[มีคลิป] หนุ่มแกร็บสู้ชีวิต แม้กายไม่ครบ 100% แต่ใจเกิน 100

ชาวเน็ตต่างพากันแชร์ไรเดอร์ Grab สู้ชีวิต แม้ร่างกายจะไม่ครบ 100% แต่ใจนายเกิน 100 มาก และทำให้ผู้ที่ท้อแท้ในชีวิต มาเห็นภาพนี้ก็สร้างกำลังใจ และมีพลังฮึดสู้ขึ้นอีกเยอะ แถมยังชื่นชมองค์กรที่รับผู้พิการทางร่างกายเข้าทำงาน และสร้างรายได้ให้แก่พวกเขาอีกด้วย และมีผู้ใช้เฟสบุ๊คท่านหนึ่ง ได้เปิดเผยว่า “พี่เค้ามาส่งของที่พระราม 2 ผมเห็นแล้วถึงกับอึ้งเลยครับใจพี่เกิน 100 ผมนับถือเลยครับ สู้ๆต่อไปครับ ผมเป็นกำลังใจให้นะครับ” พร้อมโพสต์คลิป สำหรับคนที่สงสัยว่าพี่เขาขี่รถยังไง นี่เลยย

ปิดตัวลงแลัว…!! “ยิ้มสู้คาเฟ่” ร้านกาแฟผู้พิการ สาขามธ.ท่าพระจันทร์ คนพิการหลายคนสาขานี้ “ต้องตกงาน”

ปิดตัวลงแลัว…!! ศ.วิริยะ ประกาศปิด”ยิ้มสู้คาเฟ่” ร้านกาแฟผู้พิการ สาขามธ.ท่าพระจันทร์ คนพิการหลายคนที่ปฏิบัติงานอยู่สาขานี้ “ต้องตกงาน” ขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Wiriya Namsiripongpun” หรือ ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ผู้ก่อตั้งร้านยิ้มสู้คาเฟ่ ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่สร้างอาชีพให้แก่คนพิการ บาริสต้าของร้านเป็นคนหูหนวก ได้โพสต์ประกาศ ร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จำเป็นต้องปิดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 นี้ ซึ่งจะทำให้คนพิการหลายคนที่ปฏิบัติงานอยู่สาขานี้ ต้องตกงาน ขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพ สาเหตุเนื่องจากทางเจ้าของสถานที่ได้มอบสัมปทานให้แก่ร้านกาแฟอื่นไปเรียบร้อยแล้ว ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ความพยายามในการหาช่องทางสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่คนพิการ กลับพ่ายแพ้ต่อระบบนายทุนใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้คนพิการจะต้องดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก สุดท้ายนี้ ผมขอให้ทุกท่านช่วยกันเป็นกระบอกเสียง แชร์ข้อความที่บรรยายจากความรู้สึกของผม ที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้แก่คนพิการ ในการเรียกร้องโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้กลับมาเป็นของคนพิการดังเดิม สำหรับท่านใดที่ต้องการอุดหนุนกาแฟของเรา ทางคณะฯ ได้สั่งให้คนพิการเลิกขายกาแฟที่ร้านนับตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 แต่ต้องจ่ายค่าเช่าเต็มเดือน ดังนั้น อีก 20 วันที่เหลือ เราจึงต้องขายตามซอกตามมุมอย่างยากลำบาก หากไม่ขายจะโดนปรับวันละ 500 บาท แวะมาอุดหนุนและให้กำลังใจร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ได้ถึงภายในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้นะครับ สำหรับ Yimsoo Cafe (ยิ้มสู้คาเฟ่) เป็นร้านกาแฟในบรรยากาศนั่งสบายๆ จุดเด่นของร้านนี้ คือ เสิร์ฟกาแฟออร์แกนิกและพร้อมเมนูอาหาร และภายในร้านยังมีมุมถ่ายรูปไว้ให้คนที่ชื่นชอบการถ่ายรูปลงโซเชียล พร้อมบริการ Wi-Fi เรียกว่าครบสำหรับร้านกาแฟในยุคนี้ ร้าน “ยิ้มสู้คาเฟ่” ก่อตั้งขึ้นโดย “มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ” จุดประสงค์ของการก่อตั้งร้านแห่งนี้ต้องการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ผม ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ในฐานะผู้ก่อตั้งร้านยิ้มสู้คาเฟ่ ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่สร้างอาชีพให้แก่คนพิการ…โพสต์โดย Wiriya Namsiripongpun เมื่อ วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2020

