางเกงและคร่อมตัวน้อง จึงรีบไปตามหาคนมาช่วยเหลือ ส่วนตอนนี้ ผลตรวจเลือดเบื้องต้นทราบว่าไม่พบสารเคมีอื่นๆ เชื่อว่าน่าจะเกิดจากอาการเมาสุรา ส่วนผู้ต้องหาได้ยอมรับว่าใช้นิ้วและลิ้นล่วงละเมิดน้องสาวจริง แต่ไม่ได้สอดใส่อวัยวะเพศ พี่ชายผู้เสียหาย เปิดเผยเรื่องราวในวันเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งด้วยว่า เนื่องจากมีบางกระแสในโซเชียลกล่าวหาว่า น้องสาวของตนเองพาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดเสี่ยง โดยพี่ชายผู้เสียหายมองว่า ไม่ว่าผู้หญิงจะอยู่ในสภาพ หรือสถานการณ์ใด ก็ไม่มีสิทธิที่จะไปล่วงเกิน หรือกระทำชำเราผู้อื่นได้เพราะเรื่องแบบนี้อยู่ที่จิตใต้สำนึกของคน และตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้รับการขอโทษจากผู้ต้องหาและผู้ปกครอง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ามีหลักฐานเอาผิดกับผู้ก่อเหตุได้อย่างแน่นอน และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมกับขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชน ที่ช่วยกันแจ้งเบาะแส จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ครบอย่างรวดเร็ว      

ฝากขัง บังด้อล สารภาพสิ้น ลวงน้องแต สาว 18 เมียเพื่อนสนิทไปฆ่า สารภาพลากไปขืนใจในพงหญ้า กลัวความผิดจึงบีบคอ จับกดน้ำจนดับ

จากกรณีพบศพ น.ส.ปริศนา หรือน้องแต อายุ 18 ปี สภาพเปลือยท่อนล่าง สวมชุดนอนจมน้ำในป่ากก ภายในซอยสุวินทวงศ์ 24 โดยผู้ก่อเหตุคือนายยุติพงษ์ สุขเจริญ หรือ ด้อล อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนกับสามีผู้ตาย ส่วนประเด็นการข่มขืน ต้องรอการชันสูตรนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 13 กันยายน 2562 มีรายงานว่า จากการสอบสวน นายยุติพงษ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าผู้ตาย โดยกระทำการเพียงคนเดียว เริ่มจากออกอุบายลวงผู้ตายว่าให้ไปรับสามี หลังจากผู้ตายซ้อนท้ายมาด้วย จึงขับรถจักรยานยนต์เลี้ยวเข้าไปภายในซอยที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นจึงเริ่มลงมือก่อเหตุข่มขืน ลากผู้ตายเข้าไปภายในพงหญ้าข้างทางจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะกลัวความผิดจึงบีบคอและจับหัวผู้ตายกดน้ำจนเสียชีวิต ล่าสุด วันที่ 14 กันยายน 2562 มีรายงานว่า ตำรวจ สน.มีนบุรี ได้คุมตัว นายยุติพงษ์ ออกมาจากโรงพยาบาลนพรัตน์ หลังเข้ารักษาตัวกรณีถูกรุมประชาทัณฑ์ มาฝากขังที่ศาลมีนบุรี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ปิดซ่อนเร้นอำพรางศพ เสพยาเสพติด และเตรียมตั้งข้อหาข่มขืนแล้วฆ่า ทั้งนี้ต้องรอผลทางแพทย์ก่อน รายงานระบุว่า นายยุติพงษ์ อยู่ในสภาพ อิดโรย หน้าตาเขียวช้ำ บวมปูด เดินขากระเผลกขณะถูกคุมตัวไปฝากขัง ในท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีอัตราโทษสูง และเป็นคดีสะเทือนขวัญ   ภาพและข้อมูลจาก Kapook, เดลินิวส์, Spring news

