ผิดศีลธรรม ผู้ใหญ่บ้าน พาเมียลูกบ้านหนีไป 5 วัน กลับมาบอกรักกัน อยากอยู่กินแบบผัวเมีย แม้จะมีเมียและลูก 3 แล้ว

กลายเป็นรักสุดอลวนของผู้ใหญ่บ้าน วัย 57 ปี กับนางหงส์ (นามสมมุติ) ภรรยาของชาวบ้าน วัย 55 ปี ที่พากันหนีตามกันไป ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแล้ว หลังจากเรื่องแดงทั้งคู่กลับมาเคลียร์ปัญหาโดยมีกำนันเป็นคนกลางในการเจรจา ทั้งคู่สารภาพว่า “รักกัน” อยากอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา ซึ่งตอนแรกฝ่ายสามีของนางหงส์ไม่เอาความ แต่ไม่ยอมหย่า ต่อมาภรรยายินยอมยกที่ดินทั้งหมดที่เป็นชื่อของตัวเองให้ลูกทั้งสอง สามีจึงยอมยกภรรยาให้ผู้ใหญ่บ้านโดยไม่ติดใจ แต่ล่าสุดสามีได้กลับลำ ทำหนังสือร้องเรียนไปที่ปลัดอาวุโสให้เอาผิดผู้ใหญ่บ้านแล้ว มีการนัดผู้ใหญ่บ้าน และสาวที่เป็นกิ๊ก มาสอบถามข้อเท็จจริงในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ หากทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านวัย 57 ปี ปิดตัวเงียบไม่ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ผู้สื่อข่าวสามารถติดต่อผู้ใหญ่คนดังกล่าวได้แล้วโดยเจ้าตัวระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องต้นยอมรับ แต่ยังไม่แน่ว่าจะให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพหากต้องไปให้การกับเจ้าหน้าที่ของอำเภอเมือง ซึ่งความจริงแล้วเรื่องราวทั้งหมดได้จบลงตั้งแต่วันไปคุยกันที่บ้านกำนัน ต.สวายจีก แล้วทั้งสองสองฝ่ายตกลงกันด้วยดี ยอมรับสภาพซึ่งกันและกัน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการปรับตัวจนต้องมาเริ่มสร้างบ้านใหม่หวังจะอยู่กับภรรยาใหม่ที่ตนรักมาก ส่วนสาเหตุที่เรื่องมาแดงขึ้นอีกครั้ง ส่วนตัวเชื่อว่ามีกลุ่มคนบางกลุ่มต้องการจะให้ตนหลุดออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้กลุ่มของเขาเข้ามาแทรกแทน ตอนนี้คิดอะไรยังไม่ออก โดยเฉพาะคำตอบที่จะให้กับอำเภอ ในวันนัด ด้านนายไพโรจน์ วิเสริฐรัมย์ อายุ 56 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ เล่าว่า หมู่บ้านนี้ ถือว่าเป็นหมู่บ้านอาถรรพณ์ คนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้ขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน จะไม่อยู่ครบวาระแม้คนเดียว นอกจากคนที่มาจากต่างหมู่บ้านแล้วมาอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อมาเป็นผู้ใหญ่บ้านจะอยู่ครบวาระ ที่ผ่านมาผู้ใหญ่บ้านคนก่อน ทุจริตเงินหมู่บ้าน 280,000 บาท เจ้าหน้าที่สอบสวนพบความผิดศาลสั่งจำคุก ผู้ใหญ่คนต่อมายิงสมาชิก อบต.เสียชีวิต ศาลสั่งจำคุก และผู้ใหญ่บ้านรายนี้มีแนวโน้มว่าจะอยู่ไม่ครบวาระหลังจากมีการร้องเรียนไปที่อำเภอ. สังคมสุดเสื่อม เมียครูช็อก! ผัวครูเป็นชู้กับลูกศิษย์!!

หลายจังหวัดประกาศรับผู้ป่วยโควิด กลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา เช็กเลย !!

จาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน ในขณะที่ศักยภาพทรัพยากรด้านสาธารณสุขมีจำกัด ส่งผลให้โรงพยาบาลหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เต็มเกือบทุกแห่ง มีผู้ป่วยที่ต้องรอเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมากต่อวัน และไม่ดูแล้วยังไม่มีทีท่าจะน้อยลง ในขณะเดียวกันก็พบว่า เมื่อไม่มีเตียงหรือโรงพยาบาลรองรับ ก็มีผู้ป่วยโควิดหรือผู้สัมผัสเสี่ยงหลายรายเลือกที่จะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด เพื่อจะไปหาที่รักษาตัว ซึ่งบางรายไม่ได้เข้าระบบหรือแจ้งหน่วยงานสาธารณสุข ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อในชุมชนมากยิ่งขึ้น ล่าสุด ตอนนี้หลายจังหวัดเริ่มประกาศแจ้งประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัด และเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19หากไม่มีเตียงหรือต้องการที่รักษา และต้องการจะกลับไปรักษาตัวที่จังหวัดนั้นๆ ให้ติดต่อกับโรงพยาบาลในภูมิลำเนา ผู้นำชุมชน อสม. หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายหรือเดินทาง ขออย่ากลับมาเองโดยพลการเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ รายชื่อจังหวัดที่ประกาศรับผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนา มีดังนี้ (อัปเดตวันที่ 7 มิ.ย.64 ) 1.ขอนแก่น ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ได้ที่ 099-1692554, 081-2604433, 094-2891345 เพื่อประสานงานกับทีมแพทย์ในการเดินทางซึ่งจะลดอัตราการแพร่กระจายเชื้อ 2.เลย ติดต่อได้ที่สายด่วนโรงพยาบาลเลย ที่ 042-862-123 ต่อ 2709 มือถือ 062-197-7501 Line ID:Referloei 3.พิษณุโลก ก่อนเดินทางต้องแจ้งข้อมูลที่ 055-241555-9 (ในเวลาราชการ) 088-2752261,088-2919277,088-2752217 (นอกเวลาราชการ) 4.สกลนคร ติดต่อได้ที่เบอร์สายด่วน สสจ.สกลนคร โทร 093-328-5264 ทั้งนี้ ห้ามเดินทางมาเองโดยพละการเด็ดขาด 5.นครราชสีมา ติดต่อล่วงหน้าเพื่อประสานโรงพยาบาลในพื้นที่ ได้ที่ส   ายด่วน สสจ.นครราชสีมา 08-1265-5604, 06-5119-0188 (เวลา 08.30-20.30 น.) 0-4446-5010-4 ต่อ 440 (ในวันและเวลาราชการ) 6.สระแก้ว โทรประสานงานมาก่อนล่วงหน้า ต้นทางไม่มีเตียงรักษา มีรถส่งต่อที่ถูกต้อง ปลอดภัย เตรียมอาหารและน้ำดื่มให้เพียงพอระหว่างการเดินทาง ห้ามแวะระหว่างเดินทาง ให้ตรงไปที่โรงพยาบาลที่ประสานไว้เท่านั้น 081 051 0074 , 098 272 8734 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว     7.ศรีสะเกษ  ผู้ป่วยที่มีอาการหากประสงค์ย้ายมาพักรักษาตัวที่จังหวัดศรีสะเกษให้ติดต่อโรงพยาบาลตามภูมิลำเนาเพื่อรับส่งต่อ ห้ามเดินทางเองโดยพละการเด็ดขาด 8.จันทบุรี ติดต่อประสานงานกับทีมโรงพยาบาลในการเดินทาง เพื่อลดอัตราการแพร่กระจายเชื้อ โรงพยาบาลพระปกเกล้า 039-319690 08:00-16:00 น. (จันทร์-ศุกร์) 095-748-1031 08.00-16.00 น. (เสาร์-อาทิตย์) /โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี : 081-9831890 08.00-17.00 น. 089-9382629 08.00-17.00 น. 091-7609716 08.00-17.00 น. 9.หนองคาย แนะนำการกักตัว -ติดต่อขอตรวจเชื้อโควิด ให้บริการ 08.30 – 16.30 น. ทุกโรงพยาบาล หมายเลขโทรศัพท์ รพ.หนองคาย 042-413456 ต่อ 688 ,รพ.ท่าบ่อ 042-431015 ต่อ 1438 รพ.โพนพิสัย 081-3803663 , รพ.ศรีเชียงใหม่ 042-451135, รพ.สังคม 042-441029 ,รพ.สระใคร 062-9944121 ,รพ.เฝ้าไร่ 042-417225 ,รพ.รัตนวาปี 042-414824, รพ.โพธิ์ตาก 093-3563224 10.ขอนแก่น ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ได้ที่ 099-1692554, 081-2604433, 094-2891345 เพื่อประสานงานกับทีมแพทย์ในการเดินทาซึจะลดอัตราการแพร่กระจายเชื้อ   11.เลย ติดต่อได้ที่สายด่วนโรงพยาบาลเลย ที่ 042-862-123 ต่อ 2709 มือถือ 062-197-7501 Line ID:Referloei 12.พิษณุโลก ก่อนเดินทางต้องแจ้งข้อมูลที่ 055-241555-9 (ในเวลาราชการ) 088-2752261,088-2919277,088-2752217 (นอกเวลาราชการ) 13.สกลนคร ติดต่อได้ที่เบอร์สายด่วน สสจ.สกลนคร โทร 093-328-5264 ทั้งนี้ ห้ามเดินทางมาเองโดยพละการเด็ดขาด 14.สิงห์บุรี โทรติดต่อประสานงาน ศูนย์ประสานงานคนสิงห์ไม่ทิ้งกัน รพ.สิงห์บุรี 093-5035000 รพ.อินทร์บุรี […]