รอรับได้เลย…!! คลังจ่ายเงิน 3 พันเยียวยากลุ่มเปราะบาง

รอรับได้เลย…!! คลังจ่ายเงิน 3 พันเยียวยากลุ่มเปราะบาง เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด-คนชรา-ผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด วันที่ 17 ก.ค. น.ส.วิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ช่วยเหลือและเยียวยากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผู้ได้รับสิทธิ ประกอบด้วย เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ และมีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิการช่วยเหลือเยียวยาจากมาตรการช่วยเหลือเยียวยาของกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงแรงงาน (สำนักงานประกันสังคม) โดยผู้มีสิทธิจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.2563) รวมเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท/คน ซึ่งจ่ายครั้งเดียวในวันที่ 20 ก.ค.2563 “กรมบัญชีกลางได้หารือกับสำนักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ แนวทางในการจ่ายเงินเยียวยามาตรการดังกล่าว พร้อมทั้งได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่ผู้มีสิทธิ โดยจะโอนไปยังบัญชีของผู้มีสิทธิที่เคยได้รับเงินอุดหนุนรายเดือน กรณีผู้มีสิทธิที่เคยรับเงินอุดหนุนเป็นเงินสด กรมบัญชีกลางจะโอนเงินไปยังหน่วยงานเดิมที่เคยจ่ายเงินอุดหนุนรายเดือน เพื่อให้หน่วยงานนั้น นำเงินไปจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิต่อไป” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว   *********************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก ข่าวสด)    

กระทรวงการคลัง และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอใช้งบ 3-4 หมื่นล้านบาท แจกเงินคนละ 3000 เด็ก คนชรา ผู้พิการ คนไร้บ้าน

อีกหนึ่งโครงการดีๆโดยกระทรวงการคลัง และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมชง ครม. เสนอใช้งบ 3-4 หมื่นล้านบาท ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น คนชรา เด็ก ผู้พิการ คนไร้บ้าน และคนที่ตกหล่นไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ โดยจะแจกเงินคนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน มิ.ย. – ส.ค. ซึ่งมีกลุ่มคนที่เข้าข่าย 13-14 ล้านคน ทั้งนี้ จะยื่นให้คณะกรรมการกลั่นกรอง โครงการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท พิจารณา หากเห็นชอบจะเสนอให้ ครม. พิจารณาต่อ 29 พ.ค.นี้ นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ขอให้ช่วยเหลือกลุ่มเครือข่ายวัฒนธรรม เช่น อาชีพนาฎศิลป์ ศิลปะพื้นบ้าน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอให้ช่วยเหลือบุคลากรด้านนักกีฬา การเข้าถึงซอฟท์โลนของธุรกิจท่องเที่ยว โดยให้ทุกหน่วยงานทำการบ้านนำกลับมาเสนอใหม่ในกลางเดือนนี้ โดยจะใช้เงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทช่วยเหลือทั้งหมด จากนั้นจะเสนอคณะกรรมการกลั่นการใช้เงินกู้ และ ครม.พิจารณาต่อไป ในเบื้องต้น พม.จะเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางจำนวน 13 ล้านคน โดยแจกเงินให้คนพิกา ร ผู้สูงอายุ เด็ ก โดยเงื่อนไขนั้น จะให้คนที่เกิดแรกเกิดถึงอายุ 6 ปี ใครมีเกณฑ์ตามนี้เตรียมตัวลงทะเบียน โดยเพิ่มอีกคนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เช่น เดิมได้รับเบี้ยผู้พิกา ร 1,000 บาท ก็จะเพิ่มเป็นเดือนละ 2,000 บาท ส่วนผู้สูงอายุจะได้เพิ่มจากเบี้ยอีกคนละ 1,000 บาท แต่คนไร้บ้านจะไม่แจกเป็นเงินแต่จะช่วยหาที่พักอาศัย และอาหารการกินให้แทน ส่วนอาชีพนาฏศิลป์ นักกีฬา จะพิจารณาดูว่ามีสิทธิได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทหรือไม่ แต่ถ้าไม่ได้จะมีการจัดหามาตรการอื่นช่วย ที่มา – เรื่องเล่าเช้านี้

เพิ่มเงิน..!! ช่วยเหลือผู้พิการ รายละ 1,000 บาท พักหนี้ 1 ปี

เพิ่มเงิน..!! ช่วยเหลือผู้พิการ รายละ 1,000 บาท พักหนี้ 1 ปี เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนพิการที่อาจได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ มีความห่วงใยผู้พิการ ที่ได้รับผลกระทบจึงมีมติเห็นชอบ 4 มาตรการช่วยเหลือ คือ -การจ่ายเงินเยียวยาผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ สองล้านกว่าคนทั่วประเทศ รายละ 1,000 บาท เพิ่มเติมจากเบี้ยผู้พิการที่ให้ทุกเดือนอยู่แล้ว โดยใช้เงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยจะประสานกรมบัญชีกลางเพื่อให้เงินโอนตรงเข้าบัญชีในเมษายนนี้ -พักชำระหนี้คนพิการที่กู้เงินจากกองทุนฯ เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากเมษายน มีจำนวนลูกหนี้ 1.34 แสนราย มูลหนี้ 3.8 พันล้านบาท -เสนอ ครม.ให้ทบทวนมติในการเพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น 1,000 บาท แก่ผู้ที่มีบัตรผู้พิการทุกคนทั่วถึงสองล้านคน แม้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ -ให้อนุกรรมการฯปรับระเบียบการกู้เงินกองทุนฯ ให้ผู้พิการกู้ได้ รายละไม่เกิน 10,000 บาท โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาปลอดการชำระหนี้ 1 ปี วงเงิน 2,000 ล้านบาท  

1 2