“อาหนิง” พร้อมเข้ารับฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ

นักแสดงรุ่นใหญ่ อาหนิง นิรุตติ์ ศิริจรรยา อายุ 74 ปี ได้ลงทะเบียนในแอปพลิเคชั่น หมอพร้อม เพื่อเข้ารับฉีดวัคซันป้องกันโควิด 19  ซึ่งอาหนิงจะเข้ารับการฉีควัคซีน ในวันที่ 12 พฤษภาคม  2564 ณ โรงพยาบาลบำราศนราดูร เวลา 13.00 นาฬิกา ข่าวที่เกี่ยวข้อง ประชาชนแสดงความเห็นว่า มาตรการเยียวยาโควิด-19 เป็นการช่วยเหลือ “ไม่ตรงจุด” กระทรวงการคลังได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นนี้แล้ว ! แพ้หนักอีก7ราย ! นศ.7คนมีอาการผิดปกติรุนแรงหลังได้รับวัคซีนป้องกันโควิด มีอาการ ตัวชา หายใจผิดปกติ เจ็บหน้าอก !   ซึ่งทางเราทราบผ่านผู้จัดการอาหนิง ว่า กระทรวงสาธารณสุข มีมติให้ฉีดวัคซีนซิโนแวคในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อป้องกันโอกาสผู้สูงอายุในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดนั้นได้รับวัคซีนโดยเร็วที่สุด

อนุทิน ไม่บังคับ บิ๊กป้อม ฉีดวัคซีน รับมอบแอสตร้าฯ พร้อมเดินหน้าฉีดอายุ 60 ปีขึ้นไป

วันนี้ (8 มี.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. ที่คลังเก็บวัคซีน กรมควบคุมโรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ. และผู้บริหาร สธ. รับมอบวัคซีนโควิด 19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า 117,300 โดส โดย นายอนุทินกล่าวว่า ได้มาตรวจสอบความเรียบร้อยกับตา พบว่า วัคซีนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถูกเก็บรักษาไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน จากนี้จะส่งตัวอย่างส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจ ซึ่งวัคซีนนี้จะช่วยให้ฉีดครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย บุคลากรอายุ 60 ปีขึ้นไปใน 5 จังหวัด และบุคคลสำคัญของประเทศ เมื่อถามว่า ผู้นำประเทศที่จะฉีดวัคซีนของแอสตร้าฯ นอกจากนายกรัฐมนตรี จะฉีดให้คนอื่นด้วยหรือไม่ เช่นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า แล้วแต่ท่านไปบังคับไม่ได้ พรุ่งนี้จะเรียนนายกฯ ว่ามีความพร้อมแล้ว ส่วนจะฉีดวันไหนท่านจะกำหนดลงมา อย่างไรก็ตาม นายกฯ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่จะฉีดวัคซีน เพราะเป็นผู้นำประเทศ แสดงเจตจำนงว่าจะฉีดเพื่อให้เกิดความมั่นใจ […]

“ศรีสุวรรณ” แจงชัด เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ไม่ต้องส่งคืน

“ศรีสุวรรณ” แจงชัด เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ไม่ต้องส่งคืน ถือเป็นอีกข่าวที่ได้รับความสนอกสนใจจากประชาชนจำนวนไม่น้อย เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2564 นายศรีสุวรรณ จรรยาเลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่กรมบัญชีกลาง ตรวจสอบพบว่ามีคนชรารับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินบำนาญไปพร้อมกัน มีจำนวนกว่า 15,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้สูงอายุเพื่อทวงคืนเงินทั้งหมดส่งกลับกรมบัญชีกลาง เป็นลาภมิควรได้จนกลายเป็นประเด็นปัญหาต่อผู้สูงอายุนั้น นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การเรียกเงินคืนจากผู้สูงอายุในขณะนี้ ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เนื่องจากตามหลักกฎหมายว่าด้วย เป็นลาภมิควรได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 412 ระบุว่าเมื่อบุคคลได้รับไว้โดยสุจริตจึงต้องคืนลาภมิควรได้เพียงส่วนที่ยังมีอยู่ในขณะเมื่อเรียกคืน เท่านั้นและใน มาตรา 419 ระบุว่าลาภมิควรได้ ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ฝ่ายผู้เสียหายรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่เวลาที่สิทธินั้นได้มีขึ้น ดังนั้นการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ เป็นการดำเนินการของรัฐบาลผู้เสียหาย คือ กรมบัญชีกลางกระทรวงการคลัง ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มมีระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2552 มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.2552 แล้ว รวมระยะเวลากว่า 11 ปี และกระทรวงการคลังเริ่มมีการตรวจพบปัญหาความซ้ำซ้ อนดังกล่ าวมาตั้งแต่เดือน พ.ย.2562 และต่อมากรมบัญชีกลางก็ได้มีหนังสือแจ้งไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้แจ้งจังหวัด อำเภอและท้องถิ่นต่าง ทวงถามการขอเงินคืนไปยังผู้สูงอายุต่างๆที่รับเงินซ้ำซ้อนดังกล่าว […]