ผู้ใหญ่บ้าน ไปฉีดวัคซีนโควิดแล้ววันถัดมาเสียชีวิต ทางแพทย์ได้ออกมาชี้แจง

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านทุ่งล้อม ต.ห้วยม้า อ.เมือง จ.แพร่ เสียชีวิตเนื่องมาจากผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 จากนั้นจึงเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อเดินทางไปที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 พบกับกลุ่มชาวบ้านที่ทราบข่าว เดินทางมายังบ้านผู้ใหญ่บ้าน และยืนยันว่าผู้ใหญ่บ้านชื่อ นายอุดร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ได้เสียแล้ว ขณะนี้ศพอยู่ที่ ร.พ.แพร่ โดยกลุ่มชาวบ้านเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า นายอุดร เพิ่งรับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมาได้ประมาณ 4 เดือน โดยเมื่อวันที่ 17 พ.ค.64 ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเข็มแรก จากนั้นคืนวันที่ 18 พ.ค. มีอาการแน่นหน้าอก ญาติๆ จึงนำส่ง ร.พ.แพร่ ก่อนจะเสียชีวิต และจากการเสียชีวิตของนายอดุร ทำให้ชาวบ้านใน ต.ห้วยม้า ต่างหวาดผวา คนที่ลงชื่อจะฉีดวัคซีน มีการพูดปากต่อปากว่าจะไม่ไปฉีด กลัวเป็นอะไรไป จากนั้นช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ นพ.ขร วินัยพานิช สาธารณสุขจังหวัดแพร่ และ นพ.ดนัย ภัทรเธียรสกุล ผอ.ร.พ.แพร่ ร่วมกันแถลงข่าว โดย นพ.ขร กล่าวว่า การเสียชีวิตของผู้ป่วย ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากการฉีดวัคซีน เป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปเป็นวันแล้ว หากเกิดจากการฉีดวัคซีนก็จะเกิดขึ้นในช่วงเวลา 30 นาที วัคซีนยังมีความสำคัญสำหรับคนไทย เหมือนกับวัคซีนทั่วไปที่เราเคยฉีดกัน ด้าน นพ.ดนัย กล่าวว่า จากการสอบสวนโรคจากทางญาติ เมื่อเวลา 22.00 น. เข้านอนตามปกติไม่มีอาการอะไร จากนั้นเวลา 22.40 น. ญาติได้ยินเสียงร้องลักษณะคล้ายสำลัก จึงเข้าไปดูพบว่าลิ้นจุกปาก ไม่มีอาการชักเกร็ง หายใจติดขัด เรียกไม่รู้สึกตัว ญาติจึงเรียกเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล จากนั้นได้เร่งทำการกู้ชีพ พบว่าผู้ป่วยไม่หายใจ จึงได้ใส่เครื่องช่วยหายใจและทำซีพีอาร์ แต่ก็ไม่มีสัญญาณชีพก่อนเสียชีวิต เบื้องต้นได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ ร.พ.รามาธิบดี และปลายสัปดาห์จะทราบถึงผลของการเสียชีวิตแท้จริง เเม่ใจสลายสูญเสียลูก 5 เดือน หลังฉีดวัคซีน ร้องหาสาเหตุการตายที่เเท้จริง – ชีวิตนี้เสียลูกไปแล้วถึง 3 คน “ชมพู่ อารยา” โดนดราม่าถล่ม หลังรีวิวฉีดวัคซีน ชาวเน็ตสงสัยถูกจ้างมารึเปล่า?