เจอแล้ว! อาวุธที่ใช้สังหาร น้องชายแดน หลังมีคนตกปลาเกี่ยวขึ้นมาได้

จากกรณี สภ.เมืองนครสวรรค์ บุกเข้าจับกุมตัว นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ อายุ 27 ปี เจ้าของสถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร รวมถึง น.ส.พีรญา พละแสนอายุ 25 ปี ภรรยา และน.ส.นงลักษณ์ พละแสน อายุ 54 ปี แม่ยาย หลังใช้ไม้เบสบอลทำร้าย ด.ช.ฐปกร ทรัพย์สิน หรือ “น้องชายแดน” อายุ 14 ปี เข้าไปศึกษาและเก็บตัวอยู่ที่สถาบันดังกล่าว จนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายส่งฝากขังศาลจังหวัดนครสวรรค์แล้วเมื่อช่วงเวลา 10.30 น.ของวันนี้ (19 มิ.ย.) โดยทางทนายของผู้ต้องหาเตรียมยื่นเอกสารและหลักทรัพย์ต่อศาลเพื่อขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งยังอยู่ในระหว่างดำเนินการและรอการใช้ดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขณะเดียวกันการค้นหาไม้เบสบอล ซึ่งเป็นวัตถุพยานสำคัญ โดยมีรายงานว่า นายณัฐพลและเด็กชายที่เป็นลูกสมุนอีกคนหนึ่ง ได้นำไม้เบสบอล จำนวน 8 อัน ไปทิ้งที่บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิง พื้นที่ ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อทำลายหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ทางทีมเจ้าหน้าที่ค้นหาพบเจอไม้เบสบอลแล้ว จำนวน 4 อัน โดยพบเจอเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากเด็กชายวัย 12 ขวบ ชาวพื้นที่ ต.ตะเคียนเลือน อ.เมืองนครสวรรค์ ขณะนำเบ็ดไปตกปลาที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำดังกล่าวแล้วเกี่ยวเอาถุงที่ห่อหุ้มไม้เบสบอลอลูมิเนียม จำนวน 4 อันขึ้นมาจากฝั่ง โดยไม่ทราบว่าเป็นของใคร จึงเก็บเอากลับบ้านไป จนกระทั่งมาทราบจากข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังค้นหาไม้เบสบอลตรงจุดที่เคยตกปลาประกอบกับได้มีเป็นป้ายสติ๊กเกอร์ที่แปะติดอยู่กับถุง ระบุชื่อ นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ตกเป็นข่าวด้วย จึงได้รีบไปบอกแม่ให้โทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบไม้เบสบอลดังกล่าว ก่อนจะเก็บนำไปเป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พาเด็กชายที่เก็บไม้เบสบอสได้ ไปชี้จุดที่พบเจอแล้ว ซึ่งคาดว่า ไม้เบสบอลที่เหลือน่าจะมีการนำมามัดผูกติดไว้กับตอม่อสะพานใต้น้ำ โดยขณะนี้ ทางตำรวจได้มีการประสานนักประดาน้ำจากกู้ภัยนครสวรรค์ให้ช่วยงมค้นหาไม้เบสบอลที่เหลือแล้ว ทั้งนี้ สำหรับแนวทางการสืบสวนนั้น ทราบว่าไม้เบสบอลที่ถูกนำไปทิ้งทำลายหลักฐานทั้งหมด นายณัฐพล เป็นผู้สั่งซื้อมาทางออนไลน์โดยมีแหล่งข่าวรายงานว่า การให้ปากคำของเด็กชายรายหนึ่งที่เป็นลูกสมุน ระบุว่า เจ้าของสถาบันมีการนำไม้เบสบอลล็อตแรกจำนวน 4 อันไปทิ้งที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิงตั้งแต่เช้าวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของพ่อน้องชายแดนได้ระบุว่า บุตรชายได้รับบาดเจ็บหัวแตกแขนหักตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 มิ.ย. โดยที่เจ้าของสถาบันได้ขู่กำชับเด็กทุกคนห้ามนำเรื่องไปบอกกับคนภายนอกเด็ดขาด รวมถึงมีการปิดกั้นน้องชายแดนไม่ให้ติดต่อกับทางบ้านด้วย ส่วนไม้เบสบอลอีก 4 อันที่เหลือนั้น เด็กชายลูกสมุนยังระบุอีกว่า ได้ร่วมกับเจ้าของสถาบันนำไปทิ้งไว้ตรงจุดเดิมใต้สะพาน แต่เห็นว่าลอยน้ำไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้มีการประสานทีมนักประดาน้ำให้ช่วยงมหาไม้เบสบอลที่เหลือต่อไป

เร่งสอบเพิ่ม!! ผู้ต้องหา ปลอมบัตรนายก โดนแล้ว ฝากขัง 12 วัน

    ผู้สื่อข่าวได้รับทราบ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี่ ได้ควบคุมตัว นายพีระเมศร์ วงศ์ทองเกื้อ อายุ 31 ปี ชาว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาปลอมบัตรประชาชน ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้วนำไปลงทะเบียนซิมการ์ด มาฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 – 24 ก.ค. นี้ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพข้อหาใช้เอกสารปลอมและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่ปฏิเสธข้อหาปลอมเอกสาร ก่อนเกิดเหตุ บริษัท เรียลมูฟ จำกัด ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนร้าย ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ได้กระทำความผิดในการลงทะเบียนซิมแบบเติมเงิน จำนวน 23 หมายเลข โดยลักษณะการกระทำความผิดคือ ได้นำข้อมูลบัตรประชาชนปลอม โดยตัดต่อภาพของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา มาใส่ในรูปบัตรประชาชนและปรากฏข้อมูลอื่นๆที่เป็นเท็จ เช่นเลขบัตรประชาชน ซึ่งการลงทะเบียนดังกล่าวเกิดจากการใช้โค้ดของเพื่อนคู่ค้าของบริษัท (DEALER) จำนวน 9 ราย ที่ใช้ในการลงทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท ทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ พนักงานได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา จะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จ เนื่องจากต้องรอสอบปากคำพยาน อีก 4 ปาก รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร จึงขออำนาจศาลฝากขัง และขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนี ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขัง

1 2 3