คุณตาวัย 75 ปีเครียดกลืนสิ่งเเปลกปลอมเข้าท้องจนต้องนำส่งโรงพยาบาล

คุณตาวัย 75 ปี ที่ดำเนินสะดวก ราชบุรี ต้องอยู่บ้านในช่วง โควิด19 ได้เกิดมรอาการความเครียด กลืนตะปูล้องท้องไปจำนวน 3 ตัว กับลวดเหล็กอีก 1 เส้น จากนั้นได้เกิดอาการปวดท้องทรมาน จนต้องไปหาหมอเผื่อผ่าตัดกระเพาะอาหารกับลำใส้ใหญ่ ช่วงหัวค่ำวันที่ 26 มกราคม 2564 โรงพยายาลดำเนินสะดวก โดยทีมเเพทย์สันติ สิขหวาน รอง ผอ.ฝ่าการเเพทย์ หัวหน้าฝ่ายศัลยกรรม ได้เปิดเผยคลิปการผ่าตัดคุณตาวัย 75 ปี ทีกลืนตะปูลงท้องที่มาความยาว 4 นิ้ว  2 ตัว เเละ 2 นิ้ว 1 ตัว เเละลวดเหล็กยาว 4 นิ้ว อีก 1 เส้น โดยทางผู้ป่วยดังกล่าวได้เข้ามาพบเเพทย์ด้วยอาการปวดท้องอย่างทรมานโดยที่ไม่ทรายสาเหตุ ทางเเพทย์ได้นำตัวไปเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ จนพบว่ามีตะปูเเละลวดอยู่ในท้องของคนไข้ อย่างไรก็ตาม อยากฝากเตือนเป็นอุทหรณ์สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ ที่มีสุขภาพจิตภาวะเกิดความเครียด เเล้วคิดทำอะไรที่ผิดปกติ ทำร้ายตัวเอง ให้ช่วยกันดูเเลผู้สูงอายุดีๆ เเละเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด […]

รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เผยกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับเงินเยียวยา 2000 บาท

แจกเงิน 2,000 บาท พม.เปิดเยียวยา เผยหลักเกณฑ์ ไม่ได้ให้ทุกคน เฉพาะเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นางพัชรี อาระยะกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะโฆษกพม. กล่าวถึงกรณีการขอรับเงินเยียวยารายละ 2,000 บาท จากพม. หลังมีการแชร์ในโลกออนไลน์ว่า สำหรับการแจกเงินดังกล่าว กระทรวงมีระเบียบหลักเกณฑ์เฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ไม่ใช่สำหรับประชาชนทั้งหมดของประเทศ อาทิ เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นางพัชรี กล่าวว่า สำหรับการแจกเงินต้องมีการตรวจสอบและประเมินข้อเท็จจริงจากนักสังคมสงเคราะห์ว่าเดือดร้อนอย่างไร และต้องการเร่งด่วนมากน้อยเพียงใด รวมทั้งต้องวิเคราะห์เป็นรายกรณีตามขั้นตอน โดยผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยา ต้องเป็นประชาชาชนกลุ่มเป้าหมายตามหลักเกณฑ์และระเบียบของเงินสงเคราะห์ต่างๆ อาทิ เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และเงินสงเคราะห์กรณีฉุกเฉิน หากผ่านการพิจารณาจากนักสังคมสงเคราะห์แล้ว เห็นสมควรในการช่วยเหลือ จึงจะจ่ายเงินเยียวยารายละไม่เกิน 2,000 บาท “กลุ่มเป้าหมายและประชาชนที่ไเดือดร้อนจากโควิดที่ยังตกหล่นไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ พม. สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย จะร่วมกันสำรวจพื้นที่ทุกหมู่บ้านและทุกกลุ่มเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พ.ค. โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาเชื่อมโยงกับทุกกระทรวง” ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความเดือดร้อน สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ได้ทุกจังหวัด หรือแจ้งมายัง […]

1 2 3 4