ผู้ใหญ่บ้านแจ้งจับ 2 หนุ่มไม่สวมแมส ที่แท้คือลูกชาย คนในครอบครัวก็ไม่ละเว้น

ข่าวค่อนข้างได้รับการตอบรับจากประชาชนล้นหลามจากกรณีอำเภอบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธย า เผยภาพ ชาย 2 คน ถูกจั บกุมในข้อหาไม่ใส่แมสก์ ขณะเดียวกันมีการแชร์ภาพใบเสร็จค่าปรับของ สภ.บางปะหัน ลงวันที่ 25 เมษายน 2564 ข้อหาไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าขณะอยู่นอกเคหสถานหรือติดต่อกับบุคคลอื่นหรือเดินทางไปในสถานที่สาธารณะนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 26 เมษายน 2564 ร.ต.ต. หญิง สายสุนี ยมานันท์ นายอำเภอบางปะหัน กล่ าวว่า เหตุการณ์นี้มีชาวบ้านร้องเรียนว่า พบบุคคลอยู่ภายในตลาดสดบางปะหัน ไม่มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย 2 ราย จึงได้ประสานไปทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.บางนางร้า ว่ามีการร้องเรียนให้ออกมาตรวจสอบ พอมาตรวจสอบก็พบว่าเป็นลูกของผู้ใหญ่บ้านเอง ทั้ง 2 คน ซึ่งขายกะทิอยู่ในตลาด จึงได้นำน้องทั้ง 2 คนมาที่ สภ.บางปะหัน ให้ตำรวจดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย ส่วนประเด็นดราม่าที่บอกว่าเป็นการจับกุมในรถ กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะเป็นการจับกุมที่ตลาด นอกจากนี้ขอชื่นชมไปที่ผู้ใหญ่บ้านที่ไม่ละเว้นแม้ลูกตัวเองทำผิด รวมทั้งยังเป็นคนที่ทุ่มเทในการทำงาน ทั้งเป็น อสม. ดูแลตลาดสดตลาดนัด ที่ผ่านมาจะร่วมขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน โควิด-19 ในพื้นที่อย่างเข้มงวด ขณะที่ นางสาววลีรัตน์ ประสงค์เงิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บางนางร้า อ.บางปะหัน เปิดใจว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน จึงได้จับกุมตัวทั้งที่เป็นลูก เพราะถือว่ากระทำความผิด สอบถามลูกบอกว่า เห็นว่าไม่มีลูกค้าและคนเดินในตลาด เป็นจังหวะที่เพิ่งจะกินข้าว ต่อมาจึงพาลูกไปเปรียบเทียบปรับ ยืนยันว่าในฐานะผู้ใหญ่บ้านขอทำหน้าที่ดูแลช่วยเหลือประชาชน พร้อมกับการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุม โ ร คเต็มที่ ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกชายของตัวเองก็ตาม ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน ได้ยกเลิกการเปรียบเทียบปรับดังกล่าวก่อนนำตัวทั้ง 2 คน ไปส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดพระนครศรีอยุธย า เนื่องจากอัตราโทษปรับในความผิด จำนวน 20,000 บาท ตำรวจไม่สามารถเปรียบเทียบปรับได้ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม โดนแล้ว สั่งปรับ หลัง “บิ๊กตู่” ถอดหน้ากากขณะประชุม ฝ่าฝืนประกาศกทม. ผู้ว่าราชการกทม. แถลงสั่งปิดเพิ่ม 31 สถานที่ ในกรุงเทพมหานคร 14 วัน บังคับใส่แมสก์ ฝ่าฝืนมีความผิด     ขอบคุณภาพและข้อมูล    

ไม่สนโควิด แชร์ว่อน!! คลิปผู้ใหญ่บ้านล้อมวงเล่นไฮโล

ชาวบ้านสุดทน!! โพสต์ภาพขณะผู้ใหญ่บ้านนั่งล้อมวงเล่นไฮโลกับลูกบ้าน ไม่สนโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า “#ประเทศฉันมี อย่างนี้ก็ได้หรือ เป็นถึง #ผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับเล่น #ไฮโลได้เสียกับชาวบ้านอย่างเปิดเผย วอนฝากผู้ใหญ่ #ฝ่ายปกครอง #นายอำเภอห้วยเม็ก #ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ #สื่อโซเชียล ได้โปรดจัดการ #กับบุคคลในภาพ ว่าใครเป็นใคร #จริงไม่จริง กรุณาตรวจสอบ ดำเนินการ  เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างของประชาชนทั่วไป #ด้วยคับเจ้านาย #ผญบ.ยุคโควิด-19” โดยในภาพที่ปรากฏบนหน้าเฟซบุ๊กเป็นภาพนิ่ง มีกลุ่มคนชาย-หญิงหลายคน นั่งล้อมวงเล่นการพนัน นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้อัดคลิปวีดีโอเป็นภาพเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันแต่คนละสถานที่ ซึ่งทั้งภาพนิ่งและคลิปได้โฟกัสไปที่ชายคนหนึ่ง โดยในคลิปวีดีโอชายคนดังกล่าว นั่งอยู่บนเก้าอี้ ใส่แว่นกันแดด เสื้อสีน้ำเงิน ส่วนภาพนิ่งนั่งอยู่พื้น ในลักษณะนั่งล้อมวง สวมหมวกแก็ปสีดำ เสื้อสีน้ำเงินเช่นกัน พร้อมระบุว่าชายคนดังกล่าวเป็นผู้ใหญ่บ้าน โดยทั้ง 2 เหตุการณ์ คาดว่าน่าจะเป็นการเล่นไฮโลในงานศพภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ตำบล คำเหมือดแก้ว อำเภอ ห้วยเม็ก จังหวัด กาฬสินธุ์ ซึ่งหลังจากภาพและข้อความถูกโพสต์ออกไปในโลกโซเชียล ทำให้มีการแชร์และต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหากเป็นจริงถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเสี่ยงต่อการติดโรค โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะทุกคนไม่สวมหน้ากากและนั่งชิดติดกัน ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริงกับชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ตำบล คำเหมือดแก้ว อำเภอ ห้วยเม็ก จังหวัด กาฬสินธุ์ ตามที่ระบุในเฟซบุ๊กดังกล่าว แต่ปรากฏว่าไม่มีชาวบ้านคนใดกล้าให้สัมภาษณ์และบันทึกภาพ เนื่องจากกลัวอิทธิพล แต่ก็ยินดีให้ข้อมูลที่ตรงกันว่า ภาพที่ปรากฏในคลิปและเฟซบุ๊กนั้น มีผู้ใหญ่บ้านจริง ซึ่งอยู่ในงานศพในหมู่บ้าน 2 งาน คนละวันกัน ซึ่งเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นประมาณปลายเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบ 2 แต่เพิ่งจะมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเผยแพร่ทางโซเชียล เนื่องจากคงจะทนเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวได้ จึงอยากให้ฝ่ายปกครอง นายอำเภอห้วยเม็กและผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าตรวจสอบบุคคลในภาพ เพื่อไห้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป ขณะที่นายสุเทพ ชัยวัฒน์ นายอำเภอห้วยเม็ก จังหวัด กาฬสินธุ์ กล่าวว่า “หลังจากได้ทราบเรื่องแล้ว ก็จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบและเรียกบุคคลในภาพมาสอบถาม ว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏในภาพดังกล่าว มีผู้ใหญ่บ้านร่วมเล่นการพนันด้วยจริงหรือไม่ หากตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นเรื่องจริงก็จะดำเนินการตามระเบียบของทางราชการ คือให้ออกจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่มีการอุทธรณ์คำสั่ง แต่สำหรับชาวบ้านที่ปรากฏในภาพก็จะไม่มีความผิดในคดีลักลอบเล่นการพนัน เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ทั้งนี้ ยืนยันว่าทางฝ่ายปกครอง ได้เข้มงวด และไม่อนุญาตให้มีการเล่นพนันทุกชนิด ไม่ว่าจะในโอกาสใดก็ตาม หากชาวบ้านพบเห็นเบาะแส มีการเล่นพนัน เช่น ไฮโล ไก่ชน หรืออื่นๆ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำการจับกุมได้ทันที อย่างไรก็ตาม ในกรณีร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านเล่นการพนันผ่านโซเชียลดังกล่าว ก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุด และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

1 2 3 4